หน้าหลัก- บล็อก - แกลเลอรี่ - เว็บบอร์ด - เกี่ยวกับเรา - ติดต่อเรา - ออกแบบเว็บไซต์ - ขั้นตอนการส่งภาพประกวด - สมัครสมาชิก - ล่องเรือสำราญ - ตั๋วรถไฟยุโรป - จุงฟราว - ตั๋วเครื่องบิน
 
 


 
  
  
qrcode
  
 
 
จองผ่าน GTA-Travel
จองผ่าน Agoda.Co.th
จองโรงแรมในประเทศไทย
จองโฮสเทล Hostel
  
 
 
จองตั๋วเครื่องบินด้วยตัวเอง
ตรวจสอบการจองตัว
  
 
 
กรุงเทพประกันภัย ออนไลน์
IAG ประกันภัย(NZI)
บูพา ประกันสุขภาพ
Chartis
Mondial Assistance
ACE Insurance
   
 
 
รับทำผ้าบาติก
ตั๋วรถไฟในยุโรป
วีซ่าแคนาดา
ขั้นตอนการโพสต์รูป
ข้อมูลยอดเขา จุงฟราว
เรือสำราญ รอยัล แคริบเบียน
ขั้นตอนการส่งภาพเข้าประกวด
ประเภทของ ตั๋วรถไฟในยุโรป
การขอวีซ่าประเทศต่างๆ
7 สิ่งมหัศจรรย์
วันสงกรานต์
วีซ่า อังกฤษ
วีซ่า อเมริกา
วันวาเลนไทน์
วันพ่อแห่งชาติ
พรบ คอมพิวเตอร์
การบินไทย
อัตราแลกเปลี่ยน
บัตรโทรศัพท์ iSIM
บัตรโทรศัพท์ iTalk
ออกแบบเวบท่องเที่ยว
สถานทูตไทยในต่างประเทศ
VZ Agencies Pluz
Wall Paper
ททท
องค์การส่งเสริมท่องเที่ยว
   
 
 
ทวีปเอเซีย
ทวีปออสเตรเลีย
ทวีปยุโรป
ทวีปแอฟริกา
การขอวีซ่า ประเทศแถบแอฟริกา
  
 
 
บริษัทท่องเที่ยว
ภาพถ่ายในต่างแดน
ประกันการเดินทาง
โหวตสายการบิน
โหวตบริษัทท่องเที่ยว
  
 
 
อ่านบทสัมภาษณ์คุณ ริน
อ่านบทสัมภาษณ์คุณ จินดา
อ่านของคุณ Ham&Cheese
อ่านบทสัมภาษณ์ คุณ ติ๊ก
  
 
 
My Vienna (คุณ ริน)
ออสเตรีย เยอรมัน (คุณแนท)
สวิตเซอร์แลนด์ (คุณ Sak)
ย่ำเกาหลี 7 วัน (คุณสิงหา)
EuRomance(คุณ จิ-นดา)
  
 
  
 

 
 
ผ้าบาติกสินค้าฝีมือคนไทย
รับซ่อมเครื่องหนัง
  
 
 
ความคิดเห็นของผู้ชมเวบ
ภาพสถานที่ท่องเที่ยว
 
 
 
Member Login User name : Password :  
ตั๋วเครื่องบิน ราคาตั๋วเครื่องบิน คุยเฟื่องเรื่องตั๋วเครื่องบิน
"คลิ๊กที่เดียว เที่ยวทั่วโลก"
หลายท่านอาจสงสัยว่า ราคาตั๋วเครื่องบิน ทำไมถึงมีหลายราคา มีตั๋วเครื่องบินราคาถูก ราคาแพง เรามาดูกันว่า ตั๋วเครื่องบิน ที่ขายให้กับเรากันอยู่ทุกวันนี้ รวมอะไรกันบ้าง
ให้เรานึกภาพกันง่ายๆนะครับ สมมุติว่า เราวางแผนการเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น กรุงโตเกียว (NRT) อันดับแรกเราก็ต้องเลือกวันเดินทาง ถูกไหมครับ ว่าเราจะไปเที่ยวช่วงไหน ออกเดินทางจาก ประเทศไทย เมื่อไหร่ และจะกลับออกจากโตเกียวเมื่อไหร่ สำหรับท่านที่ซื้อทัวร์ไปกับกรุ๊ป จะไม่ขอกล่าวตอนนี้นะครับ จะอธิบายให้ฟังในตอนท้ายๆ

การกำหนดวันเดินทางของเราจะไปเกี่ยวข้องกับฤดูการท่องเที่ยว ฤดูการบินของสายการบินต่างๆ ซึ่งก็แตกต่างกันไปในแต่ละเมือง และในแต่ละปีก็แบ่งซอยเป็นแต่ละเดือนอีกว่า เดือนไหนเป็นฤดูไหน โดยปกติทุกสายการบิน จะมีการปรับเปลี่ยนราคาตั๋วเครื่องบิน อย่างน้อย 1 ครั้ง จะเพิ่มราคา จะลดราคา หรือ จะเปลี่ยนแปลงกฎเงื่อนไข อะไรก็แล้วแต่ สายการบินจะต้องมีการปรับปรุงราคา อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง สายไหนจะเปลี่ยนวันไหน เดือนไหนก็ขึ้นกับสายการบินนั้นๆครับ

ถ้าสายการบินแบ่งช่วงง่ายๆ ก็จะแบ่งราคาออกเป็น 2 ช่วงใน 1 ปี คือช่วง Low Season กับ High Season เช่น การบินไทย บินไปญี่ปุ่น จัดให้ช่วง Low Season เป็นช่วง 8Jan-14Mar,16May-19Jul,01-30Sep,01Nov-23Dec ช่วงเวลาที่เหลือก็เป็นหน้า High Season ไป หน้า Low Season สายการบินก็ขายราคาตั๋วให้ถูกหน่อย เพราะคนเดินทางน้อย อาจจะไม่ตรงกับ เทศกาล การท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น จะได้กระตุ้นให้คน มาใช้บริการ ส่วนช่วง High Season ก็เป็นโอกาสทองของสายการบิน เพราะส่วนมากแล้วเที่ยวบิน จะมีผู้โดยสารเต็มลำ หรือในช่วงเทศกาล วันหยุดยาวในบ้านเรา เช่น สงกรานต์แทบจะหาที่นั่งกันไม่ได้เลยถ้าหากว่าไม่ได้จองล่วงหน้านานๆ หรือเดินทางไปกับกรุ๊ป หน้ำซ้ำราคาตั๋วก็แพงกว่า
กรณีนี้ยกตัวอย่างว่าเราเกิดอยากไปเที่ยวญี่ปุ่น ในช่วงสงกรานต์บ้านเฮาพอดี แต่ไม่อยากไปกับกรุ๊ป เพราะอยากแบกเป้เที่ยวเองแบบอิสระ ค่ำไหนนอนนั้น ไม่ต้องรอใคร ไม่ต้องแย่งกับใคร เราก็เลือกเลย วันเดินทางเด็ดๆ ตรงกับวันหยุดยาวๆในช่วงสงกรานต์ ลาพักร้อนคร่อมซะเลย ไม่ต้องเกรงใจเพื่อนร่วมงาน ว่าใครจะว่าไง (ฮ่าฮ่าฮ่า) ยกเว้นนาย คงทำตาเขียวปั้ด หมายหัวไว้ว่า เองกลับมาระวังซองขาว
อย่าร้อช้าหลังจากเลือกวันเดินทาง ได้ดังใจก็จัดการยกมือถือ Iphone 3Gs รุ้น 32 กิ๊ก โทรหาบริษัทขายตั๋วเครื่องบิน ที่เราเคยใช้บริการ หรือ โทรหาสายการบินที่เราโดนใจ หรือ เปิดเว็บไซต์ ของสายการบินนั้นๆ เดี๋ยวนี้สายการบินต่างๆก็มีเว็บไซต์สำหรับให้บริการจองตรงกันแทบทั้งนั้น สายไหนไม่มีเว็บไซต์ให้จองตั๋วเครื่องบินถือว่า เชยแหลก
ถ้าเราจองล่วงหน้านานๆเราก็จะได้วันเดินทางสมดั่งตั้งใจ และได้ราคาที่ต่ำกว่าที่เราจองใกล้ๆ กับวันเดินทาง ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นครับ ที่เป็นเยี่ยงนี้ เพราะว่าสายการบินนั้น เค้าได้แบ่งที่นั่ง และราคาไว้เรียบร้อยโรงเรียนมอญไปแล้วครับ เช่น ถ้าวันที่เราจอง สายการบินใช้เครื่อง โบอิ้ง 767e300 มีที่นั่ง Ecomomy Class ที่เค้าเรียกันว่า ชั้นประหยัด หรือ ชั้นทัศนาจร แล้วแต่คำไหนที่คนซื้อ ฟังแล้วถูกใจกว่า กับชั้น Business Class หรือเรียกให้ดูเก๋ๆ ว่าชั้นธุรกิจ ผู้โดยสารเดินทางชั้นนี้เดินทาง ไปหนก็จะได้รับการบริการดูแล จากสายการบินเป็นพิเศษ เช่น ได้รับน้ำหนัเพิ่ม ได้เชคอินก่อน ได้ขึ้นเครื่องก่อน ได้ลงเครื่องก่อน ได้กินก่อน กระเป๋าโหลดช้ามาก่อน มีบริการให้ใช้ห้องรับรอง ตามสนาบินต่างๆ ซึ่งผู้โดยสารชั้นประหยัดไม่มีโอกาสได้ใช้ ฟังแล้วลองซื้อชั้นธุรกิจดูสักใบไหมครับ
เมื่อท่านโทรจองแล้วไม่ว่าจากแหล่งไหนก็ตามท่านก็จะได้ รับฟังคำตอบคล้ายๆกัน ยกเว้นซื้อจาก เว็บไซต์ไม่มีคำตอบให้ฟัง ท่านต้องอ่านเอาเอง
ท่านอาจจะเคยได้ยินมาว่า ราคาตั๋วเค้าขายช่วงสงรานต์ไปโตเกียว ราคา 20,970 บาท กรณีแรกเราโทรหา บริษัทท่องเที่ยว หรือ ร้านขายตั๋วเครื่องบิน เค้าก็จะบอกว่า อ๋อท่านครับราคาที่ท่านได้มา เป็นราคา GV2 ครับ งงละสิ GV2 คืออะไรหว่า ถ้าพนักงานขายอธิบายให้ท่านด้วยภาษาขายที่ง่ายขึ้น ท่านก็จะเข้าใจว่า ไอ้ตั๋วประเภท GV2 เนี่ยมันเป็นตั๋วที่เอาไว้ขายเป็นปลาท่องโก๋ คือต้องเดินทางเป็นคู่ ใครไม่มีคู่ก็ไปหา คู่มาซะจะได้ซื้อตั๋วประเทภนี้ได้ เพราะมันต้องเดินทางไปกลับพร้อมกันทั้งสองคน เค้าบังคับ ขายเป็นคู่ราคามันเลยถูกกว่าขายเดี่ยว เพราะขายได้ใบเดียว
Economy Class นั้นมันเป็นชั้นธรรมดาก็จริงอยู่ แต่มันเป็นอะไรที่ไม่ธรรมดา ใน 196 ที่นั่งนั้นทาง สายการบินก็จะมีวิธีแบ่งย่อยซอยราคาให้ผู้โดยสารได้งงกันเล่นๆอีก เช่น มี Q Class, H Class, M Class, B Class ถ้ามันยังทำให้ท่านงงไม่พอ เค้าก็แบ่งซอยไปอีก Q Class ก็แบ่งเป็นตั๋ว 3 เดือน และ ตั๋ว 6 เดือน อายุตั๋ว 3 เดือน 6 เดือนนี้ มันเป็นระยะเวลาที่เราจะใช้ เค้าแบ่งเป็นเดือนนี้เพื่อให้เหมาะ กับผู้โดยสาร ที่จะต้องใช้ เช่นเราเดินทางไปเที่ยวแป๊บๆ เค้าก็อาจจะมีตั๋วอายุ 7 วัน 14 วัน หรือ 45 วัน เราเดินทางแล้วเราก็กลับ แต่บางท่านมีครอบครัว มีถิ่นพำนักต่างเมืองก็เลยต้องซื้อตั๋วที่มีอายุยาวๆ ไว้ก่อน ส่วนมากสายการบินจะกำหนดให้วันออกตั๋วนับเป็นวันแรก ท่านก็ไล่ไปอีก 3 เดือนก็ถึงกำหนดวันที่ท่านต้องเดินทางกลับ หากอยู่เกินกำหนด ตั๋วหมดอายุ ยุ่งอีกต้องหาซื้อตั๋วใหม่ ราคาแพง ถูกฟันเลือกออกซิบๆ
ถ้าเรามีคู่และจองเร็วเราก็จะได้ราคา 20,970 บาท ไป คนขายบอกยังไม่ได้รวมภาษีสนามบิน กับค่าน้ำมันนะค่ะ ไรวะ นี่ต้องเสียภาษีอีกหรือนี่ จะเดินทางทีทำไมจ่ายยุบ จ่ายยับ เดี๋ยวผมจะมาว่ารายละเอียดกันเรื่องภาษี
บังเอิญว่าเราหาคู่เดินทางไม่ได้ พนักงาขายบอกว่า ท่านต้องซื้อตั๋วเดี่ยวในราคา 23,660 บาท เอาละสิ เจอแพงเข้าไปอีกเกือบ 3,000 บาท ทำไงได้ละอยากไปแบกเป้ หนูอยากไป หนูอยากได้ ก็ตกลงใจซื้อในราคา 23,660 บาท (ยังไม่รวมภาษีและค่าน้ำมัน) พนักงานขายบอกท่านได้ตั๋วในราคานี้ โดยการจองเป็น Q Class มีอายุตั๋ว 45 วัน อย่าไปแบกเป้เพลินเกิน 45 วันละเดี๋ยวจะยุ่ง วีซ่าอายุถึงไหม จริงๆแล้วท่านผู้โดยสารซื้อตั๋วที่มีอายุมากๆหน่อย เช่นตั๋วอายุ 6 เดือน เมื่อเราอยู่เดินกำหนด สายการบินมักจะอนุญาตให้เราต่ออายุตั๋วได้เช่น ต่ออายุจาก 6 เดือนเป็น 1 ปี สายการบินก็จะคิดราคา บวกลบ คูณ หาร กันเข้าไป เราก็จะเสียตังค์เพิ่มอีกในราคาเทียบเท่า หรือ มากกว่าที่เราซื้อในราคาตั๋วปี ทั้งนี้เราต้องรีบติดต่อสำนักงานสายการบิน ก่อนตั๋วหมดอายุนะครับ อย่าปล่อยให้ตั๋วหมดอายุแล้ว ไปต่ออายุ สายการบินเค้าไม่ทำให้นะครับ ถือว่าตั๋วหมดอายุแล้ว...17 พ.ย.2552
เราตกลงใจซื้อและออกตั๋วในราคา 23,600 บาท เอเย่นต์บอกว่า มีค่าน้ำมันและภาษีสนามบินที่เราต้อง ควักกระเป๋าจ่ายเพิ่มอีก 6,135 บาท ชื่อมันก็บอกให้เราเข้าใจได้แล้วว่า ภาษีสนามบินก็คือค่าบริการ ที่เราต้องจ่ายให้แก่สนามบินต่างๆ จำได้ไหมครับ สมัยเรายังใช้สนามบินดอนเมือง ก่อนเข้าไปที่ ตม เราต้องเอาแบงค์ 500 ไปหยอดตู้แล้วได้คูปองมูลค่า 500 บาทมา 1 ใบ สำหรับยื่นให้เจ้าหน้าที่ เจาะรู แล้วเราก็เดินเข้าไปประทับตราขาออกลงในพาสปอร์ต ต่อมาเราย้ายสนามบินมาที่ Suvarnabhumi International ทางสมาคมต่างๆเค้าคุยกันแล้วว่าควรรวมภาษีตัวนี้เข้าไปเลยในตั๋วเครื่องบิน แต่ไม่ได้ให้รวมในราคาตั๋ว ให้แยกออกมา แต่พอแยกออกมาท่านก็ไม่ทราบอีกใช่ไหมครับว่า 6,135 บาท รวมอะไรบ้าง หลักๆ เลย ค่าภาษีสนามบินบ้านเราขาออก จากที่ดอนเมืองเก็บ 500 บาท พอใช้สนามบินใหม่เค้าเก็บเพิ่มเป็น 700 บาท ก็รวมอยู่ใน 6,135 บาท ที่นาริตะ เค้าก็คิดเราเหมือนกัน ค่าภาษีสนามบินก็รวมไว้แล้ว ส่วนค่าน้ำมันเค้าก็คิดเป็นคูปอง ท่านอาจจะยังนึกภาพออกอยู่นะครับ สมัยก่อนเราใช้ตั๋วกระดาษเป็นเล่มๆ เวลาไปเชคอินเค้าก็จะฉีกกระดาษเราไป 1 ใบ อันนี้แหละเค้า เรียกว่าคูปอง ส่วนมาก 1 คูปองก็คือการบินของเที่ยวบิน 1 เที่ยว โดยนับจาก O/D (Origin/Destination) เช่น เราบินไปอังกฤษ โดยสายการบิน การ์ตาร์ เราต้องหยุดแวะที่โดฮา แล้วต่อจากโดฮาไป ลอนดอน ก็คือว่าบิน 2 เที่ยวบินก็ใช้ 2 คูปอง ในกรณีการบินไทยบินไปโตเกียว ไม่มีจอดแวะที่ไหนก็ใช้ 1 คูปอง ณ ตอนนี้การบินไทยคิดค่าน้ำมันอยู่ที่ คูปองละ USD62 ก็คูณอัตราแลกเปลี่ยนตามที่การบินไทยเค้า อ้างอิงเอาไว้ในระบบ เราบินไปกลับก็ USD x 2 เข้าไปครับ สมัยนี้เป็นตั๋วอิเลกทรอนิกส์แล้ว เราท่านก็จะไม่เห็นคูปอง แต่ในทางธุรกิจการบินก็ยังใช้คำนี้อยู่
นอกจากคำว่าคูปองแล้วเค้าอาจใช้คำว่า เซคเตอร์ หรือ เซกเมนต์ก็ได้นะครับ เช่น บิน กรุงเทพ โตเกียว ลอสแองเจลิส ก็ถือว่าบิน 2 เซคเตอร์เป็นต้น ค่าน้ำมันก็คิดตามเซคเตอร์ไป เห็นไหมครับยิ่งบินไกล บินหลายเซคเตอร์ เราก็จะเสียค่าธรรมเนียมเหล่านี้เป็นเงาตามตัว เวลาสายการบินทำตั๋วโปรโมชั่น ค่าธรรมเนียมเหล่านี้ แพงกว่าราคาตั๋วซะอีก ไอ้ค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิง หรือ ค่าน้ำมันนี้ ทางภาษาสายการบิน เค้าเรียกว่า Fuel Surcharge ตัว Tax code ของมันจะเป็น YQ เวลาท่านได้รับตั๋วเครื่องบินลองมองลงมาด้านล่าง ที่เค้ามีราคา เค้าจะแยกไว้ให้เราเห็นว่า ไอ้เจ้า YQ เนี่ยมันราคาเท่าไหร่ อีกรายการหนึ่งที่เราต้องจ่ายก็ เป็นพวกประกันภัย บางสายค่าน้ำมันนี้เป็น YR ยกตัวอย่างการบินไทยบินไป ลอสแองเจลิส Fuel Surcharge ใช้ YQ และ Insurance Surcharge ก็ใช้ YQ เหมือนกัน พวกนี้คิดเราเป็นเซคเตอร์นะครับ ส่วนสายการบิน เคนยา ใช้ YR เป็น Fuel Surcharge เป็นต้น หรือ บางสาย็ใช้ YR เป็น Insurance Surcharge (Security) เช่น สายการบิน Aeroflot และสายการบินบางสายอาจไม่มีเก็บภาษีสนามบินก็มีครับ
หากท่านเกิดมีเพื่อนอยากตามไปด้วยแต่ซื้อตั๋วใกล้กับวันออกเดินทาง เพื่อนท่านก็จะเจอกับราคาตั๋ว ที่แพงกว่า เช่น ท่านอาจจะต้องซื้อตั๋วปี เพื่อเพียงจะไปเที่ยวแค่ไม่กี่วัน ฉนั้นบอกให้เรารู้ว่า การเดินทางไปเที่ยวให้ประหยัดนั้น ต้องมีการวางแผนล่วงหน้าเสมอครับ ยิ่งค่าน้ำมันผันผวนแบบนี้ ราคาค่าธรรมเนียมมีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ต้องสอบถามพนักงานให้ชัดเจนทุกครั้ง มีบ่อยเหลือเกินครับ ที่ทะเลาะกันเพราะค่าธรรมเนียมพวกนี้ เช่น การบินไทยแจ้งว่าจะขึ้นราคาน้ำมัน ในเดือน มีนาคม เราบิน เมษายน ใช่ไหมครับ ถ้าเราออกตั๋วก่อนเดือน มีนาคม เราจะเสียค่าธรรมเนียม ณ วันที่เราเชคราคาไว้แล้ว แต่ถ้าเราขืนไปออกตั๋วหลังเดือนมีนาคม ค่าธรรมเนียมก็เพิ่มขึ้นอีก หมายถึงเราต้องจ่ายราคาตั๋วโดยรวมแพงกว่าเดิม พอเข้าใจนะครับ
ถ้าตั๋วราคาถูกเต็มเช่น Q calss ตั๋วปีที่ท่านจอง เป็น B class ก็อาจจะงงว่า ไอ้ B class เนี่ยเราจะนั่ง ตรงไหนของเครื่อง เราอาจเข้าใจว่า สงสัยเราซื้อตั๋วแพงได้นั่งข้างหน้าใกล้ๆคนขับ ไม่ใช่นะครับ ตั๋วชั้นประหยัด ไม่ว่าท่านจะซื้อมาในราคาเท่าไหร่ ท่านก็จะเป็นหนึ่งในจำนวน 196 คนบนเครื่อง ที่นั่งชั้นธรรมดา ส่วนการเลือกที่นั่งนั้นท่านจะต้องกระทำตอนออกตั๋วเครื่องบิน หลังจากออกตั๋วนี่แหละครับ ท่านจะเรียร้องอะไรในบริการที่สายการบินมี ก็ทำได้เลย เช่น ท่านไม่ทานเนื้อ จะทานอาหารทะเล จะนั่งริมทางเดิน จะนั่งริมหน้าทาง ขอเก้าอี้รถเข็น ขอไรจิปาถะ ทำได้ตอนนี้ครับ....18 พ.ย. 2552
สำหรับเอเยนต์ หรือ บริษัทขายทัวร์ ขายตั๋ว ส่วนมากเค้าจะสามารทำการสำรองที่นั่งให้เราได้ทันที่ กรณีที่สายการบินนั้นๆมีที่ว่าง โดยเค้าใช้ระบบสำรองที่นั่ง ที่เรียกกันว่า GDS (global distribution services) ซึ่งระบบสำรองที่นั่งนี้ที่เราได้ยินคุ้นๆหูก็มี Amadeus, Galileo และ Abacus เป็นต้น เมื่อเย่นต์สำรองที่นั่งให้ท่านเรียบร้อยแล้ว เราก็จะได้ตารางการเดินทางคร่าวๆของเรามา สมัยก่อนโน้น เราต้องไปรับเอง หรือ ส่งแฟกส์มาให้ เดี๋ยวนี้เค้าก็จะขอข้อมูล เบอร์โทร เบอร์อีเมลล์ของเรา ใส่เอาไว้ในระบบเลย เมื่อจองเสร็จเอเย่นต์ หรือ สายการบิน ก็จะส่งตารางดังกล่าวมาให้เรา ซึ่งประกอบด้วย ชื่อนามสกุลของเราที่ต้องตรงตาม พาสปอร์ต เที่ยวบิน วันเดินทาง booking class และรายละเอียดต่างๆอีกมากมาย รายการเดินทางนี้เราเรียกมันว่า Itinerary หรือ ภาษาทางธุรกิจใช้คำว่า PNR (Passenger Name Record) ต่อไปถ้าเราโทรหา เอเย่นต์ หรือ โทรหาสายการบิน เราก็บอกไปเลยว่า ขอให้ส่ง PNR มาให้เราด้วยทาง อีเมลล์
PNR นี้สำคัญนะครับ จะบอกอะไรเกี่ยวกับเราหลายๆ และเจ้า PNR นี่แหละครับที่ท่านต้องถือไป สถานทูตต่างๆ เพื่อเป็นเอกสารประกอบในการขอวีซ่า ส่วนมากแล้วเรายังไม่ออกตั๋ว จนกว่าวีซ่าเราจะป่านถูกไหมครับ ขืนออกตั๋วก่อนเพื่อเอาไปขอวีซ่า เกิดวีซ่าไม่ผ่าน ต้องนำตั๋วมี Refund ถูกหักโน่นหักนี่อีกหลายตังค์ ผมเคยหลายครั้งที่มีลูกค้าโทรมาถามตารางการเดินทาง ของตัวเอง เราก็บอกว่า ขอโค้ด (PNR) บนหน้าตั๋วหน่อยครับ ส่วนมากก็มักจะไม่ค่อยทราบว่ามันคืออะไร และจะดูตรงไหน PNR ส่วนมาจะเป็นรหัส 6-7 ตัว เช่น Z4VF9Y เวลาเราดูบนตั๋วกระดาษให้มองหาไปที่ คำว่ booking ref จะเจอ โค้ด พีเอ็นอาร์ ต่อท้าย ก็แจ้งให้กับเจ้าหน้าที่ไป ทีนี้เวลาแจ้ง ก็จะมีภาษา ในการแจ้งเพื่อให้ทางผู้ฟังได้รับทราบตัวอักษรที่ชัดเจน เราก็ควรแสงดให้เค้ารู้ว่าเราก็เจ๋ง โดยการสะกด พีเอ็นอาร์ ให้เอย่นต์ฟังอย่างเสียงดังฟังชัด เช่น PNR Z4VF9Y เราก็พูดไปเลยว่า ซีบร้า สี่ วิคเตอร์ ฟอกส์ เก้า วาย ไอ้คำพวกนี้มันทำให้ทางเจ้าหน้าที่เค้าฟังง่าย และไม่มีผิดพลาด หารายละเอียดให้เราได้เจอ อย่างรวดเร็ว บางคนสะกดตัว B D คำว่า บี ดี บางทีในโทรศัพท์มันฟังกันไม่ชัด กว่าจะหากันเจอ ก็ปาไปเกือบ 10 นาที อีกวิธีที่เราจะสามรถแจ้งให้เอเย่นต์หา เรคคอร์ท ของเราเจอก็คือ สะกด นามสกุล ชื่อ ของเรา และแจ้งวันเดินทาง พร้อมเที่ยวบิน เค้าก็จะหาให้เราเจอเหมือนกัน ขอย้ำว่าการทำธุรกรรมนี้ ต้องเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้นนะครับ บางทีผมบอกขอนามสกุลหน่อยครับ ท่านเล่นภาษาไทยปร๋อมาเลย แล้วผมจะหาเจอไหมเนี่ย สังเกตุให้ดีกว่า การจองตั๋วโดยปกติ จะใช้นามสกุลขึ้น ก่อนชื่อของเราครับ
มาว่ากันถึงเรื่องของการออกตั๋ว คำว่าออกตั๋วก็หมายถึงจากที่เราเคยจองไว้ธรรมดาจะไม่มีหมายเลขตั๋ว เอเย่นต์หรือ สายการบินเมื่ออกตั๋วแล้ว จะมีหมายเลขตั๋วกำกับไว้ เช่น 706 2481664721 สำหรับ ตัวเลข 3 ตัวแรกนั้นบ่งบอกว่ามันเป็นตั๋วของสายการบินอะไร ลืมบอกไปครับว่า PNR ที่เราได้มานั้นมี 2 แบบนะครับ ถ้าเราจองกับเอเย่นต์ มันจะมี PNR 1 ชุดเป็นของ GDS ที่เราจอง และมันจะมีอัตโนมัติอีก 1 ชุดซึ่งเป็นของสายการบินที่เราใช้ และที่แน่นอนก็คือ เค้าจะออกตั๋วให้เราก็ต่อเมื่อเราจ่ายตังค์
สำหรับเอเย่นต์ที่มีสิทธิ์ในการออกตั๋วให้เรานั้น ในบ้านเรามีประมาณ 400 เอเย่นต์ ซึ่งแบ่งเป็นเอเย่นต์ ขายปลีก กับ เอเย่นต์ขายส่ง ส่วนเอเย่นต์หรือบริษัททัวร์ที่เหลืออีกหลายพันบริษัทนั้น ไม่สามารถออกตั๋ว ให้กับเราได้ เอเย่นต์ที่ออกตั๋วให้กับเราแทนสายการบินได้นั้น เราเรียกเค้าว่า เอเย่นต์ BSP (Billing and Settlement Plan) เอเย่นต์ BSP นี้ต้องเป็นสมาชิกของ สมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ หรือ เรียกย่อๆว่า IATA (The International Air Transportation Association) ซึ่งมีสายการบินเกือบทั่วโลก เป็นสมาชิก เท่าที่ทราบตอนนี้มีประมาณ 230 สายการบิน นั่นหมายความว่า เอเย่นต์ BSP บางเอเย่นต์สามารถเป็นตัวแทนออกตั๋วสายการบินได้ถึง 200 กว่าสาย เอเย่นต์ BSP นี้มีสิทธิ์ออกตั๋ว เครื่องบินแทนสายการบินได้เลยครับ เพราะเค้ามีข้อตกลงกันในระดับ International ไว้เรียบร้อยแล้ว คล้ายๆว่า IATA เป็นตัวกลางที่เชื่อมระหว่าง สายการบิน กับ BSP เอเย่นต์ โดยเป็นตัวกลางในเรื่อง เกี่ยวกับเงินๆทองๆ สมัยนี้ BSP เอเย่นต์จะต้องมีการวางเงินการันตีไว้ที่ IATA ด้วยนะครับ เช่น สมมุติว่า BSP เอเย่นต์มีการออกตั๋วโดยเฉลี่ยเดือนละ 20 ล้าน เอเย่นต์นั้นจะต้องวางเงินการันตี ล่วงหน้าจำนวน 20 ล้านบาทไว้ที่ IATA ก่อน แล้วจึงทำการออกตั๋วได้ ทีนี้ระหว่างเดือนตํ่วอาจจะขายดี หมดวงเงิน ก็ต้องรีบนำเงินไปวางเพิ่มอีก เมื่อเราได้ตั๋วจ่ายเงินให้เอเยนต์ไป เอเย่นต์ก็เอาเงินนี้ไปส่งให้ IATA แล้ว IATA ก็นำเงินนี้ไปส่งให้สายการบินอีกทีครับ เดือนหนึ่งเฉลี่ยมีการออกตั๋วโดยรวม ประมาณ 4,000,000,000 บาท (สี่พันล้านบาท) สำหรับในประเทศไทย
โดยปกติแล้ว เวลาเราได้ตั๋วอิเลกทรอนิกส์ หรือ E-Ticket บนหัวกระดาษจะบอกอย่างชัดเจนว่า BSP เอเย่นต์เจ้าไหน เป็นคนออกตั๋วให้เรา พร้อมที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์เรียบร้อย และ BSP เอเย่นต์นี้ ไม่ได้เป็นกันง่ายๆนะครับ มีข้อบังคับมากมายที่ต้องทำตามกฎของ IATA..19 พ.ย.2552
By Chainuan, MBA Aviation # 1 Chulalongkorn University
Email: webmaster at vacationzone.co.th
Bookmark and Share

oยุโรป
oอเมริกา
oเอเชีย
oแอฟริกา
oอเมริกาใต้
oออสเตรเลีย
oตะวันออกกลาง
oสาระน่ารู้ก่อนเดินทาง
oe-passport
oการขอหนังสือเดินทาง
oอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา
oคำนวณอัตราแลกเปลียน
oข้อฎิบัติ กรมศุลกากร
oเชงเก้น วีซ่า
oสายการบินโอเรียนต์ไทย
oสายการบิน นกแอร์
oต่างประเทศ ขาเข้า
oต่างประเทศ ขาออก
oตารางบินขาเข้า
oตารางบิน ขาออก
oเช็คเที่ยวบินทั่วโลก
oCheck Your Trip
oบ้านพักเยาวชน
oYHA อังกฤษ
oYHA อเมริกา
oYHA ออสเตรเลีย
oYHA สวิส
oYHA ญี่ปุ่น
oYHA ฝรั่งเศส
oโฮสเทล ทั่วโลก
oโฮสเทล ยุโรป
 
oเว็บไซต์สายการบิน
oเว็บไซต์สถานทูตในไทย
oเว็บไซต์รถเช่า
oทีวีช่อง 3
oทีวีช่อง 5
oทีวีช่อง 7
oทีวีช่อง 9
oThai PBS
oฟังวิทยุ FM88
oฟังวิทยุ FM89
oฟังวิทยุ Sweet FM
oฟังวิทยุ HotWave
oฟังวิทยุ Cool 93
oฟังวิทยุ FM95
oฟังวิทยุ 95.5
oฟังวิทยุ จส100
oMajor Cineplex
oSF Cinema
oEsplanade Cineplex
oLivescore
oSiam Sport
?????????
ร้านอาหารไทยในบอสตัน
VZ English version
 
 
 
 
 
คลิกที่เดียวเที่ยวทั่วโลก
 
 
สาระน่ารู้ก่อนเดินทาง ท่องเที่ยวต่างประเทศ ในประเทศต่างๆ
"คลิ๊กที่เดียว เที่ยวทั่วโลก"
 
 
กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ
กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา
ประเทศเกาหลีใต้ : กรุงโซล
ประเทศคูเวต
ประเทศเคนย่า : กรุงไนโรบี
ประเทศแคนาดา นครแวนคูเวอร์
ประเทศจีน : กรุงปักกิ่ง
ประเทศชิลี : กรุงซันติอาโก
สาธารณรัฐเชค : กรุงปราก
ซาอุดิอาระเบีย:กรุงริยาด
ประเทศเซเนกัล : กรุงดาการ์
ประเทศญี่ปุ่น : กรุงโตเกียว
เดนมาร์ก : กรุงโคเปนเฮเกน
ประเทศตุรกี : กรุงอังการา
ประเทศไต้หวัน : กรุงไทเป
ประเทศนอรเวย์ : กรุงออสโลว์
นิวซีแลนด์ : กรุงเวลลิงตัน
ประเทศเนเธอร์แลนด์ : กรุงเฮก
ประเทศเนปาล :กรุงกาฐมาณฑุ
ประเทศบราซิล : กรุงบลาซิเลีย
บรูไน : บันดาร์ เสรี เบกาวัน
ประเทศ บังคลาเทศ : กรุงธากา
ประเทศเบลเยี่ยม : กรุงบรัสเซลส์
ปากีสถาน : กรุงอิสลามาบัด
ประเทศโปรตุเกส:กรุงลิสบอน
ประเทศโปแลนด์ : กรุงวอร์ซอ
ประเทศฝรั่งเศส : กรุงปารีส
ประเทศพม่า : กรุงย่างกุ้ง
ประเทศฟิลิปปินส์:กรุงมะนิลา
ประเทศมาเลเซีย : กัวลาลัมเปอร์
เม็กซิโก : กรุงเม็กซิโก ซีตี้
ประเทศโมร๊อคโค : กรุงราบาต
ประเทศเยอรมันนี : กรุงเบอร์ลิน
ประเทศรัสเซีย : กรุงมอสโค
ประเทศโรมาเนีย : กรุงบูคาเรสต์
ประเทศลาว เวียงจันทร์
ประเทศเวียดนาม : กรุงฮานอย
ประเทศศรีลังกา : กรุงโคลัมโบ
ประเทศสเปน : กรุงมาดริด
สวิตเซอร์แลนด์ : กรุงเบิร์น
ประเทศสวีเดน : สตอกโฮล์ม
ประเทศสหรัฐอเมริกา : วอชิงตัน
ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ข้อมูลเบื้องต้น : ประเทศสิงคโปร์
กรุงแคนเบอร์รา : ออสเตรเลีย
ประเทศออสเตรีย : กรุงเวียนนา
ประเทศอังกฤษ : กรุงลอนดอน
แอฟริกาใต้ : กรุงพริทอเรีย
กรุงบัวโนสไอเรส อาร์เจนตินา
ประเทศอิตาลี : กรุงโรม
ประเทศอินเดีย : กรุงนิวเดลี
อินโดนีเซีย : กรุงจากาตาร์
ประเทศอีรัก : กรุงแบกแดด
ประเทศอิสราเอล : กรุงเทลอาวีฟ
ประเทศอิหร่าน : กรุงเตหะราน
ประเทศอียิปต์ : กรุงไคโร
ประเทศโอมาน:กรุงดามัสกัต
ประเทศฮังการี : กรุงบูดาเปสต์
 
   
 
บริษัท วาเคชั่นโซน จำกัด ทะเบียนการค้าเลขที่ (3)362/2544 ทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เลขที่ 71004030001090
ติดต่อทีมงาน ติดต่อโฆษณา โทร.0897990051 Copyright 2001 Vacation Zone Co., Ltd. All Rights Reserved: Email: webmaster@vacationzone.co.th
เพื่อนบ้านวันหยุด ชมเว็บไซต์เพื่อนบ้าน ติดต่อแลกลิงค์ คลิกที่นี่ครับ