Bookmark and Share
 
จองโรงแรมออนไลน์
  
 
จองผ่าน Octopus
 
จองผ่าน GTA-Travel
 
จองผ่าน Agoda.Co.th
 
จองโรงแรมในประเทศไทย
จองโฮสเทล Hostel
ขั้นตอนการโพสต์รูป
จองตั๋วเครื่องบิน
 
จองตั๋วเครื่องบินด้วยตัวเอง
ตรวจสอบการจองตั๋ว
ประกันการเดินทาง
IAG ออนไลน์ (NZI)
กรุงเทพประกันภัย
ทิพยประกันภัย
Chartis
Mondial Assistance
ACE Insurance
บูพา ประกันสุขภาพ
เมนูโซน
 
รับทำผ้าบาติก
วีซ่าแคนาดา
ตั๋วรถไฟในยุโรป
ข้อมูลยอดเขา จุงฟราว
เรือสำราญ รอยัล แคริบเบียน
ขั้นตอนการส่งภาพเข้าประกวด
ประเภทของ ตั๋วรถไฟในยุโรป
การขอวีซ่าประเทศต่างๆ
7 สิ่งมหัศจรรย์
วันสงกรานต์
วีซ่า อังกฤษ
วีซ่า อเมริกา
วันวาเลนไทน์
วันพ่อแห่งชาติ
พรบ คอมพิวเตอร์
การบินไทย
อัตราแลกเปลี่ยน
บัตรโทรศัพท์ iSIM
บัตรโทรศัพท์ iTalk
ออกแบบเวบท่องเที่ยว
สถานทูตไทยในต่างประเทศ
VZ Agencies Pluz
Wall Paper
ททท
องค์การส่งเสริมท่องเที่ยว

 ทวีปเอเซีย
 ทวีปออสเตรเลีย
 ทวีปยุโรป
 ทวีปแอฟริกา
 การขอวีซ่า ประเทศแถบแอฟริกา
 ทวีปอเมริกาใต้
 ข้อมูลท่องเที่ยว
 สถานที่ท่องเที่ยว
 บริษัทท่องเที่ยว
 ภาพถ่ายในต่างแดน
 ประกันการเดินทาง
 โหวตสายการบิน
 โหวตบริษัทท่องเที่ยว
อ่านบทสัมภาษณ์คุณ ริน
อ่านบทสัมภาษณ์ของคุณ จิ๋น
อ่านบทสัมภาษณ์ คุณ Ham&Cheese
อ่านบทสัมภาษณ์ คุณ ติ๊ก
 My Vienna
(คุณ ริน)
 ออสเตรีย เยอรมัน
(คุณแนท)
 สวิตเซอร์แลนด์
(คุณ Sak)
 ย่ำเกาหลี 7 วัน
(คุณสิงหา)
 Europe Romance
(คุณ จิ-นดา)
ผ้าบาติกสินค้าฝีมือคนไทย
รับซ่อมเครื่องหนัง
ความคิดเห็นของผู้ชมเวบ
ภาพสถานที่ท่องเที่ยว




ร้านอาหารไทยในบอสตัน

 






สาธารณรัฐเชค
สาธารณรัฐเชค
"คลิ๊กที่เดียว เที่ยวทั่วโลก"

ในหน้านี้จะรวมทุกอย่าง เกี่ยวกับประเทศ สาธารณรัฐเชค เชิญชมครับ

เรื่องเล่า จาก ปร้าก หน้า 1
เรื่องเล่า จาก ปร้าก หน้า 2
เรื่องเล่า จาก ปร้าก หน้า 3
เรื่องเล่า จาก ปร้าก หน้า 4
ภาพถ่ายที่ ปร้าก ครับ น้าคุณ 12-14/05/03

เวบของสถานทูตประเทศ สาธารณรัฐเชค

สาธารณรัฐเช็ก
Czech Republic
ข้อมูลทั่วไป
ที่ตั้ง อยู่ตอนกลางของทวีปยุโรป ไม่มีพื้นที่ติดต่อกับทะเล มีพรมแดน ด้านเหนือติดกับโปแลนด์ ด้านใต้ติดกับออสเตรีย ทิศตะวันออกติดกับสโลวักและทิศตะวันตกติดกับเยอรมนี

พื้นที่ 78,866 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วย 2 แคว้น คือ แคว้นโบฮีเมีย และ
แคว้นโมราเวีย

เมืองหลวง กรุงปราก (Prague) มีประชากร 1.21 ล้านคน

เมืองสำคัญ Brno - เมืองศูนย์กลางทางด้านอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรมของแคว้นโมราเวีย มีประชากรประมาณ 389,000 คน
Ostrava - เมืองอุตสาหกรรม โดยเฉพาะทางด้านการถลุงเหล็ก อยู่ทางตะวันออกของประเทศ มีประชากรประมาณ 325,000 คน
Plzen - เมืองอุตสาหกรรมเครื่องจักรกล และเป็นเมืองที่กำเนิดของเบียร์สูตรที่เก่าแก่ที่สุดในโลก อยู่ทางเหนือของประเทศ มีประชากร 171,000 คน

ประชากร 10.28 ล้านคน (2542) ชาวเช็ก (94.4%) ชาวสโลวัก (3%) ชาวโปล (0.6%) ชาวฮังกาเรียน 0.2%)

ภาษาราชการ ภาษาเช็ก ประชาชนส่วนใหญ่พูดภาษาเยอรมันได้และมีบ้างที่พูดภาษารัสเซียได้

ศาสนา ไม่มีศาสนา 39.8% โรมันคาธอลิก 39.2% โปรเตสแตนท์ 4.6% ออร์โธดอกส์ 3%

วันชาติ 28 ตุลาคม

สกุลเงิน เช็กโครูน่า (Czech Koruna)

อัตราแลกเปลี่ยน 1$ = 39.28 โครูน่า (14 พฤษภาคม 2544)

ภูมิอากาศ แบบยุโรป อุณหภูมิ 20-25 องศาเซลเซียสในฤดูร้อน และ -5 ถึง-15 องศาเซลเซียส ในฤดูหนาว

อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ 3.1% (2543)

อัตราเงินเฟ้อ 3.9 % (ปี 2543)

อัตราการว่างงาน 8.9 % (ปี 2543)
การเมืองการปกครอง
ระบบการเมือง ระบอบประชาธิปไตยแบบมีประธานาธิบดีเป็นประมุข

ประธานาธิบดี นาย Vaclav Havel (กุมภาพันธ์ 2541)

นายกรัฐมนตรี นาย Milos Zeman (กรกฎาคม 2541)

รัฐมนตรีต่างประเทศ นาย Jan Kavan ( กรกฎาคม 2541)

รูปแบบการปกครอง สาธารณรัฐเช็กใช้ระบบการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ซึ่งมี 2 สภา และมีประธานาธิบดีเป็นประมุข (Parliamentary democracy with bicameral legislature) รัฐสภา เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ด้านนิติบัญญัติ ประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎร (Chamber of Deputies) และสภาสูง (Senate)
1. สภาผู้แทนราษฎร ประกอบด้วยสมาชิก 200 คน โดยได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนให้อยู่ในตำแหน่งได้วาระละ 4 ปี
2. สภาสูง ประกอบด้วยสมาชิก 81 คน ได้รับเลือกจากประชาชนเขตละ 1 คน อยู่ในตำแหน่งได้วาระละ 6 ปี ประธานาธิบดี ทำหน้าที่เป็นประมุขแห่งรัฐและเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด ตำแหน่งประธานาธิบดีในรัฐธรรมนูญของสาธารณรัฐเช็ก มีลักษณะคล้ายกับประธานาธิบดีของเยอรมนีและออสเตรียมากกว่าประธานาธิบดีรัสเซีย ฝรั่งเศส หรือสหรัฐฯ เพราะมิได้รับเลือกโดยตรงจากประชาชน ประธานาธิบดีได้รับการเลือกตั้งจากสภาทั้งสอง โดยจะต้องได้รับเสียงข้างมากโดยเด็ดขาดจากแต่ละสภา และอยู่ในตำแหน่งได้วาระ 5 ปี ประธานาธิบดีจะดำรงตำแหน่งติดต่อกันได้เพียง 2 วาระเท่านั้น ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีจะต้องได้รับการเสนอชื่อจาก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกสภาสูงอย่างน้อย 10 คนตามรัฐธรรมนูญกำหนดว่าประธานาธิบดีจะต้องมีอายุอย่างน้อยที่สุด 40 ปีรัฐบาล นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาล โดยรัฐบาลเป็นองค์กรที่ใช้อำนาจบริหารสูงสุดนายกรัฐมนตรีได้รับการแต่งตั้งจาก ประธานาธิบดีเช่นเดียวกับรัฐมนตรีอื่นๆ รัฐบาลบริหารงานโดยรับผิดชอบต่อสภาผู้แทนราษฎร ศาล อำนาจตุลาการได้รับการแบ่งแยกโดยสิ้นเชิงจากอำนาจ นิติบัญญัติและอำนาจบริหารคณะกรรมการ ตุลาการรัฐธรรมนูญจะเป็นผู้รับผิดชอบดูแลให้มีการใช้อำนาจตุลาการตามรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการตุลาการรัฐธรรมนูญประกอบด้วยผู้พิพากษา 15 คน ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากประธานาธิบดี โดยอยู่ในตำแหน่งวาระละ 10 ปี

การเมืองภายในประเทศ รัฐบาลเช็กชุดปัจจุบันภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี Milos Zeman เป็นรัฐบาลชุดแรกภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ในเช็กที่มีพรรคฝ่ายซ้ายเข้ามาเป็นรัฐบาล จัดตั้งขึ้นหลังการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือนมิถุนายน 2541 โดย Czech Social Democratic Party (CSSD) เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลเพียงพรรคเดียว พรรคCSSD มีที่นั่งในสภาผู้แทนฯ เพียง 74 ที่นั่ง แต่สามารถบริหารประเทศมาแล้วถึง 3 ปี เนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากพรรค Civic Democratic Party (ODS) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายขวาซึ่งมีที่นั่งในสภาผู้แทนฯ 63 ที่นั่ง โดยพรรค CSSD และพรรค ODS ได้ทำข้อตกลงระหว่างกันว่าพรรค ODS จะให้การสนับสนุนพรรค CSSD ในสภาผูแทนฯ แต่การกำหนดนโยบายด้านต่างๆ จะต้องหารือกับพรรค ODS ก่อน ซึ่งทำให้ นาย Vaclav Klaus ประธานสภาผู้แทนฯและหัวหน้าพรรค ODS เป็นผู้ที่มีอิทธิพลและบทบาททางการเมืองเท่าเทียมกับนายกรัฐมนตรี Zeman ในสถานการณ์การเมืองปัจจุบันของสาธารณรัฐเช็ก ในภาพรวมสาธารณรัฐเช็กถือว่ายังไม่มีเสถียรภาพทางการเมืองมากนัก เนื่องจากรัฐบาลมีเสียงข้างน้อย ต้องพึ่งพาพรรคแกนนำฝ่ายค้าน

การเมืองระหว่างประเทศ เช็กมีนโยบายส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีและพัฒนาความร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะยุโรปตะวันตก โดยให้ความสำคัญกับการปรับเปลี่ยนระบบการเมืองและ เศรษฐกิจของตนให้สามารถเข้าเป็นส่วนหนึ่งของยุโรปได้ ดังจะเห็นได้ว่า เช็กแสดงเจตจำนงที่จะเข้าร่วมเป็นสมาชิกขององค์การระหว่างประเทศต่างๆ โดยเฉพาะในยุโรป เช่น สหภาพยุโรป European Council ได้เข้าเป็นสมาชิกของNATO นอกจากนั้น เช็กยังเป็นสมาชิก Organisation of Security and Cooperation in Europe - OSCE ซึ่งมีสำนักเลขาธิการตั้งอยู่ ณ กรุงปราก ในปี 2537 เช็กได้เข้ารับตำแหน่งสมาชิก UNSC ประเภทไม่ถาวร ซึ่งเป็นผลมาจากความพยายามมีบทบาทในการเสริมสร้างสันติภาพและความมั่นคงของยุโรป การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และการเข้ามีส่วนร่วมในกิจกรรมรักษาสันติภาพของ UN และเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2537 เช็กได้เข้าเป็นสมาชิกสมทบขององค์การ Western European Union (WEU) ซึ่งส่งผลให้เช็กสามารถส่งผู้แทนเข้าร่วมการประชุมขององค์การ WEU และส่งทหารเข้าร่วมในการรักษาสันติภาพ แต่ยังไม่มีสิทธิในการออกเสียงยับยั้ง (veto) สาธารณรัฐเช็กได้เข้าเป็นสมาชิกลำดับที่ 26 ขององค์การ OECD (Organisation for Economic Cooperation and Development) โดยได้พยายามทำตามเงื่อนไขต่าง ๆ ที่องค์การนี้วางไว้ ได้แก่ เงื่อนไขทางการเมือง ที่มีการปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยแบบพหุสังคม เคารพสิทธิมนุษยชน เงื่อนไขทางเศรษฐกิจ ที่มีการใช้ระบบเศรษฐกิจแบบตลาด การปล่อยให้เงินทุนเคลื่อนย้ายโดยเสรี การใช้เงินตราที่แลกเปลี่ยนได้โดยสมบูรณ์ การใช้ระบบภาษีที่มีมาตรฐานและมีมาตรการรักษาสิ่งแวดล้อม สำหรับกลุ่มประเทศในยุโรปกลาง เช็ก สโลวัก ฮังการี และโปแลนด์ ก็ได้จัดตั้งเขตการค้าเสรี (CEFTA) ระหว่างกันเมื่อมีนาคม 2536 โดยสโลเวเนีย โรมาเนีย และบัลแกเรียได้เข้าเป็นสมาชิกในเวลาต่อมา อันทำให้ CEFTA เป็นกลุ่มเขตการค้าเสรีที่มีประชากรประมาณ 100 ล้านคน กลุ่ม CEFTA มีเป้าหมายให้บรรลุผลภายในปี 2544 โดยเริ่มมีการลดค่าธรรมเนียมศุลกากรและอุปสรรคระหว่างกันแล้ว สำหรับประเทศไทยนั้น การจัดตั้ง CEFTA จะช่วยให้สินค้าไทยสามารถเจาะตลาดประเทศทั้ง 7 ได้ง่ายยิ่งขึ้น เช็กได้เข้าเป็นสมาชิกนาโตโดยสมบูรณ์แล้วเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2542 พร้อมกับฮังการี และโปแลนด์ แต่การที่นาโตได้ปฏิบัติการ โจมตีทางอากาศต่อยูโกสลาเวียระหว่างเดือนมีนาคม - มิถุนายน 2542 ทำให้เช็กมีปัญหาขัดแย้งกับสมาชิกนาโตอื่นๆ เนื่องจากไม่ได้ให้การสนับสนุนปฏิบัติการของนาโตอย่างจริงจัง เพราะไม่ต้องการเสียคะแนนนิยมจากประชาชนส่วนหนึ่ง ซึ่งต่างกับโปแลนด์และฮังการีได้ให้การสนับสนุนปฏิบัติการนาโตอย่างเต็มที่ จึงทำให้มีความเคลือบแคลงในพันธะสัญญาที่เช็กมีต่อนาโต เช็กได้สมัครเป็นสมาชิกสมทบของสหภาพยุโรป และได้เริ่มเจรจาเข้าเป็นสมาชิกสหภาพฯ อย่างเป็นทางการแล้ว โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการต่าง ๆ เช่น ได้มีการปรับตัวบทกฎหมายให้สอดคล้องกับมาตรฐาน ของสหภาพยุโรป แต่การดำเนินการค่อนข้างช้า จน European Commission ได้วิจารณ์เช็กว่า การปฏิรูปเป็นไปอย่างเชื่องช้าเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับปรุงกฎหมาย และยังกระตุ้นให้เช็กปรับปรุงโครงสร้างอุตสาหกรรมส่วนที่ประสบปัญหาใกล้ล้มละลาย และเร่งการแปรรูปวิสาหกิจที่เหลืออยู่โดยเร็ว จึงเป็นที่สงสัยว่า เช็กอาจไม่อยู่ในกลุ่มประเทศแรกที่จะได้รับการยอมรับเข้าเป็นสมาชิก ใหม่ของสหภาพยุโรป ซึ่งเดิมตั้งเป้าหมายไว้ว่าภายในปี 2546

เศรษฐกิจการค้า
แม้ว่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจสาธารณรัฐเช็กยังอยู่ในระยะถดถอย เนื่องจากผลการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวด และค่าเงินเช็กโครูนาซึ่งแข็งมากในปี 2541 ได้กระทบต่อมูลค่าการส่งออกสินค้าเช็ก ในปี 2542 GDP ได้ลดลงร้อยละ 0.4 แต่ในปี2543 สภาวะเศรษฐกิจของเช็กได้ดีขึ้น โดยอัตราการเติบโต ทางเศรษฐกิจได้เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 3.1 และในไตรมาสแรกของปี 2544 เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.8 ซึ่งคิดเป็นมูลค่ารวม 477 พันล้านโครูนาหรือ 12 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งนับว่าสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2537 เป็นต้นมา ทั้งนี้สาเหตุเนื่องจากมีเงินทุนทั้งจากการกู้ยืมและการลงทุน จากต่างประเทศเข้ามาในระยะสองปีนี้มากขึ้น อุปสงค์ภายในประเทศเพิ่ม ทำให้เกิดการสร้างงานมากขึ้น สำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2544 คาดว่าจะอยู่ที่ร้อยละ 3

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสาธารณรัฐเช็ก
ด้านการเมืองและการทูต สาธารณรัฐเช็กเป็นประเทศเกิดใหม่จากการ แบ่งแยกประเทศ ของสหพันธ์สาธารณรัฐเช็กและสโลวัก นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2536 (ค.ศ.1993) เป็นต้นมา ประเทศไทยได้มีความสัมพันธ์อันดีกับ สาธารณรัฐเช็กมาก่อนตั้งแต่ครั้งยังใช้ชื่อประเทศว่าเชโกสโลวะเกีย โดยได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2517 (ค.ศ.1974) และความสัมพันธ์ดำเนินมาโดยราบรื่นรัฐบาลไทยโดยคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2535 (ค.ศ.1992) ให้การรับรองทั้งเช็กและสโลวักในฐานะผู้สืบสิทธิของอดีตสหพันธ์สาธารณรัฐเช็กและสโลวัก โดยให้ถือเป็นการรับรองรัฐและสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ระหว่างไทยกับประเทศทั้งสองนับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2536 เป็นต้นไป นับจนปัจจุบันมีการแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างไทยและเช็กในระดับสูงบ่อยครั้ง ได้แก่
การเยือนฝ่ายเช็ก
- การเยือนไทยของประธานาธิบดี Vaclav Havel ในฐานะราชอาคันตุกะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พร้อมด้วยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า ระหว่างวันที่ 11-14 กุมภาพันธ์ 2537
- การเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนาย Milan Uhde ประธานรัฐสภาแห่งสาธารณรัฐเช็ก ระหว่างวันที่ 27-30 มีนาคม 2537
- การเยือนไทยอย่างเป็นทางการของ นาย Alexandr Vondra รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง
การต่างประเทศเช็ก เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2538 ภายใต้กรอบข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศไทย-เช็ก
- การเยือนไทยของนาย Miroslav Somol รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเช็ก ระหว่างวันที่ 27-28 พฤศจิกายน 2538 เพื่อเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้าไทย-เช็ก ครั้งที่ 1 โดยมี ฯพณฯ นายมนตรี ด่านไพบูลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นหัวหน้าคณะฝ่ายไทย
- การเยือนไทยของนาง Helena Bambasova รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศเช็ก ระหว่างวันที่ 25-27 มีนาคม 2539 ภายใต้กรอบข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศไทย-เช็ก
- การเยือนไทยของนาย Michael Zantovsky ประธานคณะกรรมาธิการต่างประเทศ กลาโหมและความมั่นคงสาธารณรัฐเช็ก ระหว่างวันที่ 23-27 ตุลาคม 2542 ตามคำเชิญของนายอรุณ ภาณุพงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการต่างประเทศของวุฒิสภาไทย
- การเยือนไทยของนาย Hynek Kmonicek รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
สาธารณรัฐเช็ก ระหว่างวันที่ 24-26 เมษายน 2543 เพื่อเข้าร่วมประชุมเอกอัครราชทูตในภูมิภาคนี้ และเพื่อร่วมลงนามความตกลงว่าด้วยการโอนตัวนักโทษระหว่างไทย-เช็ก
การเยือนของฝ่ายไทย
- การเยือนเช็กอย่างเป็นทางการของ ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ระหว่าง
วันที่ 12-15 มีนาคม 2537
- การเยือนเช็กอย่างเป็นทางการของศาสตราจารย์มารุต บุนนาค ประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานรัฐสภาในขณะนั้น ระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม - 1 กันยายน 2537
- สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เยือนสาธารณรัฐเช็ก ระหว่างวันที่ 17-18 กุมภาพันธ์ 2539 โดยเป็นการเยือนส่วนพระองค์
- นายโสภณ เพชรสว่าง รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง นำคณะผู้แทนสภาราษฎร
เดินทางเยือนสาธารณรัฐเช็ก ระหว่างวันที่ 12-15 พฤศจิกายน 2542
- สมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จฯ เยือนสาธารณรัฐเช็ก ระหว่างวันที่ 16-21 พฤษภาคม 2543 อย่างเป็นทางการ
- นายกรพจน์ อัศวินวิจิตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เยือนสาธารณรัฐเช็กเพื่อร่วมประชุม คณะกรรมาธิการร่วมทางการค้า(JTC) ไทย-สาธารณรัฐเช็ก ระหว่างวันที่ 14-15 มิถุนายน 2543 กลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทย-เช็ก เมื่อเดือนมีนาคม 2537 นาย Milan Uhde ประธานรัฐสภาแห่งเช็ก ได้เยือนไทยอย่างเป็นทางการ และเมื่อเดือนสิงหาคม 2537 ศาสตราจารย์มารุต บุนนาค ประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานรัฐสภาในขณะนั้นได้เยือนเช็กอย่างเป็นทางการ ซึ่งในระหว่างการเยือนได้มีการเสนอให้มีความร่วมมือระหว่างรัฐสภาของทั้งสองประเทศ จึงได้มีการจัดตั้งกลุ่มมิตรภาพเช็ก-ไทยขึ้นในสภาผู้แทนราษฎรเช็กในเดือนกันยายน 2537 และฝ่ายไทยได้จัดตั้งกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทย-เช็ก ในเดือนตุลาคม 2537 ปัจจุบันกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทย-เช็ก มีสมาชิก 66 คน ประกอบด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 37 คน สมาชิกวุฒิสภา 14 คน และสมาชิกสมทบสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 5 คน และสมาชิกสมทบสมาชิกวุฒิสภา 10 คน โดยมี คุณหญิงกัลยา โสภณพานิช ดำรงตำแหน่งประธาน นายกอบศักดิ์ ชุติกุล ดำรงตำแหน่งรองประธานคนที่ 1 และนายอาคม ตุลาดิลก ดำรงตำแหน่งรองประธานคนที่ 2

ด้านเศรษฐกิจ
การค้าระหว่างไทย-สาธารณรัฐเช็กไทยได้ดุลการค้าเช็กมาตลอด ยกเว้นปี 2539-2540 ที่ไทยขาดดุลการค้ากับเช็ก มูลค่าการค้าระหว่างไทยและเช็กลดลงมาตลอดตั้งแต่ปี 2539 จนกระทั่งในปี 2543 มูลค่าการค้าระหว่างกันจึงเริ่มเพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่องการค้ารวม ในปี 2543 มูลค่าการค้ารวมระหว่างไทย-เช็ก คิดเป็น 71.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐขยายตัวเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 53.2 เมื่อเทียบกับปี 2542 คิดเป็นอัตราส่วนเพียงร้อยละ 0.05 ของมูลค่าการค้ารวมทั้งหมดของไทย สำหรับในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี 2544 มีมูลค่าการค้ารวม 79 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 54.4 จากช่วงเวลาเดียวกันในปี 2543

การส่งออก ในปี 2543 ไทยส่งออกมีมูลค่า 40.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 47.4 เทียบกับระยะเวลาเดียวกันของปีก่อน สำหรับในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2544 มูลค่าการส่งออกมีมูลค่า 33.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.7 สินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์และส่วนประกอบ เสื้อผ้าสำเร็จรูป ด้ายเส้นใยประดิษฐ์ อาหารทะเลกระป๋อง เครื่องวีดิโอ อุปกรณ์เครื่องเสียงและส่วนประกอบ และผลไม้กระป๋องและแปรรูป เป็นต้น

การนำเข้า ในปี 2543 ไทยนำเข้าสินค้าจากเช็กมูลค่า 31.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 61.4 เทียบกับระยะเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2544 ไทยนำเข้ามูลค่า 45.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 114.3 เมื่อเทียบกับระยะเวลาเดียวกัน สินค้านำเข้าที่สำคัญ เช่น ผลิตภัณฑ์นม เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องจักรใช้ในอุตสาหกรรม รถยนต์นั่ง เคมีภัณฑ์ และกระดาษและผลิตภัณฑ์ เป็นต้นดุลการค้า นับตั้งแต่สาธารณรัฐเช็กได้แยกประเทศออกมา ไทยขาดดุลการค้าให้แก่เช็กตั้งแต่ปี 2539-2540 แต่ในปี 2541 ไทยเป็นฝ่ายเกินดุลการค้าเช็กมาโดยตลอด และในปี 2543 ไทยยังคงเป็นฝ่ายเกินดุลการค้าเช็กเป็นมูลค่า 9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2544 ไทยยังขาดดุลการค้าจากเช็กมูลค่า 12.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สินค้าที่มีศักยภาพในการส่งออกและนำเข้าในอนาคต
สินค้าส่งออก : เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรอื่นๆ เครื่องดื่ม หลอดไฟฟ้า
ผลิตภัณฑ์เซรามิก ถุงเท้าและถุงน่อง ผ้าแบบสำหรับตัดเสื้อและ ผ้าที่จักทำแล้ว เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ดอกกล้วยไม้สด เครื่องใช้บนโต๊ะอาหารและบ้านเรือน
สินค้านำเข้า : ของเล่นเครื่องกีฬาและเครื่องเล่นเกมส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ส่วนประกอบและอุปกรณ์ประกอบ รถยนต์นั่ง

ปัญหาและอุปสรรคทางการค้า
1. ภาคเอกชนของไทยยังขาดความมั่นใจในการบุกเบิกตลาด สินค้าในประเทศเช็ก เนื่องจากความเสี่ยงด้านการชำระเงิน ประกอบกับตลาดประเทศเช็กมีขนาดเล็ก มีประชากรเพียง 10.3 ล้านคน ดังนั้น ความสนใจตลาดเช็กของภาคเอกชนไทยจึงยังต้องได้รับการกระตุ้นและส่งเสริมจากภาครัฐในรูปของ การเผยแพร่ข้อมูลและการประชาสัมพันธ์สินค้าไทยให้เป็นที่รู้จักและคุ้นเคยให้มากยิ่งขึ้น
2. ระบบช่องทางธุรกิจด้านห้างสรรพสินค้าในเช็กนั้น ได้รับอิทธิพลสนับสนุนการลงทุนจาก
ต่างประเทศ การนำเข้าสินค้าจะให้ความสำคัญกับประเทศหุ้นส่วน เช่น เยอรมัน ออสเตรีย สหรัฐฯ เป็นต้น ดังนั้นการขยายตลาดสินค้าของไทยในรูปการสั่งซื้อรายใหญ่จึงทำให้ลำบาก
3. สาธารณรัฐเช็กห้ามนำเข้าไก่สดแช่เย็นและแช่เข็งจากไทยเป็นการชั่วคราวตั้งแต่ 24 มิถุนายน 2541 เนื่องจากตรวจพบว่ามีสารหนูตกค้าง ในปริมาณที่สูงกว่ามาตรฐานที่ทางการเช็กกำหนด แต่ภายหลังจากที่ฝ่ายไทยได้เชิญเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของเช็กเดินทางมาตรวจ รับรองกระบวนการผลิตและการควบคุมการผลิตในประเทศไทยแล้ว ทางการเช็กได้ยกเลิกคำสั่งห้ามนำเข้าไก่สดแช่แข็ง เมื่อเดือนกันยายน 2542

ด้านการลงทุน
สาธารณรัฐเช็กมีบรรยากาศทั่วไปที่เอื้อต่อการลงทุนโดยมีที่ตั้งอยู่ใจกลางทวีปยุโรป ซึ่งเอื้อต่อการส่งสินค้าไปขายยังประเทศรอบด้าน และมีแรงงาน ที่มีคุณภาพแต่ค่าแรงต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศยุโรปอื่น สาธารณรัฐเช็กยังต้องการการลงทุนจากต่างประเทศในสาขาการผลิตต่าง ๆ เช่น การผลิตอุปกรณ์ก่อสร้าง เคมี โลหะ วิศวกรรม การขนส่ง เครื่องจักรกลการเกษตร เครื่องไฟฟ้าและอิเล็คโทรนิคส์ เครื่องมือการแพทย์ อาหารและเครื่องดื่ม กระดาษและเยื่อกระดาษ หนังสือและสิ่งตีพิมพ์ สิ่งทอ เครื่องหนังและรองเท้า ปัจจุบันได้มีโครงการร่วมลงทุนไทย-เช็ก 1 โครงการคือ บริษัท Enholco Industries Co.ltd ซึ่งได้รับการส่งเสริมผลิตเฟอร์นิเจอร์จากไม้ยางพารา เช่น เขียง โต๊ะ เก้าอี้ Salad Bowl ส่งออกร้อยละ 80 โดยส่งไปยังสหรัฐฯ สวีเดน เยอรมัน และญี่ปุ่น มีเงินลงทุนทั้งสิ้น 19.15 ล้านบาท ทันจดทะเบียน 13 ล้านบาท โดยมีหุ้นไทยมูลค่า 7.5 ล้านบาท หุ้นเช็ก 5.5 ล้านบาท โครงการนี้เปิดดำเนินการแล้วเมื่อเดือนพฤษภาคม 2542 โรงงานตั้งอยู่ที่จังหวัดลำปาง

โอกาสทางการค้าการลงทุนของไทยในสาธารณรัฐเช็ก
แม้ว่าเศรษฐกิจของเช็กขณะนี้อยู่ในระหว่างชะลอตัว แต่รัฐบาลได้พยายามแก้ปัญหา จากการที่ทำเลตั้งอยู่ใจกลางยุโรปซึ่งมีลักษณะเป็นสะพานเชื่อมยุโรปตะวันตก กับยุโรปตะวันออก เช็กจึงเหมาะสมที่จะเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าไทยสู่ประเทศต่างๆ ในยุโรปตะวันออก นอกจากนั้น โดยที่สาธารณรัฐเช็กเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่สำคัญในภูมิภาคยุโรป โดยมีนักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางเข้ามาในเช็กประมาณปีละกว่า 100 ล้านคน การบริการรองรับนักท่องเที่ยวยังไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในฤดูท่องเที่ยว รวมทั้งการบริการที่ยังมีคุณภาพด้อยกว่าไทย และอัตราค่าห้องพักโรงแรมยังอยู่ในระดับ สูงกว่าที่ควร กิจการโรงแรมและร้านอาหารไทยจึงน่าจะมีโอกาสค่อนข้างมากในเช็กในขณะนี้ นอกจากนั้น นักลงทุนไทยอาจร่วมมือกับผู้ประกอบการฝ่ายเช็กในการผลิตเครื่องแก้วในประเทศไทย โดยใช้ความชำนาญและเทคโนโลยีของฝ่ายเช็กในด้านของวัตถุดิบ สาธารณรัฐเช็กยังเป็นแหล่งของเครื่องเหล็กและเคมีภัณฑ์ ตลอดจนอุปกรณ์โรงงานต่าง ๆ ซึ่งมีราคาต่ำอีกด้วย รัฐบาลเช็กมีนโยบายสนับสนุนให้นักลงทุนต่างชาติมาลงทุนในเช็ก โดยมีสิ่งจูงใจหลายประการซึ่งหน่วยงาน Czechinvest ซึ่งรับผิดชอบด้านส่งเสริมการลงทุน สามารถให้ข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ได้ ไทยน่าจะพิจารณามาลงทุนในเช็กในขณะนี้ เพราะค่าแรงและค่าใช้จ่ายต่างๆ ยังถูกอยู่ เมื่อเทียบกับประเทศใกล้เคียง แต่เมื่อใดที่เช็กได้เข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปแล้ว เป็นที่คาดว่าค่าใช้จ่ายต่างๆ จะสูงขึ้น รวมทั้งสิ่งจูงใจต่างๆ จะต้องลดลงเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานของ EU

ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว
นักท่องเที่ยวชาวเช็กเดินทางมาประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยอัตราการเดินทางมาประเทศไทยตั้งแต่ปี 2538-2541 มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 26.66 แม้จะมีประชากรเพียง 10 ล้านคน โดยในปี 2538 ชาวเช็กเดินทางเข้าประเทศไทย 4,376 คน และเพิ่มขึ้นเป็น 6,737 คน ในปี 2539 หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 53.95 ในปี 2540 มีจำนวน 7,400 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.81 ในปี 2541 มีจำนวน 8,892 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.16 ในปี 2542 มีจำนวน 9,583 คน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.7 ระหว่างเดือนมกราคม-กันยายน 2544 มีนักท่องเที่ยวชาวเช็กเดินทางมาเยือนประเทศไทย 8,848 คน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2543 ร้อยละ 20

ความตกลงทวิภาคีระหว่างไทย-สาธารณรัฐเช็ก
เนื่องจากสาธารณรัฐเช็กได้สืบสิทธิมาจากสหพันธ์สาธารณรัฐเช็กและสโลวัก (เชโกสโลวะเกียเดิม) ซึ่งเป็นประเทศที่ไทยมีความสัมพันธ์มาตั้งแต่ปี 2517 (ค.ศ.1974) สาธารณรัฐเช็กจึงสืบสิทธิความตกลงต่าง ๆ ที่มีอยู่ระหว่างกันมาแต่เดิม นอกจากฝ่ายเช็กจะเสนอขอจัดทำใหม่ ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีของไทยได้มีมติรับรองให้ทั้งสาธารณรัฐเช็กและ สาธารณรัฐสโลวักเป็นผู้สืบสิทธิความตกลงที่ไทยมีอยู่ด้วยแล้ว (มติ ครม.เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2535) ความตกลงต่าง ๆ ที่มีอยู่กับสาธารณรัฐเช็ก ได้แก่
1. ความตกลงทางการค้า (Trade Agreement) ลงนามเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2537 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม 2538
2. ความตกลงเพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน (Agreement for the Promotion and Protection of Investments) ลงนามเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2537 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคม 2538
3. อนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อน (Convention for the Avoidance of Double Taxation and Prevention of Fiscal Evasion with respect to Taxes on Income) ลงนามเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2537
4. ข้อตกลงเรื่องความร่วมมือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศ (Agreement on Cooperation between the Ministry of Foreign Affairs of Thailand and the Ministry of Foreign Affairs of the Czech Republic) ลงนามเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2537
5. ความตกลงว่าด้วยการบริการเดินอากาศจัดทำเมื่อปี 2531 (ค.ศ.1988) (Air Services Agreement) เป็นความตกลงที่สาธารณรัฐเช็กสืบสิทธิจากเชโกสโลวะเกีย
6. ความตกลงเพื่อยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดินทางทูตและราชการ (Mutual Abolishing of Visa Requirements for Holders of Diplomatic and Official/Service Passports) จัดทำเมื่อปี 2534 เป็นความตกลงที่สาธารณรัฐเช็กสืบสิทธิจากเชโกสโลวะเกีย
7. ความตกลงว่าด้วยการโอนตัวนักโทษระหว่างไทย-เช็ก (Agreement on the Transfer of Offenders and Cooperation in the Enforcement of Penal Sentences) ลงนามเมื่อ 26 เมษายน 2543

ตารางสถิติการค้า การส่งออก และการนำเข้า ดังเอกสารแนบ

พฤศจิกายน 2544

เอกสารแนบ

เรียบเรียงโดย กองยุโรป 3 กรมยุโรป โทร. 0 2643 5142-3 Fax. 0 2643 5141 E-mail : european04@mfa.go.th

ข้อมูลนี้ คัดลอกมาจากเวบของกระทรวงการต่างประเทศ หากท่านต้องการข้อมูลที่อัพเดท สามารถเข้าชมได้ที่เวบไซต์ของ กระทรวงการต่างประเทศครับ

Bookmark and Share
SPONSOR
เรือสำราญ
 
  • ยุโรป
  • อเมริกา
  • เอเชีย
  • แอฟริกา
  • อเมริกาใต้
  • ออสเตรเลีย
  • ตะวันออกกลาง
  •  
    สาระน่ารู้ก่อนเดินทาง
    e-passport
    การขอหนังสือเดินทาง
    อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา
    คำนวณอัตราแลกเปลียน
    ข้อฎิบัติ กรมศุลกากร
    เชงเก้น วีซ่า
    สายการบินโอเรียนต์ไทย
    สายการบิน นกแอร์
    ต่างประเทศ ขาเข้า
    ต่างประเทศ ขาออก
    ตารางบินขาเข้า
    ตารางบิน ขาออก
    เชคเที่ยวบินทั่วโลก
    Check Your Trip
    บ้านพักเยาวชน
    YHA อังกฤษ
    YHA อเมริกา
    YHA ออสเตรเลีย
    YHA สวิส
    YHA ญี่ปุ่น
    YHA ฝรั่งเศส
    โฮสเทล ทั่วโลก
    โฮสเทล ยุโรป
    ติดต่อทำบัตรเยาวชน
    โทร 026287413-5
    เว็บไซต์สายการบิน
    เว็บไซต์สถานทูตในไทย
    เว็บไซต์รถเช่า
    ทีวีช่อง 3
    ทีวีช่อง 5
    ทีวีช่อง 7
    ทีวีช่อง 9
    Thai PBS
    ฟังวิทยุ FM88
    ฟังวิทยุ FM89
    ฟังวิทยุ Sweet FM
    ฟังวิทยุ HotWave
    ฟังวิทยุ Cool 93
    ฟังวิทยุ FM95
    ฟังวิทยุ 95.5
    ฟังวิทยุ จส100
    Major Cineplex
    SF Cinema
    Esplanade Cineplex
    Livescore
    Siam Sport


    ร้านอาหารไทยในบอสตัน

    VZ English version


    บริษัท วาเคชั่นโซน จำกัด ทะเบียนการค้าเลขที่ (3)362/2544 ทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เลขที่ 71004030001090
    ติดต่อทีมงานโทร.0897990051 Copyright 2001 Vacation Zone Co., Ltd. All Rights Reserved
    เพื่อนบ้านวันหยุด ชมเว็บไซต์เพื่อนบ้าน ติดต่อแลกลิงค์ คลิกที่นี่ครับ