Bookmark and Share
 
จองโรงแรมออนไลน์
  
 
จองผ่าน Octopus
 
จองผ่าน GTA-Travel
 
จองผ่าน Agoda.Co.th
 
จองโรงแรมในประเทศไทย
จองโฮสเทล Hostel
ขั้นตอนการโพสต์รูป
จองตั๋วเครื่องบิน
 
จองตั๋วเครื่องบินด้วยตัวเอง
ตรวจสอบการจองตั๋ว
ประกันการเดินทาง
IAG ออนไลน์ (NZI)
กรุงเทพประกันภัย
ทิพยประกันภัย
Chartis
Mondial Assistance
ACE Insurance
บูพา ประกันสุขภาพ
เมนูโซน
 
รับทำผ้าบาติก
วีซ่าแคนาดา
ตั๋วรถไฟในยุโรป
ข้อมูลยอดเขา จุงฟราว
เรือสำราญ รอยัล แคริบเบียน
ขั้นตอนการส่งภาพเข้าประกวด
ประเภทของ ตั๋วรถไฟในยุโรป
การขอวีซ่าประเทศต่างๆ
7 สิ่งมหัศจรรย์
วันสงกรานต์
วีซ่า อังกฤษ
วีซ่า อเมริกา
วันวาเลนไทน์
วันพ่อแห่งชาติ
พรบ คอมพิวเตอร์
การบินไทย
อัตราแลกเปลี่ยน
บัตรโทรศัพท์ iSIM
บัตรโทรศัพท์ iTalk
ออกแบบเวบท่องเที่ยว
สถานทูตไทยในต่างประเทศ
VZ Agencies Pluz
Wall Paper
ททท
องค์การส่งเสริมท่องเที่ยว

 ทวีปเอเซีย
 ทวีปออสเตรเลีย
 ทวีปยุโรป
 ทวีปแอฟริกา
 การขอวีซ่า ประเทศแถบแอฟริกา
 ทวีปอเมริกาใต้
 ข้อมูลท่องเที่ยว
 สถานที่ท่องเที่ยว
 บริษัทท่องเที่ยว
 ภาพถ่ายในต่างแดน
 ประกันการเดินทาง
 โหวตสายการบิน
 โหวตบริษัทท่องเที่ยว
อ่านบทสัมภาษณ์คุณ ริน
อ่านบทสัมภาษณ์ของคุณ จิ๋น
อ่านบทสัมภาษณ์ คุณ Ham&Cheese
อ่านบทสัมภาษณ์ คุณ ติ๊ก
 My Vienna
(คุณ ริน)
 ออสเตรีย เยอรมัน
(คุณแนท)
 สวิตเซอร์แลนด์
(คุณ Sak)
 ย่ำเกาหลี 7 วัน
(คุณสิงหา)
 Europe Romance
(คุณ จิ-นดา)
ผ้าบาติกสินค้าฝีมือคนไทย
รับซ่อมเครื่องหนัง
ความคิดเห็นของผู้ชมเวบ
ภาพสถานที่ท่องเที่ยว




ร้านอาหารไทยในบอสตัน

 






พม่า
พม่า
"คลิ๊กที่เดียว เที่ยวทั่วโลก"

ในหน้านี้จะรวมทุกอย่าง เกี่ยวกับประเทศ พม่า เชิญชมครับ

ระเบียบการขอวีซ่า เข้าประเทศ พม่า
สหภาพพม่า
Union of Myanmar

ข้อมูลทั่วไป
รูปแบบการปกครอง เผด็จการทหาร (Military Council) โดยสภาเพื่อสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ (State Peace and Development Council - SPDC)

ประมุข พลเอกอาวุโส ตาน ฉ่วย (Senior General Than Shwe) ประธานสภาเพื่อสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ

หัวหน้ารัฐบาล พลเอกขิ่น ยุ้น นายกรัฐมนตรี

รัฐมนตรีว่าการต่างประเทศ อู วิน อ่อง (U Win Aung)

รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ อู คิน หม่อง วิน (U Khin Maung Win)

รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ อู จ่อ ตู (๊U Kyaw Thu)

วันชาติ 4 มกราคม 2491 (วันได้รับเอกราชจากอังกฤษ)

เมืองหลวง กรุงย่างกุ้ง (Yangon)

เขตการปกครอง แบ่งการปกครองเป็น 7 รัฐ (state) (เขตที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นชนกลุ่มน้อย) และ 7 ภาค (division) (เขตที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นเชื้อสายพม่า)

พื้นที่ 676,577 ตร.กม. (ใหญ่กว่าไทยประมาณ 1/5 เท่า)ทิศเหนือ ติดต่อกับทิเบตและแคว้นยูนนานของจีน ทิศตะวันออก ติดต่อกับแคว้นยูนนานของจีน ลาว และไทย ทิศตะวันตก ติดต่อกับอินเดีย บังคลาเทศ ทิศใต้ ติดต่อกับไทย

ประชากร 50 ล้านคน มีเผ่าพันธุ์ประมาณ 135 เผ่าพันธุ์


การเมืองการปกครอง
Myanmar Cabinet

1.Prime Minister
General Khin Nyunt ,Prime Minister

2. Prime Minister's office
U Than Shwe ,Minister
U Ko Lay ,Minister
Maj. General Thein Swe ,Minister

3. Ministry of Agriculture and Irrigation
Maj. General Nyunt Tin ,Minister
Brig. General Khin Muang , Deputy Minister
U Ohn Myint ,Deputy Minister

4. Ministry of Commerce
Brig. General Pyi Sone ,Minister
Brig. General Aung Tun ,Deputy Minister

5. Ministry of Communications, Posts and Telegraphs
Brig. General Thein Zaw ,Minister

6. Ministry of Constructions
Maj. General Saw Tun ,Minister
Brig. General Myint Thein ,Deputy Minister
U Tint Swe ,Deputy Minister

7. Ministry of Co - operatives
Maj. General Htay Oo ,Minister

8. Ministry of Culture
Maj. General Kyi Aung , Minister
Vacant ,Deputy Minister

9. Ministry of Defence
Senior General Than Shwe ,Minister
Maj. General Aung Hlaing ,Deputy Minister
Brig. General Khin Muang Win ,Deputy Minister

10. Ministry of Education
U Than Aung ,Minister
Brig.General Soe Win Muang ,Deputy Minister
U Myo Nyunt ,Deputy Minister

11. Ministry of Electric Power
Maj.General Tin Htut ,Minister
U Myo Myint ,Deputy Minister

12. Ministry of Energy
Brig. General Lun Thi , Minister
Brig. General Than Htay ,Deputy Minister
Vacant ,Deputy Minister

13. Ministry of Finance and Revenue
Maj. General Hla Tun ,Minister
Col. Hla Theing Swe ,Deputy Minister

14. Ministry of Foreign Affairs
U Win Aung ,Minister
U Khin Muang Win ,Deputy Minister
U Kyaw Thu ,Deputy Minister

15.Ministry of Forestry
Brig. General Thein Aung ,Minister
Brig. General Thin Naing Thein ,Deputy Minister
Col. Thaik Tun ,Deputy Minister

16.Ministry of Health
Dr.Kyaw Myint ,Minister
Dr. Mya Oo ,Deputy Minister

17. Ministry of Home Affairs
Col. Tin Hlaing ,Minister
Brig. General Phone Swe ,Deputy Minister

18. Ministry of Hotels and Tourism
Brig.General Thein Zaw ,Minister
Brig. General Aye Myint Kyu ,Deputy Minister

19. Ministry of Immigration and Population
Maj. General Sein Htwa ,Minister
U Muang Aung ,Deputy Minister

20.Ministry of Industry
U Aung Thaung ,Minister I
Maj. General Saw Lwin , Minister II
Brig. General Thein Tun ,Deputy Minister I
Brig. General Kyaw Win ,Deputy Minister I
Brig. General Aung Thein Lin ,Deputy Minister II
Lt. Col. Khin Muang Kyaw ,Deputy Minister II
U Thein Tun ,Deputy Minister II

21.Ministry of Information
Brig. General Kyaw Hsan ,Minister
U Thein Sein ,Deputy Minister
Brig. General Aung Thein ,Deputy Minister

22. Ministry of Labour
U Tin Winn ,Minister
Brig. General Win Sein ,Deputy Minister

23. Ministry of Livestock and Fisheries
Brig.General Muang Muang Thein ,Minister
U Aung Thein ,Deputy Minister

24. Ministry of Mines
Brig.General Ohn Myint ,Minister
U Myint Thein ,Deputy Minister

25. Ministry of National Planning and Economic Development
U Soe Tha ,Minister

26. Ministry of Progres of Border Areas and National Races and Development Affairs
Col. Thein Nyunt ,Minister
Brig.General Than Tun , Deputy Minister
Col. Tin Ngwe ,Deputy Minister

27. Ministry of Rail Transportation
Maj.General Aung Win ,Minister
Thura U Thaung Lwin ,Deputy Minister

28. Ministry of Religious Affairs
Brig.General Thura Myint Muang ,Minister
Brig. General Thura Aung Ko ,Deputy Minister

29.Ministry of Science and Technology
U Thaung ,Minister
Dr. Chan Nyein ,Deputy Minister
U Nyi Hla Nge ,Deputy Minister

30. Ministry of Social Welfare, Relief and Resettlement
Maj.General Sein Htwa ,Minister
Brig. General Kyaw Myint ,Deputy Minister

31. Ministry of Sports
Brig.General Thura Aye Myint ,Minister

32. Ministry of Transport
Maj.General Hla Myint Swe ,Minister
Col. Nyan Tun Aung ,Deputy Minister
U Pe Than ,Deputy Minister


***************************
18 September 2003


Civil Service Selection and Training Board

Dr. Than Nyunt ( former DM for Education) Chairman of Civil Service Selection and
Training Board (36/99, 8 July)

Chief Justices, Supreme Court Justices (SPDC Order No. 3/99, 8 July 99)

1. U Aung Toe Chief Justice
2. Deputy Chief Justice
3. U Khin Maung Latt Deputy Chief Justice
4. U Khin Myint Supreme Court Justice
5. Dr.Tin Aung Aye Supreme Court Justice
6. U San Tint Yi Supreme Court Justice
7. U Myint Thein Supreme Court Justice
8. U Than Shin Supreme Court Justice
9. U Chit Lwin Supreme Court Justice
10. U Myint Aung Supreme Court Justice
11. U Sein Hlaing Supreme Court Justice

Office of the Attorney - General

1. U Tha Tun Attorney - General
2. U Khin Maung Aye Deputy Attorney - General

Office of the Auditor - General

1. Maj. General Lun Muang Auditor - General
2. U Khin Win Deputy Auditor - General

Yangon City Development Council

1. Brig. General Aung Thein Lin Mayor and Chairman of YCDC
2. Col. Maung Pa Vice Mayor and Vice Chairman of YCDC

MIC

U Thaung (Minister for Science and Technology) Chairman of MIC
Brig Gen Maung Maung (Former Deputy Minister for Electric Power)
Secretary of MIC


เศรษฐกิจการค้า
ระบบเศรษฐกิจ อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากระบบเศรษฐกิจแบบวางแผนส่วนกลางเป็นระบบตลาด
เริ่มตั้งแต่สิงหาคม 2531 (แต่ยังไม่คืบหน้ามากนัก)

เงินตรา/อัตราแลกเปลี่ยน สกุลจั้ต (Kyat) (2545) 6.5 จั้ต ต่อดอลลาร์สหรัฐ
(อัตราทางการ) 990 -1,200 จั้ต ต่อดอลลาร์สหรัฐ (อัตราตลาดเมื่อสิงหาคม 2546)

รายได้ต่อหัว 79 ดอลลาร์สหรัฐ (2545)

GDP 4.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (2545)

GDP Growth ร้อยละ 4.9 (2545)

อัตราเงินเฟ้อ ร้อยละ 53.7 (2545)

การลงทุนจากต่างประเทศ สิงคโปร์ (อันดับ 1) รองลงมาคือ อังกฤษ ไทย

ตลาดส่งออกสำคัญ ไทย (อันดับ 1) รองลงมาคือ อินเดีย สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ และมาเลเซีย

สินค้าออกที่สำคัญ ก๊าซธรรมชาติ ถั่ว ไม้สักและผลิตภัณฑ์ไม้
ผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ และข้าว

แหล่งนำเข้าสำคัญ สิงคโปร์ (อันดับ 1) รองลงมาคือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้
มาเลเซีย และจีน

สินค้าเข้าที่สำคัญ เครื่องจักรกลและอุปกรณ์ โลหะและผลิตภัณฑ์โลหะ
น้ำมันดิบ เครื่องใช้ไฟฟ้า น้ำมันพืช


การลงทุนในพม่า
1. นักลงทุนต่างชาติสามารถเข้ามาลงทุนในพม่าได้ทั้งในรูปแบบที่ต่างชาติเป็นเจ้าของ
100% (100% foreign owned) หรือในรูปของการร่วมลงทุน (joint venture) กัย
นักลงทุนท้องถิ่น โดยนักลงทุนต่างชาติจะต้องร่วมทุนอย่างน้อยในอัตราร้อยละ 35
ของ equity capital ืทั้งหมด
2. นักลงทุนต่างชาติจะต้องลงทุนอย่างน้อย 500,000 ดอลลาร์สหรํฐ สำหรับธุรกิจ
อุตสาหกรรม (manufacturing) และ 300,000 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับธุรกิจบริการ
(services)
3. ภายใต้กฎหมายการลงทุนจากต่างประเทศ (Foreign Investment Law) ของพม่า
ซึ่งอยู่ในการควบคุมและดูแลของคณะกรรมาธิการการลงทุนของพม่า (Myanmar Investment Commission - MIC) นักลงทุนสามารถได้รับสิทธิต่าง ๆ ดังนี้
- ได้รับการยกเว้นภาษี (tax holiday) เป็นเวลา 3 ปี และสามารถขอขยายเวลา
ต่อได้
- ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับผลกำไรที่นำกลับมาลงทุน เป็นนระยะเวลา 1 ปี
- ให้คำนวนอัตราค่าเสื่อมสภาพ (accelerated depreciation rates) ได้ตามที่ได้รับ
การอนุมัติจาก MIC
- ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ในอัตราร้อยละ 50 จากรายได้ที่ได้จากการส่งออก
- สามารถชำระภาษีเงินได้ในนาม (on behalf) ของผู้เชี่ยวชาญและช่างเทคนิค
ชาวต่างชาติที่บริษัทจ้าง โดยสามารถนำรายจ่ายในส่วนนั้นมาหักออกจากรายได้พึง
ประเมินภาษีเงินได้
- ชำระภาษีเงินได้สำหรับลูกจ้างชาวต่างชาติได้ในอัตราเดียวกับประชาชนพม่า
- สามารถนำค่าใช้จ่ายในส่วนของการวิจัยและพัฒนามาหักออกจากรายได้พึงประเมิน
ภาษีเงินได้ได้
- สามารถยกยอดผลประกอบการที่ขาดทุนไปรวมกับผลประกอบการของปีต่อ ๆ
ไปได้เป็นระยะเวลา ๓ ปีติดต่อกัน หากผลประกอบการรวมยังขาดทุนอยู่
- ได้รับการยกเว้นภาษีศุลกากรและ/ หรือภาษีในประเทศอื่น ๆ สำหรับการนำเข้า
วัตถุดิบเพื่อการผลิต ในระยะ ๓ ปีแรกหลังจากเริ่มดำเนินการ
4. ธุรกิจต่างชาติที่ดำเนินธุรกิจในพม่าภายใต้กฎหมายการลงทุนจากต่างประเทศจะ
ไม่ถูกยึดกิจการมาเป็นของพม่า (shall not be nationalised) ืทั้งนี้ พม่าอนุญาตให้
จัดส่งเงินทุน (capital) และผลกำไรสุทธิ (net profit) กลับไปยังประเทศแม่ได้
5. นักลงทุนต่างชาติสามารถเช่าพื้นที่ดำเนินการระยะยาว (long term lease) ได้จาก
รัฐบาลพม่า โดยค่าเช่าพื้นที่ในพื้นที่อุตสาหกรรม (industrial zone) ของรัฐบาล อยู่ใน
อัตรา 3 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อตารางเมตรต่อปี

นโยบายเศรษฐกิจของพม่า
1. ส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร โดยการเพิ่มพื้นที่เพาะปลูก (ไม่ใช่การเพิ่มผลผลิตต่อพื้นที่) ทำให้ผลผลิตและการส่งออกของพืชเศรษฐกิจบางชนิด เช่น ข้าว
ธัญพืช ฝ้าย อ้อย งา ถั่ว และดอกทานตะวันเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม นโยบายดังกล่าว
ยังไม่สามารถดำเนินการได้ผลเต็มที่ เนื่องจากไม่มีการเผยแพร่วิธีการเกษตรที่
ทันสมัย ปุ๋ยและพันธุ์พืชที่ดีขาดแคลน พลังงานไม่เพียงพอ และราคาพืชตกต่ำ
เนื่องจากรัฐบาลพม่าควบคุมราคาพืชเศรษฐกิจหลัก เช่น ข้าว และอ้อย
2. ส่งเสริมการผลิตเพื่อทดแทนการนำเข้า เช่น น้ำมัน (edible oil) และกระดาษ
เพื่อลดการขาดดุลการค้าและรักษาปริมาณเงินทุนสำรองต่างประเทศ
3. ขยายภาคอุตสาหกรรมการผลิตให้หลากหลาย โดยรัฐบาลพม่าให้การส่งเสริม
รัฐวิสาหกิจของพม่าในการผลิต เครื่องจักร ยานพาหนะและอุปกรณ์ โทรทัศน์
อุปกรณ์สื่อสาร สิ่งทอ เครื่องใช้ไฟฟ้า น้ำตาล ยาง ผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ และผลิตภัณฑ์
จากไม้ อย่างไรก็ดี รัฐบาลพม่าไม่ได้ให้การสนับสนุนในด้านนี้ต่อภาคเอกชน
หรือนักลงทุนต่างชาติ
4. นอกจากนี้ รัฐบาลพม่าได้ออกมาตรการกีดกันทางการค้าอีกหลายประการ เพื่อลด
การขาดดุลการค้าและรักษาปริมาณเงินทุนสำรองต่างประเทศ ดังนี้ ห้ามนำเข้าสินค้า
15 รายการ ทางชายแดน (14 รายการ ทางทะเล) ผู้นำเข้าต้องมีรายได้จากการส่งออก
การนำเข้าสินค้าจำเป็นต่อส้นค้าฟุ่มเฟือยต้องอยู่ในสัดส่วน ๘๐:๒๐ ห้ามบริษัทต่างชาติ
ที่เป็น trading company นำเข้าและส่งออกสินค้า ไม่ต่อใบอนุญาตประกอบการให้บริษัท
ต่างชาติ และการนำเข้า-ส่งออกต้องกระทำผ่านธนาคารเท่านั้น (L/C) นอกจากนี้
มาตรการอื่น ๆ รวมถึงห้ามส่งออกสินค้า ๓๒ รายการ ทางชายแดน
(๓๑ รายการ ทางทะเล) ห้ามนำเข้า จำหน่าย และบริโภคผงชูรส
และเครื่องดื่มชูกำลัง และการปิดจุด
ผ่านแดนไทย-พม่า ในช่วงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไม่ปกติ


ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหภาพพม่า
ความสัมพันธ์กับไทย
สถาปนาความสัมพันธ์ 24 สิงหาคม 2491

พื้นที่ติดต่อกับไทย รัฐฉาน รัฐคะยา รัฐกะเหรี่ยง รัฐมอญ และมณฑลตะนาวศรี
โดยติดกับ 10 จังหวัดของไทย ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ตาก กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และระนอง มีพรมแดนร่วมกันยาว 2,401 กม. (ปักปันเสร็จแล้ว 59 กม.)

กลไกความสัมพันธ์ทวิภาคี
(1) คณะกรรมาธิการร่วม (Joint Commission – JC) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองประเทศเป็นประธานร่วม เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ในภาพรวมจัดตั้งเมื่อมกราคม 2536 การประชุมครั้งล่าสุดคือ
ครั้งที่ 6 เมื่อ 7-9 มกราคม 2545 ที่จังหวัดภูเก็ต
(2) คณะกรรมการเขตแดนร่วม (Joint Boundary Committee – JBC)
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง การต่างประเทศของทั้งสองประเทศเป็นประธานร่วมเพื่อสำรวจ ปักปัน และแก้ปัญหาเขตแดนร่วมกัน จัดตั้งเมื่อ 2542 ประชุมครั้งล่าสุดคือครั้งที่ 5
เมื่อ 5-7มีนาคม 2545 ที่กรุงเทพฯ
(3) คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (Regional Border Committee – RBC)
แม่ทัพภาคของทั้งสอง ประเทศเป็นประธานร่วม เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและแก้ไขปัญหา
ความสงบเรียบร้อยบริเวณชายแดนร่วมกันจัดตั้งเมื่อ 2532 ประชุมครั้งล่าสุดคือ
ครั้งที่ 21 เมื่อ 22 - 24 สิงหาคม 2546 ที่ อ. ชะอำ จ. เพชรบุรี
(4) คณะกรรมการการค้าร่วม (Joint Trade Commission – JTC)
รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์ของทั้งสองประเทศเป็นประธานร่วม เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือทางการค้าระหว่างกัน
จัดตั้งเมื่อ 2533 ประชุมครั้งล่าสุดคือ ครั้งที่ 3 เมื่อ 18-19 มีนาคม 2545 ที่กรุงเทพฯ

การลงทุนไทยในพม่า เป็นลำดับที่ 3 รองจากสิงคโปร์และอังกฤษ มีมูลค่าการลงทุน
(ตุลาคม 2542) 50.08 พันล้านบาท (1,252 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

การค้าไทยกับพม่า มูลค่าการค้าปี 2544 มีมูลค่า 51,533 ล้านบาท
(ในจำนวนนี้เป็นการค้าชายแดน 40,536 ล้านบาท) โดยไทยเป็นฝ่ายเสียเปรียบดุล 5,524.9 ล้านบาท (เนื่องจากการชำระค่าก๊าซธรรมชาติที่ไทยซื้อจากพม่า)

สินค้าเข้าจากไทย เครื่องดื่ม ปูนซิเมนต์ ผลิตภัณฑ์ยาง เคมีภัณฑ์
ผ้าผืน เครื่องจักรกล หม้อแบตเตอรี่ เซรามิค สายไฟฟ้า สายเคเบิล เครื่องใช้ไฟฟ้า

สินค้าออกมาไทย ไม้ซุงและไม้แปรรูป เครื่องเพชรพลอย อัญมณี
เงินแท่งและทองคำ กุ้งสดแช่เย็นและแช่แข็ง สินแร่โลหะ และเศษโลหะ เส้นใยใช้ในการทอ เครื่องแต่งเรือน หนังดิบและหนังฟอก

เอกอัครราชทูตไทย นายอุ้ม เมาลานนท์ (Oum Maolanon)
ประจำพม่า(เข้ารับหน้าที่ 12 มกราคม 2544)

เอกอัครราชทูตพม่า นาย เมียว มิ้น (U Myo Myint)
ประจำไทย (เข้ารับหน้าที่ 23 เมษายน 2544)

สถานการณ์ทั่วไปในพม่า
(1) การเมือง
- ปัญหาทางการเมืองภายในพม่าขณะนี้ มีรากมาจากความผันผวนของ กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและเศรษฐกิจของพม่า ในช่วงกลางและปลายทศวรรษที่ 1980 โดยเฉพาะกระแสการเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไปสู่ระบอบ ประชาธิปไตยแต่ถูกฝ่ายกองทัพซึ่งเป็นกลุ่มอำนาจเดิมทำการปราบปรามอย่างรุนแรงเมื่อปลาย ค.ศ. 1988 การจัดตั้งรัฐบาลทหารซึ่งกุมอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จ และมีการกระทำที่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะการจับกุมตัวนางออง ซาน ซู จี และสมาชิกพรรค National League for Democracy (NLD) ทำให้สถานการณ์ทางการเมืองในพม่าเป็นปัญหาระหว่างประเทศเรื่อยมา
- ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา มีความพยายามจากหลายฝ่ายที่จะคลี่คลายสถานการณ์ทางการเมืองในพม่าให้รัฐบาล ผ่อนปรนทางการเมืองและปูทางไปสู่การปรองดองแห่งชาติและ การปกครองระบอบประชาธิปไตยแต่ก็ไม่ได้มีความคืบหน้าที่ต่อเนื่อง
- ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา กระบวนการปรองดองแห่งชาติภายในพม่าดูจะเป็นไปด้วยดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเจรจาทางการเมืองระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับนางออง ซาน ซู จี ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม 2543 โดยตลอดช่วงเวลาดังกล่าว มีการทยอยปล่อยตัว นักโทษการเมืองเป็นระยะและนำไปสู่การยกเลิกการกักบริเวณนางออง ซาน ซู จี เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2545 อย่างไรก็ดี หลังจากนั้น ความเคลื่อนไหวทางการเมืองในพม่ากลับหยุดนิ่ง ไม่มีการพบปะหารือทางการเมืองอีก ในทางตรงข้าม รัฐบาลพม่ายังคงเดินหน้าจับกุมผู้ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลรวมถึงการจับกุม
นางออง ซาน ซู จี อีกครั้งเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2546 ซึ่งส่งผลให้ประชาคมระหว่างประเทศเริ่มหันมาดำเนินการกดดันพม่าอย่างรุนแรงอีกครั้ง
- หลังจากที่ตกอยู่ในกระแสการกดดันจากประชาคมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการลงโทษของสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลให้เศรษฐกิจของพม่าอยู่ในสภาวะวิกฤติอย่างรุนแรง นั้น เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2546 รัฐบาลพม่าได้ประกาศปรับเปลี่ยนตัวบุคคลในรัฐบาลพม่าหลายตำแหน่ง ที่สำคัญได้แก่ การแต่งตั้งพลเอก ขิ่น ยุ้น เป็นนายกรัฐมนตรี พลโท โซ วิน เป็นเลขาธิการ 1 และ พลโท เต็ง เส่ง เป็นเลขาธิการ 2 ของสภาสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ ทั้งนี้ การแต่งตั้งพลเอก ขิ่น ยุ้น ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น น่าจะสืบเนื่องมาจากพลเอก ขิ่น ยุ้น เป็นผู้มีภาพลักษณ์ดีในสายตาประชาคมระหว่างประเทศ มีทักษะในการเจรจาและถูกมองว่าเป็นผู้ที่มีความคิดเป็นกลาง (moderate)
- เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2546 พลเอก ขิ่น ยุ้น นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของพม่าได้ประกาศแนวทางการดำเนินการ
ไปสู่กระบวนการปรองดองแห่งชาติและประชาธิปไตย (Roadmap) ในพม่า เพื่อแก้ไขปัญหาทางการเมืองภายในประเทศและแรงกดดันจากประชาคมระหว่างประเทศ ทั้งนี้ ภายหลังจากการประกาศแนวทางดังกล่าว รัฐบาลพม่า
ได้ดำเนินการจัดตั้งคณะกรรมการต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 6 กันยายน 2546
เป็นต้นมา เพื่อดูแลการจัดประชุม National Convention และได้อนุญาตให้นางออง ซาน ซู จี กลับไปพักอยู่ที่บ้านพักของนางเอง เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2546
- ในการดำเนินความสัมพันธ์กับชนกลุ่มน้อย นั้น รัฐบาลทหารพม่ายังคงใช้วิธีการทางทหารเข้าจัดการกับกลุ่มต่อต้านรัฐบาล อย่างไรก็ดี ในช่วงปีที่ผ่านมา รัฐบาลพม่าเริ่มแสดงท่าทีเปิดกว้างมากขึ้นในเรื่องการเจรจาสันติภาพกับชนกลุ่มน้อย

(2) เศรษฐกิจ
- สภาพเศรษฐกิจของพม่าตกต่ำลงอย่างต่อเนื่อง ไม่มีการลงทุนใหม่ที่สำคัญจากต่างประเทศ ในขณะเดียวกันมีการย้ายธุรกิจและการลงทุนของต่างชาติไปประเทศอื่น การส่งออก สินค้าเกษตรลดลง กอปรกับนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปพม่ามีจำนวนลดลงและน้อยกว่าที่ทางการพม่าได้ตั้งเป้าไว้มาก ทำให้ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศลดลง ภาวะเงินเฟ้อสูงขึ้น ค่าเงินจั้ตตกต่ำ นอกจากนี้ ในภาคการเกษตร เริ่มมีสัญญาณความไม่พอใจของเกษตรกรต่อนโยบายที่ไม่เป็นธรรมและกดขี่ของรัฐบาล อาทิ การบังคับซื้อข้าวในราคาถูก การเก็บภาษีสินค้าเกษตร (ในรูปผลผลิต) ที่สูงขึ้น สถานการณ์ที่เลวลงเหล่านี้ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการวิกฤติการทางเศรษฐกิจในเอเชีย แต่สาเหตุที่สำคัญคือการบริหารเศรษฐกิจที่ผิดพลาดของรัฐบาลและสถานการณ์ทางการเมืองที่ไม่ดีขึ้น ซึ่งลดความมั่นใจของการลงทุนจากต่างชาติ อีกทั้งยังเป็นต้นเหตุของการ คว่ำบาตรทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องของประเทศตะวันตก

(3) สังคม
- การที่รัฐบาลพม่าทุ่มเทงบประมาณส่วนใหญ่ไปในด้านการทหาร ได้ส่งผลกระทบต่องบประมาณด้านการศึกษาและสาธารณสุข รัฐบาลพม่าไม่สามารถจัดการศึกษาระดับปฐมที่เพียงพอและมีคุณภาพให้แก่ประชาชน นอกจากนี้ ที่ผ่านมายังได้ปิดมหาวิทยาลัยเป็นระยะเวลานาน (เพราะเกรงนักศึกษาจะก่อความวุ่นวาย) ซึ่งทำให้การพัฒนาการศึกษาระดับสูงและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในพม่าหยุดชะงักมาเป็นเวลานาน สำหรับในด้านสาธารณสุข พม่าประสบการแพร่ขยายของโรคติดต่อต่าง ๆ อาทิ มาลาเรีย วัณโรค โดยเฉพาะอย่างยิ่ง HIV/AIDS รายงานล่าสุดของ องค์การอนามัยโลก ได้ประเมินคุณภาพบริการด้านสาธารณสุขของพม่าอยู่ในลำดับที่ 190 จากทั้งหมด 191 ประเทศ

สถานะความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับพม่า
(1) การเมือง
- ไทยและพม่าเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีชายแดนทางบกและทะเล
ติดต่อกันยาวรวม 2,401 กม. ซึ่งเมื่อพิจารณาถึงปัจจัยในแง่ต่าง ๆ ทั้งระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจ เงื่อนไขและทัศนคติทางการเมืองที่ต่างกัน ปัญหาการเมืองภายในพม่าและชนกลุ่มน้อยตามแนวชายแดน ความไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกันอันเป็นผลมาจากภูมิหลังทางประวัติศาสตร์
รวมถึงบทบาทของกลุ่มผลประโยชน์ต่าง ๆ แล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับพม่าจึงเป็นเสมือนภาพที่สะท้อนความ
ขัดแย้งอันเป็นผลพวงจากประเด็นปัญหาต่าง ๆ ข้างต้นที่สามารถปะทุขึ้นเป็นชนวนของความบาดหมางระหว่างกันได้ตลอดเวลา ในห้วงที่ผ่านมา การปรับเปลี่ยนทัศนคติในการดำเนินนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลไทยชุดต่าง ๆ ส่งผลให้รูปแบบและน้ำหนัก รวมถึงการจัดลำดับความสำคัญของการดำเนินความสัมพันธ์กับพม่ามีความแตกต่างกันไป
- ความบาดหมางในความสัมพันธ์ของประเทศทั้งสอง นับตั้งแต่
เหตุการณ์ยึดสถานเอกอัครราชทูตพม่าในปี 2542 จนกระทั่งถึงการปะทะกันตามแนวชายแดนและการทำสงครามจิตวิทยา
โจมตีซึ่งกันและกันอย่างรุนแรงในห้วงต้นปี 2544 ส่งผลให้บรรยากาศความสัมพันธ์โดยรวมอยู่ในสภาวะตึงเครียด และตกต่ำถึงขีดสุดเมื่อรัฐบาลพม่าตีพิมพ์บทความจาบจ้วงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ของไทย ซึ่งพัฒนาการความขัดแย้งดังกล่าวได้ก่อให้เกิดกระแสชาตินิยมและ ความรู้สึกต่อต้านพม่าอย่างกว้างขวางในหมู่สาธารณชนไทย
- การเดินทางเยือนพม่าของนายกรัฐมนตรี เมื่อเดือนมิถุนายน 2544 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่นำไปสู่การรื้อฟื้นการดำเนินความสัมพันธ์ในเชิงสร้างสรรค์ระหว่างไทยกับพม่า การเยือนดังกล่าวเปรียบเสมือนการไขประตูไปสู่กระบวนการแก้ไขปัญหา ที่คั่งค้างรวมทั้งการผลักดันให้เกิดความร่วมมือในประเด็นปัญหาเร่งด่วนระหว่างกัน โดยเฉพาะปัญหายาเสพติด ปัญหาแรงงานผิดกฎหมาย รวมทั้งปัญหาผู้หลบหนีภัยการสู้รบ นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายมีการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล้วนส่งผลให้บรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับพม่า โดยรวมกลับคืนสู่สภาวะปรกติอีกครั้ง โดยในช่วงที่ผ่านมา มีการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงหลายครั้ง ได้แก่ นายกรัฐมนตรีเยือนพม่า (19-20 มิถุนายน 2544) พลโท ขิ่น ยุ้น เยือนไทย (3-5 กันยายน 2544) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยือนพม่า (1-2 พฤษภาคม 2544) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพม่าเยือนไทย (22-23 มิถุนายน 2544) และการพบปะระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมกับพลโท ขิ่น ยุ้น ที่เมืองท่าขี้เหล็กและอำเภอแม่สาย เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2544
- โดยภาพรวม พม่ามีท่าทีตอบสนองการดำเนินนโยบายของไทยมากขึ้น โดยเฉพาะในประเด็นที่กำลังส่งผลกระทบในทางลบต่อโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคมของพม่าเอง อาทิ ปัญหายาเสพติด ปัญหาด้านสาธารณสุข ปัญหาความมั่นคงของมนุษย์ ฯลฯ อย่างไรก็ดี เช่นเดียวกับประเทศเพื่อนบ้านอื่นที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจด้อยกว่าไทย พม่ายังคงมีความหวาดระแวงต่อการดำเนินนโยบายต่าง ๆ ของไทยอยู่ โดยเฉพาะการให้ความช่วยเหลือ รวมทั้งนโยบายส่งเสริมการค้าการลงทุนของไทย นอกจากนี้ พม่ายังคงปกป้องความเปราะบางของสถาบันการเมืองของตนจากแนวคิดเสรีนิยมจากไทย พม่ามีท่าทีปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงต่อบทบาทของไทยในกระบวนการ พัฒนาการเมืองภายในของพม่าไม่ว่าจะภายใต้บริบทใด

(2) เศรษฐกิจ
- การค้าระหว่างไทยกับพม่ามีทั้งรูปแบบการค้าปกติและการค้าชายแดน โดยฝ่ายไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้ามาโดยตลอด และมูลค่าการค้ามีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไรก็ดี ในปี 2544 ไทยเสียเปรียบดุลการค้าต่อพม่าเนื่องจากการชำระค่าก๊าซธรรมชาติที่ไทยได้ซื้อจากพม่า ไทยกับพม่ามีความตกลงการค้าระหว่างกัน 3 ฉบับ ได้แก่ ความตกลงทางการค้าไทย-พม่า (ลงนามเมื่อ 12 เม.ย. 2532 ที่กรุงย่างกุ้ง) บันทึกความเข้าใจเพื่อจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมทางการค้าไทย-พม่า (ลงนามเมื่อ 2 ก.พ.2533 ที่กรุงเทพฯ) และความตกลงการค้าชายแดน (ลงนามเมื่อ 17 มี.ค.2539 ที่กรุงย่างกุ้ง)
- การลงทุนของไทยในพม่า มีมูลค่าการลงทุนอยู่เป็นลำดับสามรองจากสิงค์โปร์ และอังกฤษ ส่วนใหญ่อยู่ในสาขาการผลิต รองลงมาคือ ธุรกิจการโรงแรมและการท่องเที่ยว การประมง และเหมืองแร่
- การที่ระบบเศรษฐกิจของพม่า เป็นระบบที่ควบคุมโดยรัฐบาลอย่างเข้มงวด กอปรกับการที่รัฐบาลพม่ามักเชื่อมโยงปัญหาทางการเมืองภายในพม่ากับการดำเนินความสัมพันธ์ด้าน อื่น ๆ รวมทั้งความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจ ทำให้ความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจระหว่างไทย
กับพม่ามักได้รับผลกระทบ อาทิ ความไม่แน่นอนและการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบเกี่ยวกับการค้าแล ะการลงทุนโดยไม่คำนึงผลกระทบและความตกลงที่มีอยู่ การปิดชายแดน และการยกเลิกสัมปทานประมง ซึ่งไม่เฉพาะประเทศไทยเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ แต่นักธุรกิจประเทศอื่น ๆ
โดยเฉพาะที่มีพรมแดนติดกับพม่า อาทิ จีน ก็ประสบปัญหาในลักษณะเช่นนี้ด้วย

(3) สังคม วัฒนธรรม และความร่วมมือ
- ไทยและพม่าได้ลงนามความตกลงทางวัฒนธรรมไทย-พม่า เมื่อวันที่
24 สิงหาคม 2542 โดยกำหนดให้มีการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งคณะนาฏศิลป์ของทั้งสองฝ่าย และให้ความร่วมมือในการบูรณะ
ปฏิสังขรณ์โบราณสถานและโบราณวัตถุในพม่า นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้อัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทาน
จากประเทศไทยไปถวายที่วัดพุทธในพม่าทุกปีนับตั้งแต่ปี 2538 เป็นต้นมา
- ไทยให้ความร่วมมือทางวิชาการแก่พม่าใน 3 สาขาคือ การเกษตร การศึกษา และสาธารณสุข นอกจากนี้ ฝ่ายไทยได้ให้ความร่วมมือด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ปศุสัตว์และการประมง การคมนาคม การท่องเที่ยว วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และการบินพลเรือนด้วย

เมษายน 2546
เรียบเรียงโดย เรียบเรียงโดย กองเอเชียตะวันออก 2 กรมเอเชียตะวันออก โทร. 02-643-5200-1 E-mail: div1103@mfa.go.th

 

Bookmark and Share
SPONSOR
เรือสำราญ
 
  • ยุโรป
  • อเมริกา
  • เอเชีย
  • แอฟริกา
  • อเมริกาใต้
  • ออสเตรเลีย
  • ตะวันออกกลาง
  •  
    สาระน่ารู้ก่อนเดินทาง
    e-passport
    การขอหนังสือเดินทาง
    อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา
    คำนวณอัตราแลกเปลียน
    ข้อฎิบัติ กรมศุลกากร
    เชงเก้น วีซ่า
    สายการบินโอเรียนต์ไทย
    สายการบิน นกแอร์
    ต่างประเทศ ขาเข้า
    ต่างประเทศ ขาออก
    ตารางบินขาเข้า
    ตารางบิน ขาออก
    เชคเที่ยวบินทั่วโลก
    Check Your Trip
    บ้านพักเยาวชน
    YHA อังกฤษ
    YHA อเมริกา
    YHA ออสเตรเลีย
    YHA สวิส
    YHA ญี่ปุ่น
    YHA ฝรั่งเศส
    โฮสเทล ทั่วโลก
    โฮสเทล ยุโรป
    ติดต่อทำบัตรเยาวชน
    โทร 026287413-5
    เว็บไซต์สายการบิน
    เว็บไซต์สถานทูตในไทย
    เว็บไซต์รถเช่า
    ทีวีช่อง 3
    ทีวีช่อง 5
    ทีวีช่อง 7
    ทีวีช่อง 9
    Thai PBS
    ฟังวิทยุ FM88
    ฟังวิทยุ FM89
    ฟังวิทยุ Sweet FM
    ฟังวิทยุ HotWave
    ฟังวิทยุ Cool 93
    ฟังวิทยุ FM95
    ฟังวิทยุ 95.5
    ฟังวิทยุ จส100
    Major Cineplex
    SF Cinema
    Esplanade Cineplex
    Livescore
    Siam Sport


    ร้านอาหารไทยในบอสตัน

    VZ English version


    บริษัท วาเคชั่นโซน จำกัด ทะเบียนการค้าเลขที่ (3)362/2544 ทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เลขที่ 71004030001090
    ติดต่อทีมงานโทร.0897990051 Copyright 2001 Vacation Zone Co., Ltd. All Rights Reserved
    เพื่อนบ้านวันหยุด ชมเว็บไซต์เพื่อนบ้าน ติดต่อแลกลิงค์ คลิกที่นี่ครับ