การเดินทางสู่มาเก๊า มาเก๊ามีสนามบินนานาชาติ
(MFM) ที่ครบครันไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก เปิดดำเนินการตั้งแต่เดือนธันวาคม 1995
ตั้งอยู่บนเกาะไทปา นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางสู่มาเก๊า โดยทางเครื่องบินโดยสาร
มีสายการบินเปิดให้บริการบินตรงกรุงเทพฯ มาเก๊าด้วยกัน 2 สายการบิน ได้แก่ สายการบินแอร์เอเซีย
ติดต่อสำรองที่นั่งได้ที่ www.airasia.com และสายการบินแอร์มาเก๊า ติดต่อสำรองที่นั่งได้ที่เบอร์
0-2614-3000 โดยใช้เวลาทำการบินประมาณ 2.30 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังสามารถใช้บริการเฮลิคอปเตอร์ของ
East Asia airlines ที่ทำการบิน ระหว่างท่าเรือเฟอร์รี่ฮ่องกง และท่าเรือมาเก๊า ใช้เวลาเดินทางประมาณ
16 นาที สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานฮ่องกง โทร. (852) 21084383 สำนักงานมาเก๊า
โทร. (853) 727288 เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว จึงจัดให้มีบริการรถโดยสารปรับอากาศสาย
AP1 ให้บริการรับ-ส่งระหว่างสนามบิน และโรงแรมหลายแห่งในมาเก๊า ค่าโดยสารท่านละ MOP3.30
และมีค่าสัมภาระชิ้นละ MOP 3.00
ทางเรือ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเดินทางโดยทางเรือจากฮ่องกงสู่มาเก๊า
ซึ่งมีบริษัทเรือที่ให้บริการ 2 บริษัท คือ TurboJET และ First Ferry ซึ่งมีความแตกต่างกันในเรื่องความเร็วและราคาTurboJET
มีบริการเรือเฟอร์รี่ ที่รวดเร็วกว่า ให้บริการเดินเรือระหว่างท่าเรือฮ่องกงเฟอร์รี่
(Hong Kong Ferry Terminal) ซึ่งตั้งอยู่ที่สถานีรถไฟชุงวาน-ชุนตั๊ก และท่าเรือมาเก๊าเฟอร์รี่
(Macau Ferry Terminal) ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 45 นาที เปิดทำการตลอด 24 ช.ม.
ท่านสามารถเช็คตารางเดินเรือ และโปรโมชั่นต่างๆ ได้ที่ www.turbojet.com.hk First
Ferry มีบริการเรือคาตามารัน เปิดให้บริการเดินเรือระหว่างท่าเรือ China (HK) Ferry
Terminal ที่จิมซาจุ่ย และท่าเรือมาเก๊า ใช้เวลาเดินทางประมาณ 70 นาที เปิดบริการตั้งแต่
7.00 น. 24.00 น. ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.nwff.com.hk นอกจากนี้ TurboJET
ยังได้เปิดให้บริการเส้นทางใหม่ จากสนามบินฮ่องกงสู่มาเก๊าได้โดยตรง ท่าเรือใหม่นี้ชื่อว่า
SKY PIER นักท่องเที่ยวจะได้รับการยกเว้นไม่ต้องผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองฮ่องกง
และยังช่วยประหยัดเวลาในการเดินทาง ทั้งนี้ TurboJET ได้จัดรถรับส่งไว้คอยบริการผู้โดยสารและนำส่งกระเป๋าไปยังท่าเรือ
Sky Pier ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากสนามบินฮ่องกงไปเพียง 10 นาที และใช้เวลาเดินทางอีก
45 นาทีเท่านั้น รายละเอียดเพิ่มเติม www.turbojetseaexpress.com.hk
มาเก๊า
เซินเจิ้น The Yuet Tung Shipping Co. มีบริการเดินเรือระหว่างมาเก๊า-เซินเจิ้น
ซึ่งใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ช.ม. 20 นาที และต้องทำการจองตั๋วล่วงหน้า 3 วันทำการ
ติดต่อสอบถามได้ที่ โทร. (853) 574478 หรือเลือกใช้บริการของ TurboJET ที่มีบริการเดินเรือระหว่างมาเก๊า
และท่าเรือฟู่หยง (Shenzhen Fu Yong Ferry Terminal) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ช.ม.
รายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.turbojet.com.hk/turbojet_sailing_rev.htm
ทางบก ด้วยมาเก๊าเป็นส่วนปลายแหลม
ที่มีพรมแดนติดต่อกับเมืองจูไห่ มณฑลกวางตุ้ง ดังนั้นนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางสู่เมืองต่างๆ
ในมณฑลกวางตุ้ง อาทิ เซินเจิ้น กวางเจา จูไห่ จงซาน ได้โดยผ่านด่านพรมแดน ซึ่งมีด้วยกันทั้งหมด
2 ด่าน ได้แก่ ด่านกงเป่ย หรือขงปั๊ก เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 7.00 น. ถึง 24.00
น. และด่านโคไท เปิดให้บริการเวลา 9.00 น. - 20.00 น. The Kee Kwan Motor Road
Co. ให้บริการเดินรถทัวร์ปรับอากาศ ระหว่างมาเก๊าและกวางเจา เปิดทำการเวลา 8.00 น.
18.30 น. มีรถออกทุกชั่วโมง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ช.ม. สนใจสอบถามได้ที่ โทร.
(853) 933888
พิธีการเดินทางเข้าเมือง มาเก๊ายินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกชาติทุกภาษาเข้าสู่มาเก๊า
ดังนั้น นักท่องเที่ยวเกือบทุกชาติศาสนาจึงได้รับการยกเว้นไม่ต้องทำวีซ่า ยกเว้นบางประเทศเท่านั้น
สำหรับนักท่องเที่ยวสัญชาติไทย สามารถเดินทางเข้ามาเก๊าโดยไม่ต้องทำวีซ่า และสามารถ
พำนักอยู่ในมาเก๊าได้คราวละไม่เกิน 30 วัน ข้อมูลเรื่องวีซ่าดูเพิ่มเติมได้ที่ www.fsm.gov.mo
ผู้ที่เดินทางเข้ามาเก๊าไม่จำเป็นต้องมีใบรับรองการฉีดวัคซีน หรือใบรับรองทางการ
แพทย์ ยกเว้นในสถานการณ ์ที่เกิดโรคติดต่อระบาดขึ้นในมาเก๊า และประเทศอื่นๆภายในภูมิภาค
น้ำประปาที่มาเก๊า เกาะไทปา และโคโลอาน สามารถดื่มได้ เนื่องจาก ได้รับการตรวจ
สอบคุณภาพตามมาตรฐานสากล จากกรมสุขภาพอนามัยของมาเก๊าเป็นที่เรียบร้อย ระเบียบทางศุลกากร ขาเข้า
ผู้ที่เดินทางเข้ามาเก๊าจำเป็นต้องผ่าน พิธีการศุลกากรเป็นปกติตามระเบียบราชการ
แต่การนำเข้าสิ่งของประเภทอาวุธปืนจะต้องมีใบอนุญาตเป็นกรณีพิเศษ สำหรับบุคคลที่นำเข้ายาเสพติดจะต้องถูกลงโทษและดำเนินการตามกฎหมาย
ส่วนสิ่งของอื่นๆ จะไม่มีการเรียกเก็บภาษี หากมีครอบครองในปริมาณที่เหมาะสมตามที่ทางการมาเก๊ากำหนด
ขาออก มาเก๊าไม่มีการเรียกเก็บภาษีขาออกใดๆ ไม่ว่าจะเป็น วัตถุโบราณ ทองคำ
เครื่องประดับอัญมณี เครื่องใช้ไฟฟ้า และกล้องถ่ายรูป อย่างไรก็ตามนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านฮ่องกง
ทางศุลกากรฮ่องกง อนุญาตให้นักท่องเที่ยว 1 คน สามารถนำเข้าไวน์ได้ 1 ขวด บุหรี่
200 มวน ซิการ์ 50 มวน หรือยาเส้น 250 กรัม
ภาษีเดินทาง ทางการฮ่องกงเรียกเก็บภาษีเดินทางขาออกคนละ
19 HK$ ส่วนมาเก๊าจะเรียกเก็บ คนละ 20 MOP$ ซึ่งปกติภาษีเดินทางดังกล่าวจะรวมอยู่ในค่าตั๋วเรือโดยสารเรียบร้อยแล้ว
ภาษีสนามบิน สำหรับนักท่องเที่ยวที่ประสงค์จะเดินทางโดยเครื่องบิน ไปยังประเทศจีน
ต้องจ่ายภาษี สนามบินในอัตราคนละ 80 MOP$ ส่วนเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 2-12 ปี เสียภาษีสนามบิน
คนละ 50 MOP$ แต่หากเดินทางไปยังจุดหมายที่ประเทศอื่น ต้องจ่ายค่าภาษีสนามบินในอัตรา
130 MOP$ สำหรับผู้ใหญ่ และ 80 MOP$ สำหรับเด็กที่มีอายุระหว่าง 2-12 ปี โดยปกติสายการบินจะเรียกเก็บภาษีสนามบินรวมอยู่ในตั๋วเครื่องบินเรียบร้อยแล้ว
แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ โบสถ์เซนต์ปอล (Ruins of St. Paul's) : นับเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองมาเก๊าที่ทุกคนจะต้องขอไปเยือน
โบสถ์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1602 เพื่อใช้เป็นโรงเรียนสอนศาสนาแห่งแรกของชาวตะวันตกในดินแดนตะวันออกไกล
ต่อมาในปี ค.ศ. 1835 ได้เกิดเพลิงไหม้อย่างรุนแรง ทำให้เกิดความเสียหายทั้งหลัง คงเหลือเพียงประตูหน้าและบันไดทางเข้าเท่านั้น
และได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 1991 ปัจจุบันได้รับการเสนอชื่อแก่องค์การยูเนสโก้
ให้เป็นมรดกโลกอีกด้วย ด้านหลังของประตูโบสถ์ได้จัดเป็นพิพิธภัณฑ์ทางศาสนา เพื่อรวบรวมภาพเขียนและจัดแสดงอุปกรณ์ที่ใช้ในการพิธีทางศาสนา
มีหลุมฝังศพของบาทหลวง วาลิคนาโน ผู้ก่อตั้ง และโครงกระดูกของชาวคริสต์ญี่ปุ่น และเวียดนามที่เสียชีวิตเมื่อคราวที่เกิดไฟไหม้ครั้งนั้นสายรถเมล์:
2, 3, 3A, 5, 7, 8A, 10, 10A, 11, 18, 19, 21, 21A ป้อมมองเต และพิพิธภัณฑ์มาเก๊า
(Monte Fort & Museum of Macau) : สร้างขึ้นในระหว่างปี ค.ศ. 1617-1626 ในอดีตใช้เป็นกำแพงเมือง
เพื่อป้องกันการรุกรานของชาวดัทช์ ปัจจุบันที่นี่ได้รับการดัดแปลงให้เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งชาติของมาเก๊า
ภายในจัดแสดงประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตวัฒนธรรมมาเก๊า ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน บริเวณรอบนอกของอาคาร
จัดแสดงปืนใหญ่โบราณ ซึ่งบางกระบอกก็ยังสามารถใช้การได้ จากบริเวณนี้ คุณสามารถชมทัศนียภาพความงาม
ของเมืองมาเก๊าได้อย่างเต็มตา รวมทั้งซื้อหาสินค้าหรือของที่ระลึกจากมาเก๊ากลับมาเป็นของฝากได้อีกด้วยพิพิธภัณฑ์มาเก๊า
เปิดทุกวัน เว้นวันจันทร์ ตั้งแต่เวลา 10.00 น. - 18.00 น. ค่าธรรมเนียมเข้าชม
ผู้ใหญ่ ท่านละ MOP$ 15, เด็ก ท่านละ MOP$ 8, เด็กอายุต่ำกว่า 11 และผู้สูงอายุเกิน
60 ปี ลดราคา 50% สายรถเมล์: 2, 3, 3A, 5, 7, 8A, 10, 10A, 11, 18, 19, 21, 21A,
26, 26A, 33 โรงละครโดรมเปโดร (Dom Pedro V Theatre) : สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1860
ตั้งอยู่ในย่านโบสถ์เซนต์ออกัสติน โรงละครแห่งนี้ นับเป็นโรงละครร้อง สไตล์ยุโรปคลาสสิคแห่งแรก
ในชายฝั่งทะเลจีน ปัจจุบันยังคงใช้จัดการแสดงต่างๆ อาทิ เทศกาลดนตรีนานาชาติสายรถเมล์:
2, 3, 3A, 4, 6, 7, 8A, 10, 10A, 11, 19, 21, 21A, 26, 26A, 33
ด่านกงเป่ยหรือขงปั๊ก
(Gongbei Barrier Gate) : ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของมาเก๊า เป็นประตูพรมแดนที่เชื่อมระหว่างมาเก๊าและเมืองจูไห่ของมณฑลกวางตุ้ง
สร้างขึ้นในปีค.ศ. 1849 มีการตกแต่งด้วยกระเบื้องเซรามิกจากโปรตุเกสที่มีลวดลายแผนที่และการเดินเรือ
ด่านแห่งนี้เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00 น. - 24.00 น. สายรถเมล์:
3, 3A, 5, 9, 10, 10B, 16, 17, 18, 25, 28C, 30, 34, AP1
ประภาคารเกีย (Guia
Lighthouse) : นับเป็นประภาคารที่เก่าแก่ที่สุดในฝั่งทะเลจีน สร้างขึ้นในศตวรรษที่
17 และยังคงใช้อยู่มาจนถึงปัจจุบัน ประภาคารแห่งนี้ตั้งอยู่บนยอดเขาเกีย ซึ่งสูงที่สุดของมาเก๊า
นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของป้อมปราการ และโบสถ์เล็กสไตล์บารอคที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ.
1637 อีกด้วยนักท่องเที่ยวสามารถขึ้นชมทัศนียภาพ บนเขาได้โดยใช้บริการเคเบิ้ลคาร์
ที่สวนสาธารณะฟลอร่าการ์เด้น สายรถเมล์: 6, 28C สำนักงานเทศบาลมาเก๊า : ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเซนาโด้สแควร์
เป็นอาคารสไตล์นีโอคลาสสิค ภายในเป็นที่ตั้งแกลอรี่ และมีการตกแต่งอาคารและสวนอย่างสวยงามสไตล์ยุโรป
สายรถเมล์: 2, 5, 7, 8, 9, 9A, 12, 16, 22, 25
เซนาโด้สแควร์ : ย่านการค้าเซนาโด้สแควร์
โดดเด่นด้วยพื้นถนนที่ปูลาดด้วยกระเบื้อง เป็นลอนคลื่น เปรียบเสมือนท้องทะเลอันอุดมสมบูรณ์
ล้อมรอบไปด้วยอาคารสไตล์ยุโรปหลากสีสัน ที่นี่จัดว่าเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่รวมไว้ซึ่งร้านค้าต่างๆ
มากมาย ทั้งแฟชั่น แบรนด์เนม ร้านแผงลอย เฟอร์นิเจอร์โบราณ อัญมณี เครื่องประดับ
ของที่ระลึก ฯลฯ เรียกว่าจะหาซื้ออะไรในมาเก๊า มาที่นี่ที่เดียวก็ได้ครบครัน สายรถเมล์:
2, 5, 7, 8, 9, 9A, 12, 16, 22, 25 วัดเจ้าแม่กวนอิม (Kun Iam Temple) : เป็นวัดใหญ่และเก่าแก่มากที่สุดในมาเก๊า
สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 ภายในมีแท่นบูชาอันสวยงามใช้สำหรับประดิษฐานองค์พระพุทธรูป
และองค์เจ้าแม่กวนอิม ในชุดเจ้าสาวของจีนที่ตัดเย็บด้วยผ้าไหมอย่างงดงาม ด้านในมีโต๊ะหินที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์
เพราะใช้เป็นสถานที่ลงนาม ในสนธิสัญญาทางมิตรภาพ ระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน เมื่อปี
ค.ศ. 1844 และมีต้นบอนไซดัดเป็นรูปตัวหนังสือจีนสื่อความหมายว่า "การมีชีวิตยืนยาว"
สายรถเมล์: 6, 12, 17, 18, 19, 22, 23, 28C
วัดเจ้าแม่อาม่า (A-Ma Temple)
: หรือที่รู้จักกันในนามของ ศาลเจ้าแม่ทับทิม ตั้งอยู่บริเวณเขาบาร์รา สร้างขึ้นเพื่อเป็นการถวายสักการะแก่อาม่า
องค์เทพธิดาแห่งท้องทะเล ภายในมีก้อนหินขนาดใหญ่ ซึ่งแกะสลักเป็นรูปเรือสำเภาโบราณ
เพื่อเป็นสัญลักษณ์แสดงว่า เป็นจุดที่เจ้าแม่อาม่าย่างเท้าก้าวขึ้นสู่ผืนดินมาเก๊า
บริเวณหน้าวัดมีรูปปั้นสิงโตหินอยู่ 2 ตัว เชื่อกันว่าหากใครได้หมุนลูกแก้ว ที่อยู่ในปากสิงโตไปทางขวา
3 ครั้ง พร้อมตั้งจิตอธิษฐาน แล้วจะสมหวังในสิ่งที่ปรารถนา ชาวประมงก่อนออกเดินเรือ
จะต้องมาทำการสักการะ เพื่อขอพรให้เดินทางโดยปลอดภัย และหาปลากลับมาได้มากๆ ในช่วงวันเกิดอาม่า
(A-Ma Festival) ซึ่งจะจัดขึ้นประมาณเดือนเมษายน หรือพฤษภาคมของทุกปี วัดแห่งนี้จะคักคักไปด้วยผู้คน
สายรถเมล์: 1, 1A, 2, 5, 6, 7, 9, 10, 10A, 11, 18, 21, 21A, 28B, 34
วัดลินฟง
(Lin Fong Temple) : ตั้งอยู่ใกล้กับด่านกงเป่ย(ขงปั๊ก) เป็นวัดในลัทธิเต๋าแห่งเดียวในมาเก๊าที่มีความงดงามทางสถาปัตยกรรม
และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อีกด้วย กล่าวคือ เคยเป็นที่พำนักของขุนนางจีน หลิน
ซี ซู เมื่อครั้งได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้แทนองค์จักรพรรดิจีน เพื่อเข้ามาทำการกวาดล้างการค้าฝิ่น
ในบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเพิร์ล เมื่อปี ค.ศ. 830 พื้นที่ส่วนหนึ่งของวัด จัดให้เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์หลิน
ซี ซู เพื่อบอกเล่าถึงปฏิบัติการกวาดล้างในครั้งนั้น จนก่อให้เกิดสงครามฝิ่นครั้งแรก
สายรถเมล์: 2, 3, 3A, 5, 7, 8A, 10, 10A, 11, 18, 19, 21, 21A, 26, 26A, 33,
34
โบสถ์เซนต์ดอมินิค (Sao Domingos Church) : ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.
1590 และได้รับการยกย่องว่าเป็นโบสถ์ที่มีศิลปกรรมทางศาสนาที่งดงามที่สุด คือมีลักษณะการผสมผสานกันระหว่างสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียลและบารอค
ตั้งอยู่ภายใน เซนาโด้ สแควร์ สายรถเมล์: 2, 5, 7, 8, 9, 9A, 12, 16, 22, 25
โบสถ์เซนต์โจเซฟ (The Church of St. Joseph's Seminary) : สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่
18 มีการตกแต่งแบบสถาปัตยกรรมสไตล์บารอค ที่งดงามและดูโอ่อ่า ภายในมีที่ประดิษฐานบูชากระดูกแขนของ
เซนต์ฟรานซิสซาเวีย ซึ่งเป็นนักบุญที่เข้ามาเผยแพร่ศาสนาคริสต์ในเอเชีย และเสียชีวิตลงในปี
ค.ศ. 1552 สายรถเมล์: 2, 3, 3A, 4, 6, 7, 8A, 10, 10A, 11, 19, 21, 21A, 26,
26A, 33
โบสถ์เพนญ่า (Penha Church) : บนเขาเพนญ่าเป็นที่ตั้งของโบสถ์เพนญ่าที่สง่างาม
และเป็นที่พำนักของบาทหลวง ภายในมีบันไดที่พาลงไปยังโรงสวดเล็กๆ ในช่วงเทศกาลแห่แม่พระฟาติมา
ซึ่งตรงกับวันที่ 13 พฤษภาคมของทุกปี จะมีขบวนแห่องค์แม่พระไปยังโบสถ์เพนญ่า สายรถเมล์:
6, 9, 28B
ข้อมูลนี้นำมาจาก การท่องเที่ยวมาเก๊า อยู่ : ชั้น 8 อาคารมณียา
เซ็นเตอร์, 518/5 ถนนเพลินจิต เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 (สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ชิดลม)
โทรศัพท์ : 0-2255-5989 แฟกซ์ : 0-2652-0509 อีเมล์ : mgto@plt.co.th
|
ข้อมูลทั่วไป ที่ตั้ง
อยู่ทางใต้ของมณฑลกวางตุ้ง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ห่างจากนครกวางโจวไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้
145 กิโลเมตร และห่างจากฮ่องกงไปทางทิศตะวันตก 60 กิโลเมตรพื้นที่ 28.2 ตารางกิโลเมตร
ประกอบด้วยคาบสมุทรมาเก๊า เกาะ Taipa และเกาะ Coloane และมีคอคอดยาว 2 กิโลเมตรเชื่อมระหว่างสองเกาะ วันชาติ
วันที่ 1 ตุลาคม (เนื่องจากมาเก๊าเป็นส่วนหนึ่งของจีน จึงนับวันก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นวันชาติ
เช่นเดียวกัน) ส่วนวันที่ 20 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันที่โปรตุเกสส่งมอบมาเก๊าแก่จีนนั้น
ถือเป็นวันก่อตั้งเขตบริหารพิเศษมาเก๊า (Macau Special Administrative Region Establishment
Day) ประชากร ประมาณ 488,144 คน (ต.ค. 2549) ร้อยละ 95 เป็นคนจีนฮั่น
ร้อยละ 3 เป็นคนโปรตุเกส และเป็นชนชาติอื่นๆ อีก ร้อยละ 2 ร้อยละ 63.1 อยู่ในช่วงวัยทำงาน อัตราการเติบโตของประชากร
ร้อยละ 4 ต่อปี (2547) ภาษาราชการ ภาษาจีนและภาษาโปรตุเกส ในส่วนของภาษาพูดชาวมาเก๊าร้อยละ
96.1 พูดภาษาจีนกวางตุ้ง ร้อยละ 1.8 พูดภาษาโปรตุเกส และอีกร้อยละ 2.1 พูดภาษาอื่นๆ
ปัจจุบัน มีการใช้ภาษาจีนกลาง (Putong hua) มากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในด้านการค้า
ส่วนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ใช้อย่างกว้างขวางในธุรกิจท่องเที่ยว ศาสนา ประชาชนร้อยละ
45.8 ไม่นับถือศาสนาใดๆ ร้อยละ 45 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 9.2 นับถือศาสนาอื่น ได้แก่
ศาสนาคริสต์ อิสลามและฮินดู ภูมิอากาศ ลักษณะภูมิอากาศเป็นแบบกึ่งเขตร้อน
อากาศร้อนชื้น อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีประมาณ 25 C ระหว่างเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ
14 C ระหว่างเดือน มิถุนายน-กันยายน อุณหภูมิสูงกว่า 30 C ภัยธรรมชาติ พายุฝนเขตร้อนซึ่งเคลื่อนตัวจากทางตอนใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิค
ในช่วงฤดูร้อน เงินตรา Macau pataca (MOP) (1 pataca เท่ากับ 4.97950 บาท/
8 มิ.ย. 2549)โดยตรึงค่าเงินกับเงินสกุลดอลลาร์ฮ่องกง GDP 12,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
(2548) รายได้เฉลี่ยต่อหัว 25,391ดอลลาร์สหรัฐ (2548) อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
ร้อยละ 6.7 (2548) inflation rate ร้อยละ 4.4 (2548) อัตราการว่างงาน
ร้อยละ 4.1 (พ.ค. 2549) การเมืองการปกครอง ประวัติศาสตร์มาเก๊าเริ่มมีความสำคัญในช่วงเวลาที่มหาอำนาจยุโรปเริ่มขยายอำนาจทั้งทางการเมือง
และการค้าเข้ามายังเอเชีย โดยเฉพาะโปรตุเกสได้เริ่มสำรวจเส้นทางการค้าเข้ามาในเขตเอเชียและได้ทำการค้ากับจีน
ญี่ปุ่น และเกาหลี บรรดาพ่อค้าและนักเดินเรือชาวโปรตุเกส ได้เดินทางไปตั้งหลักแหล่งอยู่ที่มาเก๊าเป็นจำนวนมาก
ทำให้ต่อมามาเก๊ากลายเป็นศูนย์กลางทางการค้าระหว่างโปรตุเกสกับจีน โดยเฉพาะนครกวางโจว
และระหว่างโปรตุเกสกับญี่ปุ่นและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงแรกโปรตุเกสได้ทำสัญญาเช่ามาเก๊าจากจีน
ต่อมาโปรตุเกสประกาศให้มาเก๊าเป็นส่วนหนึ่งในอาณาเขตต่างแดนของโปรตุเกส (Overseas
province of Portugal) และถือว่ามาเก๊าเป็นดินแดนอาณานิคมของโปรตุเกส โดยเป็นการประกาศโดยที่จีนไม่ได้ตอบรับอย่างเป็นทางการ พ.ศ.
2430 จีนยกดินแดนมาเก๊าให้แก่โปรตุเกสอย่างเป็นทางการเพื่อเป็นการตอบแทน ที่โปรตุเกสช่วยจีนปราบปรามโจรสลัดในเขตทะเลจีนใต้
พ.ศ. 2517 รัฐบาลโปรตุเกสได้ให้เอกราชแก่ดินแดนอาณานิคมของตนทั้งหมด ในการนี้
โปรตุเกสแสดงเจตจำนงแน่วแน่ที่จะคืนดินแดนมาเก๊าให้แก่จีน และประกาศรับรองอย่างเป็นทางการว่าจีนมีอธิปไตยเหนือมาเก๊า
อย่างไรก็ตามในช่วงเวลาดังกล่าว จีนมีภารกิจในการเจรจาเรื่องการส่งมอบฮ่องกง จึงไม่ได้เข้ามาจัดการเรื่องปัญหามาเก๊า
โปรตุเกสจึงประกาศรับรองสถานะของมาเก๊าเพียงฝ่ายเดียว พ.ศ. 2522 จีนและโปรตุเกสได้ปรับความสัมพันธ์ทางการทูต
จีนได้รับรองอย่างเป็นทางการว่า ดินแดนมาเก๊าเป็นดินแดนของจีนภายใต้การบริหารของโปรตุเกส
พ.ศ. 2530 จีนและโปรตุเกสลงนามในแถลงการณ์ร่วม (Sino-Portuguese Joint
Declaration) โดยกำหนดให้ วันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2542 เป็นวันส่งมอบมาเก๊าคืนแก่จีน
ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะใช้ระบบ หนึ่งประเทศสองระบบ (one country, two systems)
โดยมาเก๊ามีสถานะเป็นเขตบริหารพิเศษของจีน นายจ้าว จื่อหยาง ตัวแทนฝ่ายจีน และนาย
Cavaco Silva นายกรัฐมนตรีโปรตุเกส ตัวแทนฝ่ายโปรตุเกส ร่วมลงนาม ณ มหาศาลาประชาชน
กรุงปักกิ่ง โดยมีประธานาธิบดี หลี เซียนเนียน และนายเติ้ง เสี่ยวผิง เข้าร่วมพิธี
ระบบการเมืองการปกครอง มาเก๊ามีฐานะเป็นเขตปกครองพิเศษของจีน (Special
Administrative Region: SAR) ภายใต้ระบบการปกครองแบบหนึ่งประเทศสองระบบ โดยมีรัฐธรรมนูญ
หรือ Basic Law เป็นกฎหมายแม่บทของมาเก๊า สาระสำคัญของ Basic Law คือ ให้มาเก๊ามีอิสระในการปกครองตนเองในระดับสูง
(high degree of autonomy) ยกเว้นด้านการทหารและการต่างประเทศ สามารถพัฒนาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับประเทศอื่นๆ
ได้ และเป็นเขตศุลกากรอิสระ (separate customs area) กล่าวได้ว่า มีอิสระในการจัดการกิจการภายใน
ทั้งการบริหาร การศาล ด้านกฎหมาย และเศรษฐกิจ เป็นระยะเวลา 50 ปี (สิ้นสุดปี พ.ศ.
2592) โดยที่การดำเนินการดังกล่าวจะต้องไม่นำไปสู่การแบ่งแยกดินแดน กลไกการบริหาร
ฝ่ายบริหาร - Chief Executive (ผู้บริหารสูงสุดมาเก๊า) เป็นผู้นำรัฐบาล
และผู้บริหารสูงสุดของมาเก๊า ได้รับเลือกจาก Election Committee จำนวน 200 คน และได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาลจีน
อยู่ในตำแหน่งคราวละ 5 ปี ดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 สมัยติดต่อกัน ผู้บริหารสูงสุดคนปัจจุบัน
คือ นาย Edmund Ho Hau wah (เข้าดำรงตำแหน่งวาระแรกเมื่อปี 2542 และวาระที่ 2 เมื่อปี
2547) - Executive Council ได้รับการแต่งตั้งโดยผู้บริหารสูงสุด เป็นสภาที่ปรึกษาของผู้บริหารสูงสุดในการกำหนดนโยบาย
ประกอบด้วยสมาชิก 10 คน เป็นเลขาธิการของรัฐบาลจำนวน 5 คน สมาชิกสภานิติบัญญัติ 3
คน และนักธุรกิจ 2 คน ฝ่ายนิติบัญญัติ - Legislative Council: LEGCO
(สภานิติบัญญัติ) ประกอบด้วยสมาชิก 27 คน มาจากการเลือกตั้งโดยตรง 10 คน ผู้แทนจากสาขาอาชีพต่างๆ
10 คน ผู้แทนจากการแต่งตั้งของผู้บริหารสูงสุด 7 คน อยู่ในตำแหน่งคราวละ 4 ปี มีหน้าที่ออกกฎหมาย
ควบคุมการใช้จ่ายงบประมาณและการบริหารงานของรัฐบาล การเลือกตั้งครั้งล่าสุดจัดขึ้นในปี
2548 ฝ่ายตุลาการ - ตามคำแถลงการณ์ร่วมของจีนและโปรตุเกส ปี พ.ศ. 2530
จีนและโปรตุเกสยอมรับการมีอธิปไตยทางการศาลของมาเก๊า ศาลในมาเก๊า ประกอบด้วย Court
of First Instance, Court of Second Instance และ Court of Final Appeal เศรษฐกิจการค้า ระบบเศรษฐกิจมาเก๊ามีระบบเศรษฐกิจแบบเสรี
เนื่องจากมาเก๊าไม่มีทรัพยากรธรรมชาติและขาดแคลนที่ดินที่เหมาะแก่การเพาะปลูก รายได้หลักของมาเก๊ามาจากการผลิตเพื่อส่งออก
การท่องเที่ยวและธุรกิจการพนัน ปีงบประมาณของมาเก๊าเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-31
ธันวาคม สินค้าส่งออกที่สำคัญของมาเก๊า ได้แก่ สิ่งทอ เสื้อผ้าสำเร็จรูป รองเท้า
เครื่องใช้ไฟฟ้า และของเล่น สินค้านำเข้า ได้แก่ สินค้าอุปโภคบริโภค เชื้อเพลิง วัตถุดิบ
และสินค้ากึ่งวัตถุดิบสำหรับการผลิต นโยบายด้านการท่องเที่ยวของมาเก๊า 1.
พัฒนาสถานที่ที่เป็นมรดกเชิงวัฒนธรรมหรืออาคารสถานที่ที่มีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบจีนและโปรตุเกส
โดยรัฐบาลมาเก๊าได้ยื่นเรื่องต่อ UNESCO เพื่อขอให้อาคารหลายแห่งในมาเก๊าได้รับการยอมรับเป็นมรดกโลก 2.
ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เช่น ท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ (Macau Museum, Maritime
Museum, Macau Museum of Art, Grand Prix Museum และ Wine Museum) 3. ส่งเสริมการเป็น
gastronomic cities โดยส่งเสริมให้มาเก๊าเป็นแหล่งพักผ่อนและรับประทานอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารของมาเก๊า
อย่างไรก็ตาม นโยบายดังกล่าว รวมถึงการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของมาเก๊าส่งผลดีต่อ
อุตสาหกรรมอาหารไทยดังเห็นได้จากการที่ในช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมา มีปริมาณร้านอาหารไทยเพิ่มขึ้นเป็น
40 ร้าน (จากจำนวน 10 ร้านในปี 2545) 4. ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศวิทยา
(Ecotourism) เช่นการเดินชมป่า การจัดโปรแกรมสำหรับเด็ก เช่น การเยี่ยมชม Music farm 5.
ส่งเสริมสถานะการเป็นสถานที่จัดงานประชุมและงานแสดงนานาชาติ รวมทั้งเป็นเจ้าภาพงานแข่งขันและการประชุมที่สำคัญ
เช่น ในปี 2548 เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม 2005 PATA Annual Conference (17-21 เม.ย.)
4th East Asian Games (29 ต.ค.-6 พ.ย.) และเป็นเจ้าภาพการประชุม 2nd Asian Indoor
Game ในปี 2550 ข้อมูลการค้าไทย-มาเก๊า แม้ว่ามูลค่าการค้าระหว่างไทย-มาเก๊าจะไม่สูงนัก
แต่ก็มีการค้าขายกันอย่างต่อเนื่อง โดยที่ไทยได้เปรียบดุลการค้ามาเก๊า ปี 2549 การค้ารวมระหว่างไทยและมาเก๊ามีมูลค่า10,700,000
ดอลลาร์สหรัฐ เป็นสินค้าส่งออกจากไทย 7,500,000 ดอลลาร์สหรัฐ และไทยนำเข้าจากมาเก๊า
3,200,00 ดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้เปรียบดุลการค้ามาเก๊า 4,400,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกและนำเข้า สินค้าส่งออกของไทย
ข้าว เส้นใยใช้ในการทอ งานเย็บปักถักร้อย อุปกรณ์เสื้อผ้าและสิ่งทอ หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ
สินค้านำเข้าจากมาเก๊า ผลิตภัณฑ์สำหรับการผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูป ด้ายทอผ้าและด้านเส้นเล็ก
หม้อแปลงไฟฟ้า และส่วนประกอบ สายไฟและฉนวนไฟฟ้า เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เสื้อผ้าสตรีและเด็ก
ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเขตบริหารพิเศษมาเก๊า ความสัมพันธ์ไทย-มาเก๊า การเยือน -
ในพิธีส่งมอบมาเก๊าคืนแก่จีน ระหว่างวันที่ 19-20 ธันวาคม พ.ศ. 2542 รัฐบาลจีนและโปรตุเกสกราบบังคมทูลเชิญ
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมเป็นแขกเกียรติยศในพิธี โดยมี นายสุรินทร์พิศสุวรรณ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและภรรยา ร่วมเป็นเกียรติในงาน - นายสุรเกียรติ
เสถียรไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางเยือนมาเก๊าเพื่อร่วมลงนามความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตรา
และเข้าพบหารือกับนาย Edmund Ho ผู้บริหารสูงสุดมาเก๊า เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน
พ.ศ. 2545 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ความตกลง
- Air Service Agreement (ลงนามเมื่อ พฤศจิกายน พ.ศ. 2538) - ความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราไทย-มาเก๊า
(The Agreement on Exemption of Visa Requirement) เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ.
2545 นายสุรเกียรติ เสถียรไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ตัวแทนฝ่ายไทย
และนาง Florinda Da Rosa Silva Chan, Secretary ด้านการบริหารและยุติธรรม ตัวแทนฝ่ายมาเก๊า
ได้ลงนามความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราไทย-มาเก๊า ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ภายหลังจากวันลงนาม
60 วัน (วันที่ 15 มกราคม 2546) ชุมชนไทยในมาเก๊า - แรงงานไทย คนไทยในมาเก๊ามีประมาณ
1,500 คน ส่วนใหญ่จะพักอาศัยอยู่ในย่านชุมชนไทย ที่เรียกว่า Thai Town และจำนวนแรงงานไทย
575 คน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพในร้านอาหารไทย คาสิโน ไนท์คลับ โรงแรม และประกอบธุรกิจส่วนตัว -
นโยบายแรงงาน ทางการมาเก๊าให้ความสำคัญกับแรงงานท้องถิ่นมาก และพยายามที่จะลดอัตราการว่างงาน
ดังนั้นจึงอนุญาตให้แรงงานต่างชาติทำงานได้เฉพาะบางสาขาอาชีพซึ่งแรงงานท้องถิ่น ไม่สามารถตอบสนองความต้องการแรงงานได้
ทั้งนี้ นายจ้างจะเป็นผู้ยื่นคำร้องโดยตรงต่อ Economic Department ซึ่งรับผิดชอบด้านแรงงานของมาเก๊า
เพื่อขออนุญาตว่าจ้างแรงงานต่างชาติ และติดต่อกรมตรวจคนเข้าเมืองเพื่อดำเนินขั้นตอนการขอบัตรทำงานต่อไป -
สาขาอาชีพ สาขาอาชีพที่ชาวต่างชาติได้รับการว่าจ้างประกอบด้วย พนักงานเสิร์ฟในร้านอาหาร
พนักงานคิดเงิน พนักงานทำความสะอาด พ่อครัว พนักงานในสถานบันเทิงทำงานกลางคืน ลักษณะการจัดหาพนักงาน
จะเป็นในลักษณะผู้ที่ทำงานอยู่ก่อนแนะนำคนรู้จักหรือเพื่อนให้มาทำงานที่เดียวกัน กองเอเชียตะวันออก
3 25 มกราคม 2550
เรียบเรียงโดย กองเอเชียตะวันออก 3 กรมเอเชียตะวันออก
โทร. 0-2643-5203-4Fax. 0-2643-5205 E-mail : eastasian04@mfa.go.th |