Bookmark and Share
 
จองโรงแรมออนไลน์
  
 
จองผ่าน Octopus
 
จองผ่าน GTA-Travel
 
จองผ่าน Agoda.Co.th
 
จองโรงแรมในประเทศไทย
จองโฮสเทล Hostel
ขั้นตอนการโพสต์รูป
จองตั๋วเครื่องบิน
 
จองตั๋วเครื่องบินด้วยตัวเอง
ตรวจสอบการจองตั๋ว
ประกันการเดินทาง
IAG ออนไลน์ (NZI)
กรุงเทพประกันภัย
ทิพยประกันภัย
Chartis
Mondial Assistance
ACE Insurance
บูพา ประกันสุขภาพ
เมนูโซน
 
รับทำผ้าบาติก
วีซ่าแคนาดา
ตั๋วรถไฟในยุโรป
ข้อมูลยอดเขา จุงฟราว
เรือสำราญ รอยัล แคริบเบียน
ขั้นตอนการส่งภาพเข้าประกวด
ประเภทของ ตั๋วรถไฟในยุโรป
การขอวีซ่าประเทศต่างๆ
7 สิ่งมหัศจรรย์
วันสงกรานต์
วีซ่า อังกฤษ
วีซ่า อเมริกา
วันวาเลนไทน์
วันพ่อแห่งชาติ
พรบ คอมพิวเตอร์
การบินไทย
อัตราแลกเปลี่ยน
บัตรโทรศัพท์ iSIM
บัตรโทรศัพท์ iTalk
ออกแบบเวบท่องเที่ยว
สถานทูตไทยในต่างประเทศ
VZ Agencies Pluz
Wall Paper
ททท
องค์การส่งเสริมท่องเที่ยว

 ทวีปเอเซีย
 ทวีปออสเตรเลีย
 ทวีปยุโรป
 ทวีปแอฟริกา
 การขอวีซ่า ประเทศแถบแอฟริกา
 ทวีปอเมริกาใต้
 ข้อมูลท่องเที่ยว
 สถานที่ท่องเที่ยว
 บริษัทท่องเที่ยว
 ภาพถ่ายในต่างแดน
 ประกันการเดินทาง
 โหวตสายการบิน
 โหวตบริษัทท่องเที่ยว
อ่านบทสัมภาษณ์คุณ ริน
อ่านบทสัมภาษณ์ของคุณ จิ๋น
อ่านบทสัมภาษณ์ คุณ Ham&Cheese
อ่านบทสัมภาษณ์ คุณ ติ๊ก
 My Vienna
(คุณ ริน)
 ออสเตรีย เยอรมัน
(คุณแนท)
 สวิตเซอร์แลนด์
(คุณ Sak)
 ย่ำเกาหลี 7 วัน
(คุณสิงหา)
 Europe Romance
(คุณ จิ-นดา)
ผ้าบาติกสินค้าฝีมือคนไทย
รับซ่อมเครื่องหนัง
ความคิดเห็นของผู้ชมเวบ
ภาพสถานที่ท่องเที่ยว




ร้านอาหารไทยในบอสตัน

 






สวีเดน Sweden
สวีเดน
"คลิ๊กที่เดียว เที่ยวทั่วโลก"

ในหน้านี้จะรวมทุกอย่าง เกี่ยวกับประเทศ สวีเดน เชิญชมครับ

ราชอาณาจักรสวีเดน
Kingdom of Sweden
ระเบียบการขอวีซ่า Schengen Visa DownLoad ใบคำขอวีซ่า สวีเดน
บุคคลสัญชาติไทยต้องขอวีซ่าในการเดินทางเข้าประเทศสวีเดนและประเทศอื่นๆในสหภาพยุโรปรวมทั้งสิ้น 15ประเทศ ได้แก่
เบลเยี่ยม เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส กรีซ ไอซ์แลนด์ อิตาลี ลักเซมเบอร์ก เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ โปรตุเกส เยอรมัน ออสเตรีย และ
เสปน ยกเว้น บุคคลที่ถือหนังสือเดินทางข้าราชการฉบับสีน้ำเงินซึ่งจะ สามารถอยู่ในประเทศสวีเดนและประเทศอื่นๆบางประเทศใน สหภาพยุโรปได้เป็นเวลา 90 วันโดยไม่ต้องขอวีซ่า

-กฎระเบียบของ Schengen ระบุไว้ว่าหากได้มีการพำนักอยู่ใน Schengen เป็นระยะเวลา 3 เดือน หรือมากกว่า การที่จะขอวีซ่าเข้าประเทศในกลุ่ม Schengen ได้อีกครั้งหนึ่ง นั้นจะต้องรอเป็นเวลา 3 เดือน ก่อนที่จะขอใหม่ได้

-หากผู้ที่ต้องการขอวีซ่า Schengen เป็นบุคคลสัญชาติอื่นแต่อาศัยอยู่ในประเทศไทย บุคคลนั้นๆจะต้องแสดงให้เห็นถึงตราประทับให้กลับมายังประเทศไทยอีกครั้ง (Re-entry or Multiple entries)

- แบบฟอร์มการขอวีซ่าจะต้องกรอกเป็นภาษาอังกฤษ ส่วนเอกสารต่างๆที่จะนำมายื่นประกอบการขอวีซ่าจะต้องเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดหากมีเอกสาร ที่เป็นภาษาไทยมาแสดงจะต้องนำไปแปลเป็นภาษาอังกฤษแล้วแนบมาด้วย และเอกสารทุกชนิดจะต้องมีขนาด A4 เท่านั้น อีกทั้งเอกสารทุกอย่างที่นำมายื่นจะต้องมีอายุไม่เกิน3เดือนย้อนหลัง

- เอกสารใบคำร้องและเอกสารอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการยื่นขอวีซ่านั้นสามารถรับได้ที่สถานทูตฯ หรือ เข้าไปดูได้ใน
www.swedenabroad.com /bangkok หรือ www.migrationsverket.com และสามารถพิมพ์แบบฟอร์มใบคำร้องและเอกสารอื่นๆจากทางเว็บไซด์ได้

- ค่าธรรมเนียมในการขอวีซ่าจะเปลี่ยนแปลงทุกเดือนตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ ซึ่งอียูได้มีมติตัดสินว่าตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2550 เป็นต้นไปให้เพิ่มค่าวีซ่าเป็น 60ยูโร เทียบเท่ากับ 2,780 บาท อนึ่ง ทางสถานทูตฯจะไม่คืนค่าธรรมเนียมที่ได้ชำระไปแล้ว ไม่ว่าในกรณีใดๆทั้งสิ้น กรุณาตรวจสอบค่าธรรมเนียมที่ถูกต้องตามลักษณะ วีซ่าของท่านในวันที่มาขอวีซ่ากับทางสถานทูตก่อนทำการชำระ และชำระโดยการโอนเงินผ่านธนาคารเอเชีย สาขาย่อยสุขุมวิท4

-โดยปรกติแล้ว วีซ่า Schengen ที่ออกให้บุคคลจะมีระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน ระยะเวลาในการพิจารณาประมาณ 7 วันทำการ ในบางกรณีที่ต้องมีการส่งเรื่องไปพิจารณาที่กองตรวจคนเข้าเมืองที่ประเทศสวีเดน จะต้องใช้เวลาในการดำเนินเรื่องประมาณ 1-3 เดือน

*ผู้ที่มาขอวีซ่าต้องมาดำเนินการด้วยตนเอง และต้องแนบเอกสารประกอบการขอวีซ่ามาให้ครบถ้วน (เจ้าหน้าที่สถานทูตไม่สามารถที่จะช่วยท่านในการกรอกเอกสารใดๆได้) เอกสารที่ไม่ครบถ้วนหรือการกรอกแบบฟอร์มที่ไม่ถูกต้องหรือ ไม่ครบถ้วนอาจส่งผลให้การขอวีซ่าถูกปฏิเสธได้ และหากต้องการยื่นเรื่องใหม่ภายหลังที่ถูกปฏิเสธไปแล้ว จะต้องแนบเอกสารประกอบการพิจารณามาใหม่ทั้งหมด*

เวลาทำการของแผนกวีซ่า : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 8.00 - 12.00 น. ยกเว้น วันพุธ ปิดทำการ
*หากท่านต้องการติดต่อกับโทรศัพท์ของแผนกวีซ่า ให้ติดต่อได้ที่ 02-2637211 ในวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 14.00-15.30น. เท่านั้น*
ก. เอกสารประกอบการพิจารณาการยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยว/ธุรกิจ/ราชการ
1. แบบฟอร์มการขอวีซ่า ซึ่งผู้ขอต้องกรอกข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษหรือสวีเดน( กรุณากรอกหมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถใช้ติดต่อได้ไว้ด้วย)
2. ใบแสดงถึงสมาชิกในครอบครัว (Appendix D)
3. หนังสือเดินทางที่มีอายุการใช้ไม่น้อยกว่า 3 เดือน นับจากวันที่เดินทางกลับจากสวีเดน
4. สำเนาหนังสือเดินทาง รวมถึงหน้าที่มีการต่ออายุ (ถ้ามี)
5. รูปถ่าย 2 นิ้ว 2 รูป ซึ่งมีฉากหลังสีขาวแบบมาตรฐาน
6. หลักฐานทางการเงิน ได้แก่ จดหมายรับรองจากธนาคารและ สำเนาสมุดธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน
7. สำเนาใบจองที่พักที่ครอบคลุมทุกคืนที่จะเข้าพักในประเทศสวีเดน
8. หลักฐานการทำงานจากบริษัท/องค์กรในประเทศไทยที่บุคคลนั้นทำงานอยู่ ระบุด้วยว่าบุคคลนั้นจะเดินทางไปสวีเดนและจะกลับมาทำงาน ที่บริษัท/องค์กรต่อภายหลังการเดินทางไปสวีเดนแล้ว
9. จดหมายเชิญจากบริษัทหรือองค์กรที่สวีเดน (สำหรับวีซ่าธุรกิจ/ราชการ)
10. ประกันการเดินทาง ที่ซื้อจากบริษัทที่มีข้อตกลงตามที่ทางประเทศในกลุ่ม Schengen ได้กำหนดไว้ ซึ่งครอบคลุมไปถึงการที่จะต้องเข้ารับการบำบัดรักษาในโรงพยาบาลทั่วทุกแห่งในประเทศกลุ่ม Schengen รวมไปถึงประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป(European Union) ซึ่งคือ สวิสเซอร์แลนด์
และลิคเทนไสตน์ ตลอดระยะเวลาที่พำนักอยู่ใน Schengen
ปล.- ประกันการเดินทางจะต้องครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่ต่ำที่สุดคือ 30,000 ยูโร หรือ 1,500,000 บาท
- ก่อนที่จะซื้อประกันจากบริษัทประกัน จะต้องแน่ใจว่าบริษัทนั้นจะคืนเงินให้หากวีซ่าของท่านถูกปฏิเสธ
ข. เอกสารประกอบการขอวีซ่าสำหรับวีซ่าท่องเที่ยวเพื่อไปเยี่ยมญาติ/เพื่อน
1. แบบฟอร์มการขอวีซ่า ซึ่งผู้ขอต้องกรอกข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษหรือสวีเดน( กรุณากรอกหมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถใช้ติดต่อได้ไว้ด้วย)
2. ใบแสดงถึงสมาชิกในครอบครัว (Appendix D)
3. หนังสือเดินทางที่มีอายุการใช้ไม่น้อยกว่า 3 เดือน นับจากวันที่เดินทางกลับจากสวีเดน
4. สำเนาหนังสือเดินทาง รวมถึงหน้าที่มีการต่ออายุ (ถ้ามี)
5. รูปถ่าย 2 นิ้ว 2 รูป ซึ่งมีฉากหลังสีขาวแบบมาตรฐาน
6. แบบฟอร์มหนังสือเชิญจากผู้รับรอง/ผู้เชิญ(Reference Bilaga E/Appendix E) ระบุชื่อผู้ได้รับเชิญ 1 คน ต่อ หนึ่งแบบฟอร์มเท่านั้น(แบบฟอร์มหนังสือเชิญนี้จะต้องใช้เป็นฉบับจริง ที่กรอกด้วยลายมือจริงของผู้รับรอง/ผู้เชิญ ทั้งฉบับเท่านั้น ไม่ใช่ แฟ็กส์(fax) หรือ อีเมล(email) )
7. ใบทะเบียนราษฎร์ที่เรียกว่า Personbevis ที่มีอายุไม่เกิน6 เดือน และสำเนาหนังสือเดินทางหน้าแรก จากผู้รับรอง/ผู้เชิญ หากผู้รับรอง/ผู้เชิญไม่ใช่ชาวสวีเดนให้ใช้สำเนาหนังสือเดินทางหน้าแรก และสำเนาวีซ่าถาวรของผู้รับรอง/ผู้เชิญแทนได้
8. หากผู้ที่ท่านต้องการจะไปเยี่ยมเป็นชาวไทยที่อาศัยอยู่กับผู้รับรอง/ผู้เชิญ ที่สวีเดน ให้ถ่ายสำเนาทะเบียนราษฎร์ (Personbevis) หรือสำเนาพาสปอร์ตและวีซ่าถาวรของบุคคลนั้นมาด้วย แต่หากท่านจะเดินทางไปสวีเดนกับชาวสวีเดนแต่ผู้รับรอง/ผู้เชิญเป็นผู้อื่น ให้ถ่ายสำเนาทะเบียนราษฎร์ (Personbevis) หรือสำเนาพาสปอร์ตของชาวสวีเดนที่ท่านจะเดินทางไปด้วยกันมาแสดง
9. หากผู้รับรอง/ผู้เชิญ จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้กับบุคคลที่มาขอวีซ่าตลอดระยะเวลาที่อยู่ในสวีเดน จะต้องนำหลักฐานการทำงานที่ระบุตำแหน่งและรายได้ของผู้รับรอง/ผู้เชิญ หรือหลักฐานทางการเงิน เช่น สำเนาสมุดธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน ,ใบเสียภาษี เป็นต้นมาแสดง
*แต่หากผู้ขอวีซ่ารับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้กับตัวเอง ให้นำหลักฐานการทำงานที่ระบุตำแหน่งและรายได้ของตนเอง และสำเนาหนังสือเดินทางย้อนหลัง 6 เดือน มาแสดงแทน*
10. ประกันการเดินทาง ที่ซื้อจากบริษัทที่มีข้อตกลงตามที่ทางประเทศในกลุ่ม Schengen ได้กำหนดไว้ ซึ่งครอบคลุมไปถึงการที่จะต้องเข้ารับการบำบัดรักษาในโรงพยาบาลทั่วทุกแห่งในประเทศกลุ่ม Schengen รวมไปถึงประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป(European Union) ซึ่งคือ สวิสเซอร์แลนด์
และลิคเทนไสตน์ ตลอดระยะเวลาที่พำนักอยู่ใน Schengen
ปล.- ประกันการเดินทางจะต้องครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่ต่ำที่สุดคือ 30,000 ยูโร หรือ 1,500,000 บาท
- ก่อนที่จะซื้อประกันจากบริษัทประกัน จะต้องแน่ใจว่าบริษัทนั้นจะคืนเงินให้หากวีซ่าของท่านถูกปฏิเสธ

*หากผู้ขออายุต่ำกว่า 20 ปี ต้องนำสำเนาใบสูติบัตร + สำเนาใบอุปการะบุตร หรือ หนังสือยินยอมจากผู้ปกครองทั้งสองฝ่ายที่ระบุว่าให้บุคคลนั้นเดินทางไปต่างประเทศได้มาแสดง (หากบิดา-มารดาหากเสียชีวิตแล้วให้นำสำเนาใบมรณะบัตรมาแสดงด้วย) *

ข้อมูลทั่วไป
ที่ตั้ง ตั้งอยู่บนคาบสมุทรสแกนดิเนเวียทางตอนเหนือของทวีปยุโรป ทิศเหนือติดกับประเทศนอร์เวย์และฟินแลนด์ ทิศตะวันออกติดกับอ่าวบอทเนีย ทิศใต้ติดกับทะเลบอลติก ทิศตะวันตกติดกับประเทศนอร์เวย์

พื้นที่ 486,601 ตารางกิโลเมตร

ประชากร 8.9 ล้านคน กลุ่มชนชาติ ชาวซอมิ (แลปป์) เป็นชนพื้นเมืองกลุ่มน้อยประมาณ 15,000 คน

ภาษา ภาษาสวีเดนเป็นภาษาราชการ นอกจากนี้ ใช้ภาษาซอมิและภาษาฟินแลนด์เป็นส่วนน้อย

ศาสนา ร้อยละ 80 นับถือศาสนาคริสต์นิกาย Lutheran State Church

เมืองหลวง กรุงสตอกโฮล์ม (Stockholm)

สกุลเงิน Swedish Krona (SEK) อัตราแลกเปลี่ยน 1 โครน ประมาณ 5.00 บาท 9 โครน ประมาณ 1 ดอลลาร์สหรัฐ

วันชาติ 6 มิถุนายน

ระบบการเมือง ระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาเดียว โดยมีกษัตริย์เป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ ซึ่งสวีเดนมีรัฐธรรมนูญลายลักษณ์อักษรที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป
ประกอบด้วยกฎหมายขั้นมูลฐาน รวม 4 ฉบับ เริ่มใช้มาตั้งแต่ปี ค.ศ.1809

ประมุขสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟ (King Carl XVI Gustaf)

นายกรัฐมนตรี นาย Goran Persson (21 มีนาคม ค.ศ. 1996)

รัฐมนตรีต่างประเทศ นาง Laila Freivalds (10 ตุลาคม ค.ศ. 2003)

สถาบันการเมือง ระบบรัฐสภาใช้ระบบสภาเดียว (Unicameral) เรียกว่า “รีคสด๊าก” (Riksdag) ประกอบด้วยสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้ง 349 คน มีวาระดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี พรรคการเมืองที่เข้าร่วมรัฐสภาต้องได้รับคะแนนเสียงเกินร้อยละ 4 จากการลงคะแนนเสียงทั่วประเทศ ประธานรัฐสภาเป็นผู้คัดเลือกนายกรัฐมนตรี สำหรับฝ่ายตุลาการแยกเป็นอิสระจากฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ
การเมืองการปกครอง
รัฐสภา นับตั้งแต่ปี ค.ศ.1971 สวีเดนมีรัฐสภา เรียกว่า รีคสด๊าก (Riksdag) เป็นระบบสภาเดียว โดยการแก้ไขรัฐธรรมนูญของสวีเดนเมื่อปี ค.ศ.1968-1969
ได้ยกเลิกระบบ 2 สภา ซึ่งมีมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1860 สมาชิกรัฐสภามีจำนวน 349 คน ดำรงตำแหน่งวาระ 4 ปี โดยได้รับการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนชาวสวีเดนทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปี ขึ้นไป การเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาของสวีเดนเป็นการเลือกตั้งในระบบสัดส่วน(proportional representation) ทั้งนี้ เพื่อเป็นหลักประกันว่าจะมีการกระจายที่นั่งระหว่างพรรคการเมืองต่าง ๆ ไปตามสัดส่วนของคะแนนเสียงที่พรรคต่าง ๆ ได้รับทั่วประเทศและป้องกันมิให้เกิดพรรคการเมืองเล็ก ๆ ขึ้นมากมาย พรรคการเมืองที่จะมีสมาชิกในรัฐสภาได้ จะต้องได้รับคะแนนเสียงในการเลือกตั้งทั่วประเทศไม่ต่ำกว่าร้อยละ 4
รัฐสภาสวีเดนประกอบด้วย ประธานสภา 1 คน และรองประธานสภา 3 คน กรรมาธิการ 15 คณะ สมัยประชุมรัฐสภาจะมีอยู่ประมาณปีละ 8 เดือน โดยจะมีการปิดสมัยประชุมตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายน-กันยายน คณะกรรมาธิการจะมีการประชุมทุกวันอังคารและวันพฤหัสบดี
ส่วนการประชุมรัฐสภาจะมีทุกสัปดาห์ตั้งแต่วันอังคาร-วันพฤหัสบดี

พรรคการเมือง
พรรคการเมืองที่สำคัญของสวีเดนที่มีที่นั่งในสภาในปัจจุบันมีอยู่ 7 พรรค
คือ พรรคสังคมนิยมประชาธิปไตย (Social Democratic Party)
พรรคโมเดอเรท (Moderate Party) พรรคเสรีนิยม (Liberal Party) พรรคเซนเตอร์ (Center Party) พรรคคริสเตียนเดโมแครท (Christian Democratic Party) พรรคกรีน (Green Party) พรรคเลฟท์ (Left Party)

การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 20 กันยายน ค.ศ.1998
สำหรับการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 20 กันยายน ค.ศ.1998 (2541) ปรากฏว่า พรรคสังคมนิยมประชาธิปไตยภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี
Goran Persson ยังคงได้รับเลือกตั้งมากที่สุด 131 ที่นั่ง (เมื่อปี ค.ศ.1994 ได้รับเลือกตั้ง 162 ที่นั่ง) อย่างไรก็ตาม แม้ว่า พรรคสังคมนิยมประชาธิปไตยจะไม่ได้รับคะแนนเสียงข้างมากในสภาก็ตาม นายกรัฐมนตรี Persson ก็ได้จัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยในสภาและแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ค.ศ.1999
การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 15 กันยายน ค.ศ.2002
ผลปรากฏว่า พรรคสังคมนิยมประชาธิปไตยของนายกรัฐมนตรี Goran Persson ยังคงได้รับคะแนนเสียงมากที่สุด 144 ที่นั่ง และได้จัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวเสียงข้างน้อยในสภา และนายกรัฐมนตรี
Goran Persson ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน
การปรับคณะรัฐมนตรีสวีเดน
เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2546 สำนักนายกรัฐมนตรีสวีเดนได้ประกาศปรับคณะรัฐมนตรีในบางตำแหน่ง โดยแต่งตั้งให้ นาง Laila Freivalds ( ไลลา ไฟรวัลด์) ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสวีเดนคนใหม่สืบแทนนาง Anna Lindh ซึ่งได้เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2546 และแต่งตั้งให้นาง Barbro Holmberg ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีดูแลกิจการนโยบายผู้ลี้ภัยและคนเข้าเมือง นาง Carin Jamtin ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีดูแลกิจการความร่วมมือเพื่อการพัฒนาสืบแทนนาย Jan O. Karlsson ซึ่งเป็นรัฐมนตรีดูแลกิจการความร่วมมือเพื่อการพัฒนา นโยบายผู้ลี้ภัยและ
คนเข้าเมือง กระทรวงการต่างประเทศสวีเดนในสมัยที่นาง Anna Lindh
ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (2541-2546) นอกจากนี้ นาง Margareta Winberg รองนายกรัฐมนตรีก็ได้ออกจากตำแหน่งในการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งนี้ด้วยและ
จะไปดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสวีเดนประจำบราซิล ตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2546

รัฐบาล
อำนาจทางการเมืองเป็นของรัฐบาลและพรรคการเมืองที่เป็นรัฐบาลตาม
รัฐธรรมนูญกำหนดให้คณะรัฐมนตรีมีจำนวน 22 คน (เป็นชาย 11 คน หญิง 11 คน) มีนายกรัฐมนตรี 1 คน
ในการจัดตั้งรัฐบาลภายหลังจากการเลือกตั้งเมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ.1998 นายกรัฐมนตรี Persson ได้ปรับปรุงโครงสร้างการบริหารราชการกระทรวงต่าง ๆ ใหม่ ดังนี้
- ยุบกระทรวงการขนส่งและคมนาคม กระทรวงแรงงาน กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า และกระทรวงมหาดไทย เพื่อรวมกันเป็นกระทรวงอุตสาหกรรมและพาณิชย์
- แบ่งความรับผิดชอบในกระทรวงต่าง ๆ ใหม่ อาทิ สำนักนายกรัฐมนตรีดูแลเรื่องการเป็นประธานสหภาพยุโรปของสวีเดนในปี ค.ศ.2001 กระทรวงการต่างประเทศดูแลเพิ่มเติมนโยบายด้านการค้าและกิจการเกี่ยวกับประเทศในภูมิภาคบอลติก และกระทรวงอุตสาหกรรมและพาณิชย์ ทำหน้าที่หลักในการประสานนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล

การปกครองส่วนท้องถิ่น
ก่อนปี ค.ศ.1971 สวีเดนถูกแบ่งออกเป็น 850 เทศบาล (Kommun) แต่ปัจจุบันได้ลดจำนวนลงเหลือเพียง 288 เทศบาล โดยแต่ละเทศบาลต่างมีสภาที่มาจากการเลือกตั้งอำนาจและ หน้าที่ของเทศบาลเกี่ยวข้องกับการให้บริการและการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ระหว่างรัฐบาลกลางและเทศบาลมีการปกครองในระดับภูมิภาคประกอบด้วย 24 มณฑล โดยรัฐบาลกลางมีข้าหลวงมณฑลเป็นผู้แทนและมีคณะกรรมการบริหารมณฑล ข้าหลวงมณฑลได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาลกลางให้ดำรงตำแหน่งวาระ 6 ปี โดยมักจะคัดเลือกมาจากนักการเมือง แต่บุคคลเหล่านี้จะต้องลาออกจากตำแหน่งทางการเมืองในระหว่าง ที่ดำรงตำแหน่งหน้าที่สำคัญของการบริหารมณฑลดำเนินงานโดยคณะกรรมการบริหาร ซึ่งข้าหลวงเป็นประธาน และสมาชิกคณะกรรมการบริหารมณฑลได้รับการแต่งตั้งจากสภามณฑล ภารกิจส่วนใหญ่ของการบริหารมณฑลมีลักษณะเป็นงานส่วนท้องถิ่นเป็นหลัก แต่ละมณฑลมีสภามณฑลที่มาจากการเลือกตั้ง สภานี้มีหน้าที่รับผิดชอบหลักในด้านอนามัยและสาธารณสุข
ซึ่งรวมถึงการให้บริการในโรงพยาบาล การจัดการศึกษาบางประเภทและ
การฝึกอาชีพ สภามณฑลมีสิทธิที่จะเก็บภาษีรายได้มาใช้เป็นงบประมาณรายจ่ายได้ นับตั้งแต่การเลือกตั้งเมื่อปี ค.ศ.1976 คนต่างชาติที่มีถิ่นที่อยู่ในสวีเดนตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไปมีสิทธิที่จะออกเสียงเลือกตั้งและสมัครเข้ารับเลือกตั้งระดับ ท้องถิ่นทั้งในสภาเทศบาลและสภามณฑล

การต่างประเทศ
การสิ้นสุดของยุคสงครามเย็นและการแบ่งแยกทางการเมืองในยุโรป ทำให้ช่วงทศวรรษ 1990 ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายต่างประเทศและความมั่นคงของสวีเดน โดยสวีเดนได้แสดงความสนใจที่จะเข้าร่วมในกระบวนการรวมตัวของยุโรปตะวันตก ซึ่งสวีเดนได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป (European Union - EU) เมื่อปี ค.ศ.1991 และได้เข้าเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป (EU) อย่างสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 1 มกราคม ค.ศ.1995 โดยได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชนในการลงประชามติเมื่อเดือนพฤศจิกายน ค.ศ.1994 ถึงร้อยละ 52.3 และในฐานะของสมาชิกสหภาพยุโรป สวีเดนจะยังธำรงไว้และจะไม่เป็นพันธมิตรทางการทหาร โดยสวีเดนจะไม่พิจารณาเข้าร่วมเป็นพันธมิตรทางการป้องกันใด ๆ ของสหภาพยุโรป นอกจากนี้ สวีเดนเป็นผู้ร่วมก่อตั้งสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (European Free Trade Association - EFTA) เมื่อปีค.ศ. 1960 อย่างไรก็ดี ภายหลังที่สวีเดนเข้าเป็นสมาชิก EU ในปี ค.ศ.1995 ก็มิได้เป็นสมาชิกของ EFTA อีกต่อไป และสวีเดนยังเป็นประเทศสมาชิกคณะมนตรีกลุ่มนอร์ดิก (Nordic Council) และเข้าร่วมในโครงการพันธมิตรเพื่อสันติภาพ (Partnership for Peace - PFP) ขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) บทบาทด้านการต่างประเทศของสวีเดนมีความโดดเด่นมากขึ้น
เมื่อสวีเดนได้เข้าเป็นประธานสหภาพยุโรป ระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน ค.ศ.2001 (EU Presidency) โดยสวีเดนได้มุ่งเน้นความสำคัญในประเด็นด้านการขยายสมาชิกภาพ (enlargement)การจ้างงาน (employment) และสิ่งแวดล้อม (environment) หรือเรียกโดยย่อว่า นโยบาย 3Es

เศรษฐกิจการค้า
สวีเดนเป็นประเทศที่มีพื้นที่มากที่สุดประเทศหนึ่งในยุโรปโดยมีพื้นที่ 486,601 ตารางกิโลเมตร แต่มีประชากรเพียง 8.9 ล้านคน จึงทำให้สวีเดนมีตลาดภายในขนาดเล็กและมีระบบเศรษฐกิจแบบพึ่งพาการส่งออก โดยในปี ค.ศ. 2002 รายได้จากการส่งออกมีมูลค่าร้อยละ 40 ของผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (GDP) และมากกว่าร้อยละ 80 ของสินค้าออกเป็นสินค้าอุตสาหกรรม โดยมีทั้งอุตสาหกรรมดั้งเดิมได้แก่ อุตสาหกรรมป่าไม้และเหล็ก และอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีสูง อาทิ อุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ อากาศยาน โทรคมนาคม การผลิตอาวุธ และการผลิตเวชภัณฑ์ สาเหตุที่สำคัญส่วนหนึ่งที่ทำให้สวีเดนมีความก้าวหน้าในอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีสูง เนื่องจากบริษัทของสวีเดนสนับสนุนการลงทุนในด้านการวิจัยและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในอัตราที่สูงมาก จึงทำให้บริษัทสวีเดนอยู่ในแนวหน้าของโลก และบริษัทสวีเดนยังมีบทบาทสูงมากในการลงทุนต่างประเทศ ทำให้อัตราการลงทุนต่างประเทศของสวีเดนเมื่อเทียบกับจำนวน ประชากรหรือต่อผลผลิตมวลรวมภายในประเทศสูงที่สุดประเทศหนึ่งในโลก
ลักษณะสำคัญอีกประการหนึ่งของเศรษฐกิจสวีเดน คือ ภาครัฐบาลมีบทบาทมากในเศรษฐกิจภาคบริการ การขยายเศรษฐกิจภาครัฐบาลเป็นการสร้างงานใหม่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำแหน่งงานสำหรับสตรี ตลาดสินค้าออกสำคัญที่สุดของสวีเดนอยู่ในยุโรปตะวันตก มากกว่าครึ่งหนึ่งของสินค้าออกส่งไปยังสหภาพยุโรป และกลุ่มประเทศนอร์ดิก ซึ่งประกอบด้วย เดนมาร์ก ไอซ์แลนด์ ฟินแลนด์ และนอร์เวย์ กลุ่มประเทศดังกล่าวนำเข้าสินค้าจากสวีเดนหนึ่งในห้าของปริมาณการส่งออกทั้งหมด
การปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ การปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจเป็นผลมาจากประสิทธิภาพการ ผลิตที่ตกต่ำและอัตราเงินเฟ้อที่สูงในช่วงทศวรรษ 1980 รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการหลายประการเพื่อปฏิรูประบบเศรษฐกิจ อาทิ การปรับปรุงโครงสร้างภาษีใหม่เพื่อกระตุ้นให้มีการออมและการจ้างงานเพิ่มขึ้น นโยบายเศรษฐกิจที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ การที่สวีเดนสมัครเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) ในปี ค.ศ. 1995 นอกจากนั้นรัฐบาลได้ออกกฎหมายป้องกันการผูกขาด (Competition Act) และได้ยกเลิกกฎระเบียบที่ไม่สนับสนุนการค้าเสรี
รวมทั้งปรับปรุงระบบการประกันสังคมและระบบบำนาญใหม่ นโยบายการคลัง ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในช่วงหลายปีที่ผ่านมาส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อรายได้ภาครัฐบาล ในปี ค.ศ. 1989 ภาครัฐบาลมีรายรับเกินรายจ่ายร้อยละ 5.4 ของผลผลิตมวลรวมในประเทศ ซึ่งจัดว่าต่ำสุดในกลุ่มประเทศ OECD ในปี ค.ศ. 1993 รัฐบาลขาดดุลงบประมาณถึงร้อยละ 12.3 ของผลผลิมวลรวมในประเทศ ซึ่งจัดว่าสูงสุดประเทศหนึ่งในกลุ่มประเทศ OECD นโยบายการเงินและอัตราแลกเปลี่ยน แต่เดิมค่าเงินโครนาสวีเดนถูกกำหนดไว้ตายตัวเมื่อเทียบกับเงินสกุลสำคัญ แต่ในปี ค.ศ. 1992 ธนาคารชาติสวีเดนจำต้องยกเลิกระบบดังกล่าวและปล่อยให้ค่าเงินโครนาสวีเดนลอยตัว ผลจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายดังกล่าว ทำให้นโยบายทางการเงินของรัฐบาลต้องเปลี่ยนแปลงไปด้วย ธนาคารชาติในปัจจุบันมีภารกิจหลัก คือ การควบคุมอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งกำหนดไว้ว่าไม่ควรเกินร้อยละ 2 ต่อปี
ปัญหาแนวทางด้านเศรษฐกิจที่สำคัญในปัจจุบัน คือ สวีเดนควรเข้าร่วมสหภาพเศรษฐกิจและการเงิน (EMU) ของสหภาพยุโรปในขั้นตอนของการใช้เงินสกุลเดียว (single currency)
ในช่วงเวลาใด ซึ่งสวีเดนได้ตัดสินใจที่จะไม่เข้าร่วม EMU ในกลุ่มประเทศแรก ในปี ค.ศ. 1999 แม้ว่า ระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจจะผ่านเกณฑ์ทางเศรษฐกิจ(convergence criteria) ที่สหภาพยุโรปกำหนดไว้ก็ตาม
ทั้งนี้ ล่าสุด เมื่อวันที่ 14 กันยายน ค.ศ.2003 รัฐบาลสวีเดนได้จัดการลงประชามติตัดสินใจว่า
สวีเดนจะเข้าร่วมการใช้เงินสกุลเดียว (เงินยูโร –euro) หรือไม่ ผลปรากฏว่า
มีประชาชนไปลงประชามติร้อยละ 81.2 โดยร้อยละ 56.1 ลงคะแนนเสียง : ไม่เห็นด้วยให้สวีเดนเข้าร่วมการใช้เงิน euro ขณะที่ร้อยละ 41.8 ลงคะแนนเสียง : เห็นด้วย และร้อยละ 1.9 ไม่ตัดสินใจ


ดรรชนีทางเศรษฐกิจ
1 ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) : 230.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ GDP ต่อหัว : 26,000 ดอลลาร์สหรัฐ
2 งบประมาณ : เกินดุล 9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
3 รายได้/รายจ่าย : 119 และ 110 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
4 International reserve : 178 ล้านโครนสวีเดน
5 อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ : ร้อยละ 1.9
6 อัตราเงินเฟ้อ : ร้อยละ 2.2
7 อัตราการว่างงาน : ร้อยละ 4 (จำนวนแรงงาน 4.4 ล้านคน)
8 ดุลการค้า : ได้ดุล 6.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
9 นำเข้า/ส่งออก : 96 และ 89.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
10 หนี้ต่างประเทศ : 66.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
11 เงินให้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจ (ODA) : 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
12 ประเทศคู่ค้าสำคัญ : เยอรมนี สหราชอาณาจักร เดนมาร์ก ฝรั่งเศส สหรัฐฯ ฟินแลนด์ นอร์เวย์
13 สินค้าเข้าสำคัญ : น้ำมัน รถยนต์ เครื่องจักร พลังงาน และเสื้อผ้า
14 สินค้าออกสำคัญ : ไม้ เยื่อกระดาษ กระดาษรถยนต์ รถบรรทุก เครื่องจักรกล อุปกรณ์ไฟฟ้าและโทรคมนาคม ผลิตภัณฑ์เคมี เหล็กและเหล็กกล้า

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับราชอาณาจักรสวีเดน
1. ความสัมพันธ์ทางการทูต
ไทยกับสวีเดนได้มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมาเป็นเวลาช้านาน นับตั้งแต่ที่ไทยกับสวีเดนได้ทำสนธิสัญญาทางไมตรี การพาณิชย์และการเดินเรือ (The Treaty of Friendship, Commerce and Navigation of 1868) เมื่อปี 2411 (ค.ศ. 1868) และนับตั้งแต่ปี 2425 (ค.ศ. 1882) เป็นต้นมา ไทยได้แต่งตั้งอัครราชทูตประจำประเทศในยุโรป ให้ดำรงตำแหน่งอัครราชทูตไทยประจำประเทศสวีเดนด้วยอีกตำแหน่งหนึ่ง อาทิ หม่อมเจ้าปฤษฎางค์ ชุมสาย อัครราชทูตประจำกรุงลอนดอน ดำรงตำแหน่งอัครราชทูตไทยประจำประเทศสวีเดนคนแรก ในปี 2487 (ค.ศ. 1944) ได้มีการเปิดสถานอัครราชทูตฯ ขึ้นเป็นครั้งแรกที่กรุงสตอกโฮล์มในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง แต่ต่อมาในปี 2497 (ค.ศ. 1954) ไทยได้ปิดสถานอัครราชทูตฯ และให้อัครราชทูต ณ กรุงโคเปนเฮเกน
ดำรงตำแหน่งอัครราชทูตไทยประจำประเทศสวีเดน จนกระทั่งปี 2502 (ค.ศ. 1959) ไทยกับสวีเดนได้ยกฐานะความสัมพันธ์ระหว่างกันขึ้นเป็นระดับเอกอัครราชทูตฯ โดยที่สถานเอกอัครราชทูตสวีเดนประจำประเทศไทยมีเขตอาณา
ครอบคลุมประเทศพม่า กัมพูชา และลาว ต่อมาในปี 2506 (ค.ศ. 1963) ไทยได้เปิดสถานเอกอัครราชทูตฯ ขึ้นที่กรุงสตอกโฮล์มและปัจจุบันมีเขตอาณาครอบคลุมประเทศฟินแลนด์และเอสโตเนีย
เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศสวีเดนคนปัจจุบัน คือ นายปกศักดิ์ นิลอุบล สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงสตอกโฮล์ม มีที่อยู่ คือ Royal Thai Embassy,Floragatan 3 , Box 26220, 10040 Stockholmม Tel 46-087917340 Fax 46-087917351
เอกอัครราชทูตสวีเดนประจำประเทศไทยคนปัจจุบัน คือ นาย Jan Axel Nordlander เข้ารับหน้าที่เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2542 และเข้าเฝ้าฯ ถวายพระราชสาส์นตราตั้ง เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2542
ประเทศไทยได้มีกงสุลกิตติมศักดิ์ไทยประจำประเทศสวีเดนมาตั้งแต่ปี 2431(ค.ศ. 1888) โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงแต่งตั้งนาย Axel Johnson เป็นกงสุลสยามคนแรกประจำประเทศสวีเดนเมื่อปี 2426 (ค.ศ. 1883) และหลังจากนั้นครอบครัว Johnson ได้ดำรงตำแหน่งกงสุลกิตติมศักดิ์ไทยต่อมาเป็นเวลา 4 ชั่วอายุคน ปัจจุบันนาง Viveca Ax:son Johnson ดำรงตำแหน่งกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ไทยประจำกรุงสตอกโฮล์มคนใหม่สืบแทนนาย Bo Axelson Johnson บิดา ซึ่งถึงแก่กรรมเมื่อเดือนพฤษภาคม 2540 (ค.ศ. 1997) นอกจากนี้แล้ว ฝ่ายไทยยังได้แต่งตั้งนาง Frances Broman ดำรงตำแหน่งกงสุลกิตติมศักดิ์ประจำกรุงสตอกโฮล์ม
ปัจจุบันสวีเดนมีสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ประจำประเทศไทย จำนวน 3 แห่ง คือ
1. สถานกงสุลกิตติมศักดิ์สวีเดนประจำจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเปิดทำการตั้งแต่ วันที่ 2 พฤษภาคม 2534 (ค.ศ. 1991) โดยมีเขตอาณาครอบคลุมจังหวัดต่าง ๆ ในภาคเหนือ
10 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ตาก ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน พะเยา และอุตรดิตถ์ โดยมีนายวรกิจ กัณฑะกาลังค์ เลขาธิการสมาคม YMCA จังหวัดเชียงใหม่ ดำรงตำแหน่งกงสุลกิตติมศักดิ์ฯ และล่าสุด กงสุลกิติมศักดิ์สวีเดนประจำจังหวัดเชียงใหม่ได้ขอลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งในขณะนี้ ทางการสวีเดนกำลังพิจารณาสรรหาบุคคลที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งนี้อยู่
2. สถานกงสุลกิตติมศักดิ์สวีเดนประจำเมืองพัทยา ซึ่งเปิดทำการตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2536 (ค.ศ. 1993) มีเขตอาณาครอบคลุมจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด โดยมีนายสติก วากต์-แอนเดอร์เซน (Mr. Stig Vagt-Andersen) ชาวเดนมาร์ก ผู้อำนวยการ และหุ้นส่วนของบริษัทท่องเที่ยว
Ben Adisti Co. Ltd. ดำรงตำแหน่งกงสุลกิตติมศักดิ์สวีเดนฯ และล่าสุด กงสุลกิติมศักดิ์สวีเดน ฯ ได้ขอลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งในขณะนี้ ทางการสวีเดนกำลังพิจารณาสรรหาบุคคลที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งนี้อยู่

3. สถานกงสุลกิตติมศักดิ์สวีเดนประจำจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเปิดทำการตั้งแต่ วันที่ 23 พฤศจิกายน 2539 (ค.ศ.1996) โดยมีนายวิจิตร ณ ระนอง ดำรงตำแหน่งกงสุลกิตติมศักดิ์ฯ เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2542 ได้มีพิธีเปิดอาคารพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ณ เมือง Bispgarden เขต Ragunda มณฑล Jamtland เพื่อเฉลิมฉลองในวโรกาสครบรอบ 100 ปี แห่งการเสด็จพระราชดำเนินเยือนหมู่บ้าน Utanede เมือง Bispgarden เมื่อวันที่19 กรกฎาคม 2440 (The Thai Pavilion as memorial to the 100th anniversary of the Royal Visit to Bispgarden of H.M. King Rama V in 1897)
ปัจจุบันมีคนไทยอาศัยอยู่ในสวีเดนประมาณ 12,000 คน และมีวัดไทย คือ วัดพุทธาราม

ความสัมพันธ์ด้านการเมือง
ความสัมพันธ์ทางด้านการเมืองระหว่างประเทศไทยกับสวีเดนเป็นไปโดยราบรื่น แม้ว่าที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ระหว่างไทยกับสวีเดนอยู่ห่างไกลกัน ทั้งสองฝ่ายให้การสนับสนุนและร่วมมือกันในเวทีการเมืองระหว่างประเทศด้วยดีมาโดยตลอด อาทิ ไทยให้การสนับสนุนสวีเดนในการสมัครเป็นสมาชิกประเภทไม่ถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงฯ ระหว่าง ค.ศ. 1998 - 1999 โดยการเลือกตั้งได้มีขึ้นในระหว่างการประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยสามัญที่ 51 ในปี ค.ศ. 1996 และสวีเดนก็ได้ให้การสนับสนุนการสมัครเป็นสมาชิกคณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคม (Economic and Social Council - ECOSOC) ของไทยสำหรับปี ค.ศ. 1996 - 1998

ความสัมพันธ์ด้านการค้า
ไทยเป็นประเทศคู่ค้าลำดับที่ 33 ของสวีเดน และลำดับที่ 8 ในสหภาพยุโรป โดยปริมาณ
การค้าสองฝ่ายในช่วง 3 ปีที่ผ่านมามีมูลค่าเฉลี่ยปีละประมาณ 550 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนเพียงร้อยละ 0.5 ของมูลค่าการค้ารวมของไทย สำหรับดุลการค้าของทั้งสองประเทศปรากฏว่า ไทยเป็นฝ่ายขาดดุลการค้ามาโดยตลอดตั้งแต่ปี 2537 โดยในปี 2546 ไทยขาดดุลการค้า 44.5ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2546 ไทยและสวีเดนมีมูลค่าการค้ารวม 584.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออกไปสวีเดนมีมูลค่า 269.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ ยานพาหนะอุปกรณ์และส่วนประกอบ เสื้อผ้าสำเร็จรูป หนังและผลิตภัณฑ์ หนังฟอก
และหนังอัดอุปกรณ์และ ส่วนประกอบรถยนต์ อาหารทะเลกระป๋อง อัญมณีและเครื่องประดับ สำหรับการนำเข้า ในปี 2546 ไทยนำเข้าสินค้าจากสวีเดนมีมูลค่า 314.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องจักรใช้ในอุตสาหกรรม เคมีภัณฑ์ กระดาษและกระดาษแข็ง เยื่อกระดาษ และเศษกระดาษ เคมีภัณฑ์
ตารางสถิติการค้าไทย-สวีเดน ดังเอกสารแนบ
(ที่มา : กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ)
ปัญหาและอุปสรรคทางการค้า
1. การขนส่ง ระยะทางไกล ทำให้เสียค่าใช้จ่ายสูง การส่งสินค้าจำนวนน้อยจึงไม่คุ้มทุน อีกทั้งการส่งมอบสินค้าบางครั้งไม่ตรงเวลาทำให้ผู้นำเข้าเสียหาย
2. ชาวสวีเดนนิยมสินค้าคุณภาพสูง โดยไม่คำนึงถึงราคามากนัก
ทำให้สินค้าไทยที่มีคุณภาพรองลงมาและมีราคาถูกจำหน่ายได้ยาก
3. ไทยขาดดุลการค้ากับสวีเดนมาโดยตลอด
แผนการขยายตลาดการส่งออกของไทยไปสวีเดและภูมิภาคยุโรปเหนือ
เมื่อเดือนพฤษภาคม 2546 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงสตอกโฮล์ม ร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยได้จัดโครงการ Road Show นำนักธุรกิจไทยในสาขาเสื้อผ้า อาหาร การให้บริการทางการแพทย์ และเครื่องประดับของใช้ในบ้าน ประมาณ 12 คน เดินทางไปเยือนสวีเดน เพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าส่งออกของไทยและแสวงหาลู่ทางในการเจาะ
และเปิดตลาดสินค้าของไทยในสวีเดนและภูมิภาคยุโรปเหนือ
นอกจากนี้ ในช่วงเดือนมีนาคม 2547 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงสตอกโฮล์ม ร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยจัดโครงการนำนักธุรกิจไทย ในสาขาวัสดุก่อสร้างไปร่วมงานแสดงสินค้านานาชาติเกี่ยวกับวัสดุก่อสร้าง "NORDBYGG 2004" ที่กรุงสตอกโฮล์ม
ความสัมพันธ์ด้านการลงทุน
บริษัทสวีเดนประมาณ 50 บริษัท มาลงทุนในไทย คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนให้สิทธิพิเศษแก่โครงการของ นักลงทุนสวีเดนประมาณ 33 โครงการ เงินลงทุนทั้งสิ้น 18,900 ล้านบาท โดยเงินทุนจดทะเบียนของสวีเดนประมาณ 5,790 ล้านบาท สวีเดนถือหุ้นมูลค่า 1,690 ล้านบาท ทั้งนี้ เป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมเบา ได้แก่ อุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์ แผ่นเคลือบพลาสติก เหมืองแร่ซีไรท์ หลอดไฟ ของเล่นพลาสติก แผ่นอัด เป็นต้น สำหรับลู่ทางการลงทุนของสวีเดนในประเทศไทย ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์ กิจการปลูกป่า กิจการด้านไบโอเทคโนโลยี กิจการด้านโทรคมนาคม อุตสาหกรรมเคมี อุตสาหกรรมอะไหล่ยางรถยนต์เพื่อส่งออก และอุตสาหกรรมพัสดุภัณฑ์และหีบห่อ

ความร่วมมือและความช่วยเหลือในด้านต่างๆ
ความร่วมมือทางวิชาการ โดยที่ไทยมีการพัฒนาทางเศรษฐกิจสูงขึ้นจึงไม่จัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่สวีเดน ให้ความช่วยเหลือในกรอบการให้ความช่วยเหลือทวิภาคีแก่ประเทศพัฒนาน้อยที่สุด ปัจจุบันกิจกรรมการให้ความช่วยเหลือของสวีเดนแก่ไทยในกรอบดังกล่าว ซึ่งอยู่ในความร่วมมือของหน่วยงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่าง ประเทศของสวีเดน (Swedish International Development Cooperation - SIDA) ได้สิ้นสุดลงแล้ว ดังนั้น SIDA จึงได้ปรับเปลี่ยนระดับความช่วยเหลือแก่ไทยเป็นการร่วมมือในระดับ Global และมีลักษณะเป็นแบบแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย (cost sharing) ซึ่งไทยจะต้องร่วมรับภาระค่าใช้จ่ายอันเนื่องมาจากกิจกรรมหรือ โครงการความช่วยเหลือของสวีเดนและความช่วยเหลือที่ได้รับจากสวีเดน โดยที่ผ่านมาส่วนใหญ่จะให้ในรูปผู้เชี่ยวชาญปฏิบัติงานภายใต้โครงการ อาทิ การจัดการด้านคุณภาพอากาศในกรุงเทพฯ ของกรมควบคุมมลพิษกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

การท่องเที่ยว
ในปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวสวีเดนนิยมเดินทางมาไทยโดยเฉลี่ยประมาณ 200,000 คน ต่อปี ซึ่งเป็นลำดับที่ 4 ของนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคยุโรป (ลำดับแรก อังกฤษ อันดับที่ 2 เยอรมนี และอันดับที่ 3 ฝรั่งเศส) ในปี 2545 นักท่องเที่ยวสวีเดนเดินทางมาไทยประมาณ 220,866 คน (ลดลงร้อยละ 0.97) และในปี 2544 มีจำนวน 223,040 คน มี วันพักเฉลี่ย 15.13 วัน มีการใช้จ่ายประมาณ 2,586.57 บาท การใช้จ่ายจะมุ่งไปในด้านค่าที่พัก การจับจ่ายซื้อของ ค่าอาหาร สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของชาวสวีเดนในไทยคือ จังหวัดภูเก็ต และนักท่องเที่ยวสวีเดนไม่มีข้อจำกัดในด้านเวลาในการเดินทาง มาท่องเที่ยวโดยจะมีช่วงวันหยุดประมาณ 4-5 สัปดาห์ และได้รับเงินเดือนขณะลาพักผ่อน ปัจจัยสำคัญที่ทำ ให้ชาวสวีเดนนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวในไทย คือ ความสามารถ
ในสนองตอบต่อความต้องการของชาวสวีเดนในการท่องเที่ยวประเภทแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลของไทย ซึ่งมีความคุ้มค่าเงินในการท่องเที่ยวความสะดวกในด้านการเดินทางคมนาคม
สำหรับสถิติในช่วงเดือนมกราคม-กันยายน 2546 ปรากฏว่า นักท่องเที่ยวสวีเดนเดินทางมาไทยจำนวน 134,650 คน และนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางไปสวีเดนจำนวน 5,322 คน (ในปี 2545 มีจำนวน 5,134 คน)
(ที่มา : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย)
การแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างไทย-สวีเดน
ฝ่ายสวีเดนเยือนไทย
ระดับราชวงศ์
- ค.ศ. 1884 (2427) เจ้าชายออสการ์แห่งสวีเดน เสด็จฯ เยือนไทย
- ค.ศ. 1911 (2454) เจ้าชายวิลเลียมแห่งสวีเดน เสด็จฯ เยือนไทย
- เดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1965 (2508) เจ้าชายเบอร์ทิลแห่งสวีเดน เสด็จฯ เยือนไทย
อย่างเป็นทางการ
- 21-23 เมษายน ค.ศ.1980 (2523) สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ล ที่ 16 กุสตาฟ
แห่งสวีเดน และสมเด็จพระราชินีซิลเวีย เสด็จฯ เยือนไทยในฐานะ พระราชอาคันตุกะส่วนพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
- 6-10 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1989 (2532) สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ล ที่ 16 กุสตาฟ แห่งสวีเดน และสมเด็จพระราชินีซิลเวีย เสด็จฯ เยือนไทยในฐานะพระราชอาคันตุกะส่วนพระองค์ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
- 6-9 ตุลาคม ค.ศ.1996 (2539) สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ล ที่ 16 กุสตาฟ แห่งสวีเดน เสด็จฯ เยือนไทย (เพื่อร่วมพิธีรับรองสมาชิกใหม่มูลนิธิลูกเสือโลก)
- 6-9 มีนาคม ค.ศ. 1997 (2540) เจ้าหญิงคริสตินา พระเชษฐภคินีของสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ล ที่ 16 กุสตาฟ แห่งสวีเดน เสด็จฯ เยือนไทยเป็นการส่วนพระองค์
- 11-13 ตุลาคม ค.ศ.1999 (2542) และ 18 ตุลาคม ค.ศ.1999 (2542) สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ล ที่ 16 กุสตาฟ แห่งสวีเดน เสด็จฯ เยือนไทยเป็นการส่วนพระองค์
- 22-23 กันยายน ค.ศ.2000 (2543) และ 2-3 ตุลาคม ค.ศ.2000 (2543)
สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ล ที่ 16 กุสตาฟ แห่งสวีเดน และสมเด็จพระราชินีซิลเวีย เสด็จฯ แวะผ่านไทยเพื่อทรงร่วมพิธีเปิดกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน ที่นครซิดนีย์
- 20 และ 23-25 เมษายน ค.ศ.2001 (2544) สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ล ที่ 16 กุสตาฟ แห่งสวีเดน เสด็จฯ แวะผ่านไทย (ก่อนและหลังเสด็จฯ เยือนญี่ปุ่นเป็นการส่วนพระองค์)
-28 ธันวาคม ค.ศ.2002 (2545) - 16 มกราคม ค.ศ. 2003 (2546) สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ล ที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดน และสมเด็จพระราชินีซิลเวีย เสด็จฯ เยือนไทยเป็นการส่วนพระองค์ และสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ล ที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดน เสด็จฯ ร่วมงานชุมนุมลูกเสือโลก ครั้งที่ 20 ที่หาดยาว จ.ชลบุรี ระหว่างวันที่ 4-5 มกราคม 2546
- 25 กุมภาพันธ์ - 1 มีนาคม ค.ศ.2003 (2546) เป็นทางการ (State Visit) ในฐานะพระราชอาคันตุกะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
- 9 - 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ.2004 (2547) สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ล ที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดน และสมเด็จพระราชินีซิลเวีย เสด็จฯ แวะเยือนไทย
ระดับรัฐบาล
- 1-2 มีนาคม ค.ศ. 1996 (2539) นาง Lena Hjelm-Wallen รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสวีเดน เยือนไทยเพื่อร่วมประชุมระดับผู้นำเอเชีย-ยุโรป (ASEM) ครั้งที่ 1 ที่กรุงเทพฯ ในฐานะผู้แทนนายกรัฐมนตรี (นาย Ingvar Carlsson)
- 16-19 กุมภาพันธ์ ค.ศ.2000 (2543) นาย Leif Pagrotsky รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศสวีเดน (ดูแลด้านการค้าต่างประเทศ) เยือนไทยเพื่อเข้าร่วมประชุมUNCTAD ครั้งที่ 10 ระหว่างวันที่ 11-19 กุมภาพันธ์ 2543 ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนสวีเดน
- 27-29 กรกฎาคม ค.ศ.2000 (2543) นาง Anna Lindh รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสวีเดน เยือนไทย เพื่อเข้าร่วมการประชุม PMC ระหว่างวันที่ 24-29 กรกฎาคม 2543
- 13-14 สิงหาคม ค.ศ.2001 (2544) นาง Anna Lindh รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสวีเดน เยือนไทย และพบปะหารือกับนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
- 7-9 มกราคม ค.ศ.2004 (2547) นาย Goran Persson นายกรัฐมนตรีสวีเดน เยือนไทยอย่างเป็นทางการ (Official Visit) ในฐานะแขกของรัฐบาล ตามคำเชิญ ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

ฝ่ายไทยเยือนสวีเดน
ระดับราชวงศ์
- 13-21 กรกฎาคม ค.ศ. 1897 (2440) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ เยือนสวีเดน
- 21-24 กันยายน ค.ศ. 1960 (2503) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ เยือนสวีเดนอย่างเป็นทางการ
- 7-13 มิถุนายน ค.ศ. 1989 (2532) สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์
อัครราชกุมารี เสด็จฯ เยือนสวีเดน
- 16-19 มีนาคม ค.ศ. 1991 (2534) สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์
อัครราชกุมารี เสด็จ เยือนสวีเดน
- 1-14 มิถุนายน ค.ศ. 1992 (2535) สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์
อัครราชกุมารี เสด็จ เยือนสวีเดน
- 15-16 กันยายน ค.ศ. 1997 (2540) สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ เยือนสวีเดนอย่างเป็นทางการ
- 29 มกราคม - 3 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1998 (2541) สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครรราชกุมารี เสด็จ เยือนสวีเดน
- 9-16 กรกฎาคม ค.ศ.2004 (2547) ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จเยือนสวีเดนและฟินแลนด์

ระดับรัฐบาล
- 1 กันยายน ค.ศ. 1979 (2522) พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ นายกรัฐมนตรี เยือนสวีเดนอย่างเป็นทางการ
- 24-27 กันยายน ค.ศ. 1989 (2532) พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ นายกรัฐมนตรี เยือนสวีเดนอย่างเป็นทางการ
- 4-5 ตุลาคม ค.ศ. 1994 (2534) นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมคณะนักธุรกิจไทย เยือนสวีเดนอย่างเป็นทางการ
- 16-17 มิถุนายน ค.ศ.1998 (2541) ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยือนสวีเดน
- 22-23 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1999 (2542) นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยือนสวีเดน

ประวัติบุคคลสำคัญ (ประมุขของรัฐและผู้นำรัฐบาล)
1. สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ล ที่ 16 กุสตาฟ แห่งสวีเดน สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ล ที่ 16 กุสตาฟ แห่งสวีเดน (His Majesty King Carl XVI Gustaf) เป็นพระราชโอรสใน Prince Gustaf Adolf และ Princess Sibylla of Sachsen-Coburg-Gotha ทรงพระราชสมภพเมื่อวันที่ 30 เมษายน ค.ศ.1946 และเสด็จขึ้นครองราชย์ เมื่อปี ค.ศ.1973 อภิเษกสมรสกับสมเด็จพระราชินีซิลเวีย (Her Majesty Queen Silvia) ซึ่งมีพระนามเดิม คือ Ms. Silvia Sommerlath เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ค.ศ.1976 และมีพระราชโอรสและพระราชธิดา รวม 3 พระองค์ คือ Her Royal Highness Crown Princess Victoria (ค.ศ.1977) His Royal Highness Prince Carl Philip (ค.ศ.1979) และ HRH Princess Madeleine (ค.ศ.1982)

2. นาย Goran Persson นายกรัฐมนตรีสวีเดน นาย Goran Persson (เยอราน เพร์สซอน) นายกรัฐมนตรีสวีเดน เกิดเมื่อวันที่ 20 มกราคม ค.ศ.1949 เข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 21 มีนาคม ค.ศ.1996 และเคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่สำคัญๆ เช่น รองประธานคณะกรรมาธิการการคลัง
รัฐสภาสวีเดน ระหว่างปี ค.ศ.1993-1994 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระหว่างปี ค.ศ.1994
-1996 ประธานพรรคสังคมนิยมประชาธิปไตย (Social Democratic Party –SDP) ตั้งแต่ปี ค.ศ.1996
3. รัฐมนตรีต่างประเทศสวีเดน
นาง Laila Freivalds (ไลลา ไฟรวัลด์) เข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสวีเดนวันที่ 10 ตุลาคม ค.ศ.2003 สืบแทนนาง Anna Lindh ซึ่งได้เสียชีวิตขณะที่ดำรง ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสวีเดนเมื่อวันที่ 11 กันยายน ค.ศ.2003 (ค.ศ.1998-2003) นาง Freivalds อายุ 61 ปี เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมสวีเดนระหว่างปี ค.ศ.1988 – 1991 และ 1994 - 2000 และมีความเชี่ยวชาญในด้านกฎหมาย โดยจบการศึกษานิติศาสตร์บัณฑิตจาก Uppsala University เมื่อปีค.ศ.1970
ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับสวีเดนที่สามารถค้นหาได้ทาง Internet

1. www.ud.se.
2. www.swedeninfo.com

พระราชวงศ์สวีเดน ดังเอกสารแนบ


เอกสารแนบ

เรียบเรียงโดย นายไกร มหาสันทนะ กองยุโรป 2 กรมยุโรป โทร. 0-2643-5133 Fax. 0-2643-5132 E-mail : european03@mfa.go.th มกราคม 2547

ข้อมูลนี้ คัดลอกมาจากเวบของกระทรวงการต่างประเทศ หากท่านต้องการข้อมูลที่อัพเดท สามารถเข้าชมได้ที่เวบไซต์ของ กระทรวงการต่างประเทศครับ

Bookmark and Share
SPONSOR
เรือสำราญ
 
  • ยุโรป
  • อเมริกา
  • เอเชีย
  • แอฟริกา
  • อเมริกาใต้
  • ออสเตรเลีย
  • ตะวันออกกลาง
  •  
    สาระน่ารู้ก่อนเดินทาง
    e-passport
    การขอหนังสือเดินทาง
    อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา
    คำนวณอัตราแลกเปลียน
    ข้อฎิบัติ กรมศุลกากร
    เชงเก้น วีซ่า
    สายการบินโอเรียนต์ไทย
    สายการบิน นกแอร์
    ต่างประเทศ ขาเข้า
    ต่างประเทศ ขาออก
    ตารางบินขาเข้า
    ตารางบิน ขาออก
    เชคเที่ยวบินทั่วโลก
    Check Your Trip
    บ้านพักเยาวชน
    YHA อังกฤษ
    YHA อเมริกา
    YHA ออสเตรเลีย
    YHA สวิส
    YHA ญี่ปุ่น
    YHA ฝรั่งเศส
    โฮสเทล ทั่วโลก
    โฮสเทล ยุโรป
    ติดต่อทำบัตรเยาวชน
    โทร 026287413-5
    เว็บไซต์สายการบิน
    เว็บไซต์สถานทูตในไทย
    เว็บไซต์รถเช่า
    ทีวีช่อง 3
    ทีวีช่อง 5
    ทีวีช่อง 7
    ทีวีช่อง 9
    Thai PBS
    ฟังวิทยุ FM88
    ฟังวิทยุ FM89
    ฟังวิทยุ Sweet FM
    ฟังวิทยุ HotWave
    ฟังวิทยุ Cool 93
    ฟังวิทยุ FM95
    ฟังวิทยุ 95.5
    ฟังวิทยุ จส100
    Major Cineplex
    SF Cinema
    Esplanade Cineplex
    Livescore
    Siam Sport


    ร้านอาหารไทยในบอสตัน

    VZ English version


    บริษัท วาเคชั่นโซน จำกัด ทะเบียนการค้าเลขที่ (3)362/2544 ทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เลขที่ 71004030001090
    ติดต่อทีมงานโทร.0897990051 Copyright 2001 Vacation Zone Co., Ltd. All Rights Reserved
    เพื่อนบ้านวันหยุด ชมเว็บไซต์เพื่อนบ้าน ติดต่อแลกลิงค์ คลิกที่นี่ครับ