Bookmark and Share
 
จองโรงแรมออนไลน์
  
 
จองผ่าน Octopus
 
จองผ่าน GTA-Travel
 
จองผ่าน Agoda.Co.th
 
จองโรงแรมในประเทศไทย
จองโฮสเทล Hostel
ขั้นตอนการโพสต์รูป
จองตั๋วเครื่องบิน
 
จองตั๋วเครื่องบินด้วยตัวเอง
ตรวจสอบการจองตั๋ว
ประกันการเดินทาง
IAG ออนไลน์ (NZI)
กรุงเทพประกันภัย
ทิพยประกันภัย
Chartis
Mondial Assistance
ACE Insurance
บูพา ประกันสุขภาพ
เมนูโซน
 
รับทำผ้าบาติก
วีซ่าแคนาดา
ตั๋วรถไฟในยุโรป
ข้อมูลยอดเขา จุงฟราว
เรือสำราญ รอยัล แคริบเบียน
ขั้นตอนการส่งภาพเข้าประกวด
ประเภทของ ตั๋วรถไฟในยุโรป
การขอวีซ่าประเทศต่างๆ
7 สิ่งมหัศจรรย์
วันสงกรานต์
วีซ่า อังกฤษ
วีซ่า อเมริกา
วันวาเลนไทน์
วันพ่อแห่งชาติ
พรบ คอมพิวเตอร์
การบินไทย
อัตราแลกเปลี่ยน
บัตรโทรศัพท์ iSIM
บัตรโทรศัพท์ iTalk
ออกแบบเวบท่องเที่ยว
สถานทูตไทยในต่างประเทศ
VZ Agencies Pluz
Wall Paper
ททท
องค์การส่งเสริมท่องเที่ยว

 ทวีปเอเซีย
 ทวีปออสเตรเลีย
 ทวีปยุโรป
 ทวีปแอฟริกา
 การขอวีซ่า ประเทศแถบแอฟริกา
 ทวีปอเมริกาใต้
 ข้อมูลท่องเที่ยว
 สถานที่ท่องเที่ยว
 บริษัทท่องเที่ยว
 ภาพถ่ายในต่างแดน
 ประกันการเดินทาง
 โหวตสายการบิน
 โหวตบริษัทท่องเที่ยว
อ่านบทสัมภาษณ์คุณ ริน
อ่านบทสัมภาษณ์ของคุณ จิ๋น
อ่านบทสัมภาษณ์ คุณ Ham&Cheese
อ่านบทสัมภาษณ์ คุณ ติ๊ก
 My Vienna
(คุณ ริน)
 ออสเตรีย เยอรมัน
(คุณแนท)
 สวิตเซอร์แลนด์
(คุณ Sak)
 ย่ำเกาหลี 7 วัน
(คุณสิงหา)
 Europe Romance
(คุณ จิ-นดา)
ผ้าบาติกสินค้าฝีมือคนไทย
รับซ่อมเครื่องหนัง
ความคิดเห็นของผู้ชมเวบ
ภาพสถานที่ท่องเที่ยว




ร้านอาหารไทยในบอสตัน

 






จีน
จีน
"คลิ๊กที่เดียว เที่ยวทั่วโลก"

ในหน้านี้จะรวมทุกอย่าง เกี่ยวกับประเทศ จีน เชิญชมครับ

ระเบียบ การขอวีซ่าเข้าปรเทศ จีน
21607 Trip...เขาหวงซาน หังโจว เซี่ยงไฮ้....ครับ อี๊ด 23/10/2006
21596 ไปเที่ยวจิ่วจ้ายโกวมา ต้องขออวดภาพถ่ายกันหน่อย คนชอบเที่ยว 22/10/2006
21362 CFC ตะลุย เจิ้นโจว ไคฟง ลั่วหยาง ซีอาน ... วันที่สี่ บ่อสรงน้ำหยางกุ้ยเฟย จั่นเจา CFC 0002 15/10/2006
กระทู้เกี่ยวกับ ภาพถ่ายที่ จิ่วไจ้โกว ครับ จากคุณ กระจ่าง
กระทู้เกี่ยวกับ ภาพถ่ายที่ จิ่วไจ้โกว ครับ จากคุณ ฮั้ว 22/11/2002 Updated 18/08/03
กระทู้เกี่ยวกับ ภาพถ่ายที่ จิ่วไจ้โกว ครับ จากคุณ ฮั้ว 24/11/2002
สถานทูต จีน ประจำประเทศไทย
ข้อมูลทั่วไป

ที่ตั้ง
ตั้งอยู่ด้านตะวันออกของทวีปเอเชีย มีพรมแดนติดต่อกับประเทศต่างๆ โดยรอบ 15 ประเทศ คือ เกาหลีเหนือ รัสเซีย มองโกเลีย คาซัคสถาน เคอร์กิชสถาน ทาจิกิสถาน อัฟกานิสถาน ปากีสถาน อินเดีย เนปาล สิกขิม ภูฐาน พม่า ลาว และเวียดนาม ขณะที่ทิศตะวันออกและทิศใต้จดทะเลเหลือง ทะเลจีนตะวันออก และทะเลจีนใต้

พื้นที่
9.6 ล้านตารางกิโลเมตร มีเส้นพรมแดนทางบกยาวกว่า 2 หมื่นกิโลเมตร

ภูมิประเทศ
ทางตะวันตกส่วนใหญ่เป็นเทือกเขา ทะเลทราย และที่ราบสูง และค่อยๆ ลาดลงทางทิศตะวันออก

รูปแบบการปกครอง สังคมนิยมแบบจีน

ประธานาธิบดี นายหู จิ่นเทา (Hu Jintao)
-
นายกรัฐมนตรี นายเวิน เจียเป่า (Wen Jiabao)

รัฐมนตรีต่างประเทศ นายหลี่ จ้าวซิง (Li Zhaoxing)

วันชาติ
1 ตุลาคม (สาธารณรัฐประชาชนจีนได้รับการสถาปนาขึ้นเมื่อ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2492 ภายหลังจากที่พรรคคอมมิวนิสต์ จีนมีชัยชนะในสงครามกลางเมืองเหนือพรรคก๊กหมินตั๋ง)

ธงชาติ
รูปดาวสีเหลือง 5 ดวงบนพื้นสีแดง (ดาวดวงใหญ่หมายถึงพรรคคอมมิวนิสต์จีนซึ่งเป็นผู้นำ ดาวเล็กๆ ทั้งสี่ดวงหมายถึง “ชนชั้น” ที่ประกอบขึ้นเป็นสังคมจีน คือ ชนชั้นกรรมกร ชนชั้นชาวนา ชนชั้นนายทุนน้อย และชนชั้นนายทุนแห่งชาติ)

เมืองหลวง กรุงปักกิ่ง (ภาษาราชการจีนเรียกว่า “เป่ยจิง” – Beijing)

ประชากร ประมาณ 1,300 ล้านคน

ชนชาติ
มีชนชาติต่างๆ อยู่รวมกัน 56 ชนชาติ โดยเป็นชาว ”ฮั่น” ร้อยละ 93.3 ที่เหลือเป็นชนกลุ่มน้อย ที่สำคัญได้แก่ ชนเผ่าจ้วง หุย อุยกูร์ หยี ทิเบต แม้ว แมนจู มองโกล ไตหรือไท เกาซัน

ภาษา ภาษาจีนกลาง (ผู่ทงฮว่า) เป็นภาษาราชการ ชาวจีนในมณฑลต่างๆ มีภาษาพูดท้องถิ่นที่แตกต่างกัน เช่น เสฉวน หูหนาน กวางตุ้ง ไหหลำ และฮกเกี้ยน

ศาสนา ลัทธิขงจื้อ ศาสนาพุทธ ลัทธิเต๋า ศาสนาอิสลาม และศาสนาคริสต์

เขตการปกครอง
การปกครองส่วนกลางแบ่งออกเป็น 23 มณฑล (รวมถึงไต้หวัน) 5 เขตปกครองตนเอง (มองโกเลีย หนิงเซี่ย ซินเจียง กวางสี และทิเบต) 4 มหานครที่ขึ้นต่อส่วนกลาง (ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เทียนจิน และฉงชิ่ง และ 2 เขตบริหารพิเศษ(ฮ่องกง และมาเก๊า)

สถาปนาความสัมพันธ์ไทย-จีน 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2518

เอกอัครราชทูตไทยประจำจีน นายดอน ปรมัติวินัย (เข้ารับหน้าที่เมื่อมกราคม 2544)

เอกอัครราชทูตจีนประจำไทย นายเอี้ยน ถิ่งอ้าย (เข้ารับหน้าที่เมื่อกุมภาพันธ์ 2544)
การเมืองการปกครอง
สถานการณ์ทั่วไปในจีน

การเมือง
(1) การเมืองการปกครอง
ในระบอบการปกครองของจีนพรรคคอมมิวนิสต์จะเป็นผู้กำหนดนโยบายทุกด้านให้รัฐบาลไปปฏิบัติ (รัฐบาลจึงไม่ใช่องค์กรกำหนดนโยบาย) โดยจีนมีนโยบายภายในที่สำคัญ ดังนี้
1.1 เน้นการปฏิรูปเศรษฐกิจและการเปิดประเทศเพื่อสร้างความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ และกำหนดเป้าหมายให้ GDP เพิ่มขึ้นอีก 4 เท่าตัว และทำให้จีนสร้างความกินดีอยู่ดี “เสียวคาง” แก่คนจีนในระดับเดียวกับประเทศที่กำลังพัฒนาในระดับกลาง ภายในปี 2563 (ค.ศ. 2020) ในขณะเดียวกัน ก็ต้องแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำของระดับการพัฒนาระหว่างภาคตะวันออกกับภาคตะวันตก ซึ่งอาจนำมาซึ่งปัญหาการเมือง สังคม ความแตกแยกของชนชาติที่รุนแรง จึงได้กำหนดให้พัฒนาภาคตะวันตกไปในเวลาเดียวกันด้วย
1.2 จีนยังไม่เน้นการปฏิรูปทางการเมืองอย่างรวดเร็ว จะดำเนินอย่างค่อยเป็นค่อยไป ในขณะเดียวกัน เพื่อลดกระแสกดดันการเรียกร้องให้ปฏิรูปการเมือง ซึ่งพรรคคอมมิวนิสต์จีนประเมินแล้วว่าไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในระยะ 10 ปีข้างหน้า นายเจียง เจ๋อหมิน จึงได้เสนอหลักการ 3 ตัวแทนขึ้นมาและบรรจุลงไปในธรรมนูญของพรรค หลักการ 3 ตัวแทน จะสามารถลดแรงกดดันของกลุ่มนายทุนใหม่และนักวิชาการเรื่องปฏิรูปการเมืองได้ โดยพรรคคอมมิวนิสต์เปิดกว้างให้คนเหล่านี้เข้าไปมีส่วนร่วมใน พรรคและการบริหารประเทศได้ในระดับหนึ่ง ทั้งนี้ จีนได้เริ่มปล่อยให้การปกครองระดับท้องถิ่นในระดับตำบลและเมือง (อำเภอ) มีการเลือกตั้งโดยอิสระแล้วตั้งแต่ปี 2538

หลักการสามตัวแทนได้กำหนดให้พรรคคอมมิวนิสต์จีนเป็นตัวแทนใน 3 ด้าน คือ
(1) ด้านการผลิต โดยดูแลการพัฒนาทางเศรษฐกิจ
(2) ด้านวัฒนธรรม โดยดำรงไว้ซึ่งวัฒนธรรมอันดีของจีน และนำวัฒนธรรมอื่นที่ดีมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติ
(3) เปิดให้พรรคคอมมิวนิสต์จีนเป็นตัวแทนของประชาชนทุกชนชั้น กล่าวคือ ได้เปิดให้กลุ่มนายทุนและนักธุรกิจ ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่พรรคกำหนดเข้ามาเป็นสมาชิกพรรค และมีส่วนร่วมทางการเมืองเพิ่มขึ้น ถือเป็นการเปลี่ยนภาพลักษณ์ของพรรคจากตัวแทนเชิงปฏิวัติ หรือตัวแทนของชนชั้นแรงงาน เป็นตัวแทนเชิงบริหาร หรือตัวแทนของประชาชนทุกชนชั้น

(2) พรรคคอมมิวนิสต์จีน
สาธารณรัฐประชาชนจีนปกครองในระบบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์มีพรรค คอมมิวนิสต์จีนซึ่งมีสมาชิกประมาณ 68 ล้านคน (สถิติเดือนกรกฎาคม 2546) เป็นสถาบันทางการเมืองที่มีอำนาจในการกำหนดนโยบายด้านต่างๆ ของประเทศอย่างเบ็ดเสร็จตามแนวทางลัทธิมาร์กซ์-เลนิน ความคิดของอดีตประธานาธิบดีเหมา เจ๋อตง ทฤษฎีการสร้างสรรค์สังคมนิยมที่มีเอกลักษณ์แบบจีนของเติ้ง เสี่ยวผิง รวมถึงทฤษฎีสามตัวแทนที่ได้รับการบรรจุเข้าในธรรมนูญของรัฐเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2545 โดยรัฐบาลและรัฐสภามีหน้าที่คอยปฏิบัติตามมติและนโยบายที่พรรค กำหนดโดยยึดหลักประชาธิปไตยรวมศูนย์ (Democratic Centralism) ตามธรรมนูญพรรค กำหนดให้มีการประชุมสมัชชาพรรคแห่งชาติ (Party Congress) ทุก 5 ปี นับตั้งแต่ได้มีการจัดตั้งพรรคขึ้นในปี 2464 จนถึงปัจจุบัน พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้จัดให้มีการประชุมสมัชชาพรรคคอมมิวนิสต์แล้วรวมทั้งสิ้น 16 ครั้ง โดยได้จัดประชุมสมัชชาพรรคสมัยที่ 16 ไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2545 ซึ่งนายหู จิ่นเทา ได้รับเลือกให้เป็นเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ คนปัจจุบัน (วาระ 5 ปี)

การเมืองภายในจีนยังคงมีเสถียรภาพภายใต้การนำของพรรคคอมมิวนิสต์จีน เมื่อวันที่ 8-14พฤศจิกายน 2545 ได้มีการประชุมสมัชชาพรรคสมัยที่ 16 ซึ่งมีการถ่ายโอนอำนาจจากผู้นำรุ่นที่ 3 ซึ่งมีนายเจียง เจ๋อหมิน เป็นแกนนำ ไปยังรุ่นที่ 4 ซึ่งมีนายหู จิ่นเทา เป็นแกนนำ

ที่ประชุมได้แต่งตั้งนายหู จิ่นเทา เป็นเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน สืบแทนนายเจียง เจ๋อหมิน พร้อมทั้งแต่งตั้งสมาชิกถาวรประจำกรมการเมือง (Members of Standing Committee of the Political Bureau of the Central Committee of CPC) อีก 8 คน ถือได้ว่าบุคคลทั้ง 9 คนนี้ เป็นผู้ที่มีความสำคัญทางการเมืองระดับสูงสุดของจีน

ระหว่างวันที่ 5-18 มีนาคม 2546 ได้มีการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติสมัยที่ 10 ขึ้น ในการประชุมครั้งนี้ได้มีการสรุปผลการบริหารประเทศในช่วง 5 ปี พร้อมทั้งแต่งตั้งผู้นำรัฐบาลชุดใหม่ โดยได้แต่งตั้งให้ นายหู จิ่นเทา เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน เป็นประธานาธิบดี (สืบแทนนายเจียง เจ๋อหมิน) และนายเวิน เจียเป่า เป็นนายกรัฐมนตรี (สืบแทนนายจู หรงจี) ในขณะที่ นายเจียง เจ๋อหมิน ยังคงดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการทหารพรรคคอมมิวนิสต์จีนต่อไปอีกสมัย

ผู้นำจีน
สมัชชาพรรคสมัยที่ 16 ได้คัดเลือกบุคคลเป็นสมาชิกกรมการเมืองจำนวน 25 คน (เพิ่มจากเดิม 3 คน) และสมาชิกกรมการเมือง 25 คนนี้ ได้เลือกตั้งสมาชิกถาวรประจำกรมการเมือง (Standing Committee of the Political Bureau of the Central Committee) จำนวน 9 คน (เพิ่มขึ้นจากเดิม 2 คน) เรียงตามลำดับอาวุโส ได้แก่
(1) นายหู จิ่นเทา
(2) นายอู๋ ปางกั๋ว
(3) นายเวิน เจียเป่า
(4) นายเจี่ย ชิ่งหลิน
(5) นายเจิง ชิ่งหง
(6) นายหวง จวี๋
(7) นายอู๋ กวานเจิ้ง
(8) นายหลี่ ฉางชุน
(9) นายหลัว ก้าน

เศรษฐกิจ
เศรษฐกิจจีนยังขยายตัวอย่างต่อเนื่องภายใต้นโยบายการปฏิรูปและการเปิดประเทศที่ ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2521 รัฐบาลจีนมีเป้าหมายที่จะเน้นผลผลิตทางการเกษตรให้พอเพียงสำหรับการบริโภคภายในประเทศ ในขณะเดียวกัน ก็จะเน้นการพัฒนาด้านเทคโนโลยีระดับสูงด้วย

ในปี 2544 จีนได้เข้าเป็นสมาชิก WTO และได้ตั้งเป้าหมายว่า เมื่อถึงปี 2548 การค้า ต่างประเทศจะมีมูลค่า 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ โดยจีนยังเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้า จีนตั้งเป้าหมายว่า เมื่อถึงปี 2548 รายได้เฉลี่ยต่อหัวจะเพิ่มขึ้นเป็น 1,130 เหรียญสหรัฐ และ ปี 2553 จะเพิ่มขึ้นเป็น 1,600 เหรียญสหรัฐ จาก 860 เหรียญสหรัฐในปัจจุบัน (2544)

สังคม
การเปิดประเทศและการปฏิรูปเศรษฐกิจของจีนส่งผลให้ประชาชนจีนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดปัญหาสังคมอย่างกว้างขวาง อาทิ ปัญหาการแพร่ขยาย ของอิทธิพลตะวันตก ปัญหายาเสพติด ปัญหาการเพิ่มประชากร ปัญหาความเลื่อมล้ำทางสังคม เนื่องจาก รายได้ของประชาชนในเมืองและชนบทมีความแตกต่างอยู่มาก

รัฐบาลจีนได้พยายามแก้ปัญหาโดยใช้มาตรการควบคุมและรณรงค์ให้ประชาชน ยึดมั่นในอุดมการณ์สังคมนิยมและชาตินิยม ควบคุมสื่อมวลชนและอินเตอร์เน็ต เพื่อควบคุมการเผยแพร่ข้อมูลที่อาจเป็นภัยคุกคามต่อประเทศ ขณะเดียวกัน ก็พยายามลดช่องว่างระหว่างเมืองกับชนบท ตลอดจนให้สิทธิเสรีภาพแก่ประชาชนในการประกอบธุรกิจและการดำเนินชีวิตประจำวันมากขึ้น


เศรษฐกิจการค้า
เงินตรา สกุลเงินเรียกว่า “เหรินหมินปี้” โดยมีหน่วยเรียกเป็น “หยวน”

อัตราแลกเปลี่ยน
1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 8.2766 หยวน
1 ยูโร เท่ากับ 8.6718 หยวน
1 หยวน เท่ากับ 4.9 บาท (20 พ.ย. 2546)

รายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อปี
ประชากรในเมือง 906 เหรียญสหรัฐ (ปี 2545: เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 จากปี 2544) ประชากรในชนบท 298 ดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2545: เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 จากปี 2544)

GDP
ประมาณ 1,233 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือว่าเศรษฐกิจของจีนมีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 6 ของโลก

GDP Growth
8% (ปี 2545) ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2546 GDP เพิ่มขึ้น 9.9% เปรียบเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2545

ทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศ
286,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (สถิติปี 2545 สูงเป็นอันดับที่ 2 ของโลก รองจากญี่ปุ่น)
ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2546 ทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศเพิ่มสูงถึง 346,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงเป็นอันดับที่ 2 ของโลก รองจากญี่ปุ่น

อัตราเงินเฟ้อ ร้อยละ 0.4

การค้าระหว่างประเทศ
โครงสร้างเศรษฐกิจจีนในปัจจุบัน ประกอบด้วย ภาคอุตสาหกรรม 54% ของ GDP ภาคบริการ 28% ภาคเกษตรกรรม 14% และภาคการก่อสร้างคิดเป็น 4% ของ GDP เศรษฐกิจจีนยังขยายตัวอย่างต่อเนื่องภายใต้นโยบายการปฏิรูปและการเปิดประเทศที่ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2521 รัฐบาลจีนมีเป้าหมายที่จะเน้นผลผลิตทางการเกษตรให้พอเพียงสำหรับการบริโภคภายในประเทศ โดยการเน้นการพัฒนาด้านเทคโนโลยีระดับสูง เพื่อยกระดับการผลิตและการกระจายรายได้อย่างเท่าเทียมกันด้วย

การค้าระหว่างประเทศของจีนในปี 2545 มีมูลค่ารวม 620,768 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเพิ่มขึ้นจากปี 2544 ร้อยละ 24 การค้าระหว่างประเทศของจีนตั้งแต่เดือนมกราคม – ตุลาคม 2546 มีมูลค่า 682.33 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มจากระยะเดียวกันของปี 2545 ร้อยละ 36.4 การส่งออกมีมูลค่า 348.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 32.8 มูลค่าของสินค้านำเข้าของจีนคิดเป็นมูลค่า 333.73 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 40

นโยบายสำคัญด้านเศรษฐกิจของจีน มีรายละเอียด ดังนี้
(1) ยึดมั่นการกระตุ้นอุปสงค์ของตลาดภายในประเทศต่อไป
(2) ดำเนินนโยบายการคลังในเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง เพื่อยึดเป็นยุทธศาสตร์ระยะยาวของประเทศ รวมทั้งรักษาเสถียรภาพของค่าเงินหยวน
(3) เร่งปรับโครงสร้างด้านการเกษตร การปฏิรูปชนบท และการเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร
(4) เร่งปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจในเชิงยุทธศาสตร์ โดยเน้นการพัฒนาด้านเทคโนโลยีแก่วิสาหกิจจีน ยกระดับมาตรฐานเทคโนโลยีการผลิต พัฒนาด้านการศึกษา เพื่อเสริมสร้างศักยภาพบุคคล และใช้โอกาสที่จีนเข้าเป็นสมาชิก WTO ขยายการติดต่อและร่วมมือกับต่างประเทศมากขึ้น
(5) ปรับเปลี่ยนการบริหารงานด้านเศรษฐกิจของภาครัฐ เพื่อความเป็นเอกภาพของนโยบายและความโปร่งใส ซึ่งจะยกระดับการทำงานให้สอดคล้องกับหลักสากล รวมทั้งฝึกฝนอบรมบุคลากรที่เชี่ยวชาญในกฎหมายและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
(6) พัฒนาภาคตะวันตก เพื่อลดความเลื่อมล้ำระหว่างการพัฒนา และมาตรฐานความเป็นอยู่ของประชาชนทางภาคตะวันออก และตะวันตก
(7) พัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และอุตสาหกรรมไฮเทค เพื่อส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน และเพิ่มมูลค่าของสินค้า
(8) จีนมีนโยบายเปิดกว้างด้านตลาดหลักทรัพย์ โดยนักลงทุนต่างชาติที่มีคุณสมบัติเหมาะสมสามารถยื่นขอใบอนุญาต Qualified Foreign Institutional Investor: QFII จากคณะกรรมการกำกับและดูแลตลาดหลัดทรัพย์จีน (China Securities Regulatory Commission: CSRC) โดยนโยบายดังกล่าวเริ่มใช้อย่างเป็นทางการเมื่อปลายปี 2545

ในปัจจุบันตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรจีนมีมูลค่าการลงทุนสูงถึง 500,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเดิมสงวนไว้สำหรับนักธุรกิจจีนเท่านั้น การเปิดตลาดจึงเปรียบเสมือนการเปิดโอกาสในการลงทุนทีมีมูลค่าสูงให้แก่นักลงทุนต่างชาติ ขณะเดียวกัน จะช่วยระดมทุนใหม่ ๆ และสร้างความชำนาญให้แก่ตลาดหลักทรัพย์จีน และกระตุ้นให้เกิดแรงซื้อขายในตลาดหุ้น

สินค้าออกที่สำคัญ
เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักรกล เสื้อผ้าและสิ่งทอ รองเท้า ของเด็กเล่น อุปกรณ์กีฬา เชื้อเพลิงธรรมชาติ เคมีภัณฑ์

สินค้าเข้าที่สำคัญ
เครื่องจักรกล เม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ์ เหล็กและเหล็กกล้า เชื้อเพลิงธรรมชาติ

การลงทุนจากต่างประเทศ
ในส่วนของการลงทุนจากต่างประเทศ มูลค่าเงินลงทุนในจีน (FDI) มีมูลค่าประมาณ 52,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (2545) เพิ่มขึ้น 12.5% จากปี 2544 จำนวน FDI ที่ลงทุนในประเทศจีนในปี 2545 มีมูลค่าสูงกว่าประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรก และคิดเป็นร้อยละ 37 ของ FDI ที่ไหลเข้ามายังกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา

ประเทศผู้ลงทุนที่สำคัญ
ฮ่องกง ไต้หวัน สหรัฐฯ เยอรมนี สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้

การลงทุนของไทยในจีน
2522-2543 ไทยลงทุนในจีนรวม 3,000 โครงการ มูลค่าการลงทุน 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ปี 2544 ไทยลงทุนในจีนรวม 140 โครงการ มูลค่าการลงทุน 194 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 0.41% ของการลงทุนต่างชาติในจีน
ปี 2545 ไทยลงทุนในจีนรวม 161 โครงการ เพิ่มขึ้น 15% คิดเป็นมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น 359.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 0.47% ของการลงทุนต่างชาติในจีน

การลงทุนของจีนในไทย
การลงทุนของจีนในไทยในช่วงปี 2536-มิถุนายน 2546 มีมูลค่าการลงทุนสะสมประมาณ 398.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยลงทุนในกิจการอุตสาหกรรมเบาร้อยละ 31 อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ กระดาษ และพลาสติกร้อยละ 23 และอุตสาหกรรมโลหะพื้นฐานร้อยละ 17 การลงทุนที่จีนได้รับอนุมัติจากรัฐบาลจีนมีจำนวนทั้งสิ้น 69 โครงการ ประกอบด้วยกิจการก่อสร้าง การค้า ธนาคาร การแปรรูปโลหะ การท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ สายการบิน เครื่องจักร ร้านอาหาร และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์

การค้าของไทยกับจีน
การค้าสองฝ่ายในปี 2545 มีมูลค่าประมาณ 8.452 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 28.67 จากปี 2544 มูลค่าการส่งออกของไทย คิดเป็น 3.55 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 23.74 และนำเข้าจากจีน 4.89 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 32.51 การค้าสองฝ่ายไทย-จีน

การค้าสองฝ่ายตั้งแต่เดือนมกราคม-กันยายน 2546 มีมูลค่า 8.342 พันล้านเดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 41.27 มูลค่าการส่งออกคิดเป็น 4.021 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 68.62 และนำเข้าจากจีน คิดเป็น 4.32 พันดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.74 ไทยขาดดุลการค้าจีน 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

สินค้าเข้าจากไทย 10 อันดับแรก
เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ ยางพารา เม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ์ น้ำมันสำเร็จรูป น้ำมันดิบ แผงวงจรไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ข้าว เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์

สินค้าออกมาไทย 10 อันดับแรก
เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ประกอบ เคมีภัณฑ์ ผ้าผืน เครื่องจักรใช้ในอุตสาหกรรม เครื่องใช้ไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์โลหะ เสื้อผ้า รองเท้าและผลิตภัณฑ์สิ่งทอ ด้ายทอผ้า เครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์การแพทย์
แผงวงจรไฟฟ้า

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน
สถานะความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน

1. ด้านการเมือง
นับตั้งแต่ไทยได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2518 ความสัมพันธ์ไทย-จีนดำเนินมาด้วยความราบรื่นบนพื้นฐานของความเสมอภาค เคารพซึ่งกันและกัน ไม่แทรกแซงกิจการภายในซึ่งกันและกัน และอยู่ภายใต้หลักการของผลประโยชน์ร่วมกันเพื่อธำรงไว้ซึ่งความมั่นคง สันติภาพ และเสถียรภาพของภูมิภาค และได้มีการร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในอดีต โดยเฉพาะในช่วงสงครามกัมพูชาที่ได้ทำให้ทั้งสองฝ่ายมีความไว้เนื้อเชื่อใจกันซึ่งเป็นแนวทาง การพัฒนาความสัมพันธ์ทางการเมืองที่ดีและได้ขยายไปสู่ความร่วมมือทางการค้า เศรษฐกิจ และการลงทุน เมื่อสิ้นสุดสงครามเย็นและจีนสามารถมีความสัมพันธ์กับอาเซียนทุกประเทศแล้ว ความสำคัญของไทยต่อจีนในทางยุทธศาสตร์ได้ลดลงไปจากเดิม ความสัมพันธ์ในปัจจุบันจึงได้เน้นด้านการค้าและ เศรษฐกิจบนพื้นฐานของผลประโยชน์ต่างตอบแทนเป็นหลัก

ไทยกับจีนไม่มีปัญหาหรือข้อขัดแย้งใดๆ ที่ตกทอดมาจากประวัติศาสตร์ การไปมาหาสู่ของผู้นำระดับสูงสุดก็เป็นไปอย่างดียิ่ง โดยเฉพาะการเสด็จฯ เยือนจีนอย่างเป็นทางการของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อเดือนตุลาคม 2543 การแลกเปลี่ยนการเยือนของนายกรัฐมนตรีไทย-จีน ในปี 2544 การเสด็จฯ เยือนจีนของพระบรมวงศานุวงศ์ของไทยมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการเสริมสร้างและ กระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น รวมทั้งการส่งเสริมมิตรภาพและความเข้าใจระหว่างประชาชนของสองประเทศอีกด้วย

ปัจจุบันความสัมพันธ์ไทย-จีนมีความใกล้ชิดกันมากขึ้นในทุกด้าน ทั้งกรอบทวิภาคี พหุภาคี และเวทีภูมิภาค เช่น ASEAN-China Annual Consultation, ASEAN+3, ARF, ASEM เป็นต้น ในการเยือนจีนเมื่อเดือนสิงหาคม 2544 ไทยและจีนต่างเห็นพ้องที่จะมุ่งพัฒนาความสัมพันธ์และขอบข่ายความร่วมมือระ หว่างกันให้กว้างขวางยิ่งขึ้นในลักษณะของความเป็นหุ่นส่วนทางยุทธศาสตร์ การเยือนจีนของนายกรํฐมนตรีประสบความสำเร็จหลายด้าน เช่น ความร่วมมือด้านยาเสพติด ด้านการเงิน การคลัง พาณิชย์นาวี รวมทั้งได้ลงนามความร่วมมือด้านวัฒนธรรมระหว่างไทย-จีน และบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดตั้งสภาธุรกิจไทย-จีน/ จีน-ไทย

2. ด้านเศรษฐกิจ
เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2546 ได้มีการลงนามความตกลงเร่งลดภาษีสินค้าผักและผลไม้ระหว่างไทย-จีน (Agreement between the Government of the Kingdom of Thailand and the Government of the People's Republic of China on Accelerated Tariff Elimination under the Early Harvest Programme of the Framework Agreement on Comprehensive Economic Cooperation between ASEAN and China) ซึ่งช่วยลดอุปสรรคด้านภาษีในการค้าสินค้าผักและผลไม้ (สินค้าพิกัดภาษี 07 08) ทั้งประเทศไทย และจีนมีความพร้อมในการลดภาษีอยู่แล้ว ซึ่งได้มีผลยกเว้นภาษีสำหรับสินค้า 116 รายการ ในพิกัดภาษี 07 08 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2546

เรียบเรียงโดย กองเอเชียตะวันออก3 กรมเอเชียตะวันออก โทร.02-643-5203-4 E-mail : div1104@mfa.go.th

ข้อมูลนี้ คัดลอกมาจากเวบของกระทรวงการต่างประเทศ หากท่านต้องการข้อมูลที่อัพเดท สามารถเข้าชมได้ที่เวบไซต์ของ กระทรวงการต่างประเทศครับ
เซี่ยงไฮ้
ข้อมูลพื้นฐาน

พื้นที่ : 6,340 ตารางกิโลเมตร
พลเมือง : 16.7 ล้านคน
ประเทศ : สาธารณรัฐประชาชนจีน
ภาษา : จีนกลาง
เขตเวลา : GMT/UTC +8
รหัสโทรศัพท์ : 021

ช่วงเวลาที่ควรเดินทาง : ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือ ช่วงฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน-กลางพฤษภาคม) และฤดูใบไม้ร่วง
(ปลายกันยายน-กลางพฤศจิกายน) ในฤดูหนาวอุณหภูมิจะต่ำกว่าศูนย์องศา อย่างไรก็ดี ในฤดูร้อนเป็นช่วงฤดู ที่มีนักทอ่งเที่ยวเดินทางมามากที่สุด ซึ่งแม้ว่าอากาศจะร้อนถึง 40 องศาเซลเซียส ก็ตาม อย่างไรก็ดี ควรหลีกเลี่ยงเดินทาง ในช่วงเทศกาล Trade Fair และวันเฉลิมฉลองปีใหม่จีน เพราะการจราจรจะหยุดชะงัก และคลาคล่ำไปด้วยผู้คน

เทศกาล : งานใหญ่ที่สุดในตารางการท่องเที่ยวของเซี่ยงไฮ้คือ
เทศกาลฤดูใบไม้ผลิ(Spring Festival) ชาวเมืองจะผละจากงาน มาร่วมงานฉลองที่ใหญ่ที่สุดที่จัดขึ้นที่วัดหลงหัว มีการแสดง เชิดสิงโตและมังกร เทศกาลโคมไฟ(Lantern Festival) (กุมภาพันธ์) โดยเฉพาะในสวนยูหยวน จะเต็มไปด้วยสีสัน ของโคมไฟกระดาษหลากสีที่ผู้คนที่ถือมาร่วมงาน งานวัดหลงหัว(Temple Fair) จัดขึ้นวันที่ 3 ของเดือนเมษายน เป็นเทศกาล พื้นบ้านของชาวจีนตะวันออกที่เก่าแก่ และยิ่งใหญ่ที่สุด เทศกาลชานานา ชาติเซี่ยงไฮ้(Shanghai International Tea Culture Festival) และวันเชงเม้ง(Tomb Sweeping Day) ที่จัดขึ้นเพื่อบูชาบรรพบุรุษจะจัดช่วง เดือนเมษายน เทศกาลเรือมังกร(Dragon Boat Festival) จัดขึ้นวันที่ 5 ของเดือนมิถุนายน เป็นวันที่รำลึกถึงวันเสียชีวิต ของ Qu Yuan กวีรัฐบุรุษที่พลีชีพด้วยการโดดน้ำตาย เพื่อต่อต้าน การคอรั่ปชั่น เทศกาลเบียร์เซี่ยงไฮ้(Shanghai Beer Festival)จะถูกจัด ประมาณประเดือน กรกฎาคม เทศกาลกลางฤดูใบไม้ผลิ(Mid-Autumn Festival) หรือเทศกาลไหว้พระจันทร์ (The Moon Festival) เป็นช่วงเวลาที่จะ ได้ลิ้มรสขนม ไหว้พระจันทร์แสนอร่อย โดยจะจัดในเดือนกันยายน จากนั้น เทศกาลการ ท่องเที่ยวเมืองเซี่ยงไฮ้(Shanghai Tourism) จัดขึ้นช่วงปลายกันยายนโดยมีรายการ การท่องเที่ยว ทางวัฒนธรรมมากมาย ปิดท้ายในเดือนพฤศจิกายน ถึงต้นเดือนธันวาคมด้วยเทศกาลศิลปะ นานาชาติ(International Arts Festival)

เมื่อก่อนหากเอ่ยถึง เซี่ยงไฮ้ เราก็อาจจะนึกถึงภาพของโจวหยุนฟะ ใส่สูทยาวสีดำ มีผ้าพันคอสีขาวคาดทับ พร้อมมีลูกสมุนติดตาม อย่างในหนังเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ที่เคยเป็นหนังยอดฮิตในอดีต แต่มาสมัยนี้เซี่ยงไฮ้ทำให้ เรานึกถึงภาพของเมืองๆ หนึ่งที่มีความทันสมัย ของโลกตะวันตกผสมผสานกับ ความเป็นเอกลักษณ์ของโลกตะวันออก ได้อย่างกลมกลืนและลงตัวเซี่ยงไฮ้หรือซ่างไห้ มีความหมายว่า ตั้งอยู่ริมทะเล ซึ่งตามลักษณะภูมิประเทศ ของเมืองจะ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำหวงผู่ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากปากแม่น้ำแยงซีเกียง 17 ไมล์


การเดินทางกรุงเทพ - เซี่ยงไฮ้ ในปัจจุบันใช้เวลาเพียง 4 ชั่วโมง เปรียบเทียบกับสมัยโบราณที่ต้องใช้เวลาเดินทางนานนับเดือน เซี่ยงไฮ้เป็นชุมชนเก่าแก่นับตั้งแต่สมัยสามก๊ก (475-221 ปีก่อนคริสต์กาล) เดิมเคยชื่อว่าซ่างไห้ตามชื่อเจ้าเมือง ต่อมาเปลี่ยนเป็นหู้ ที่แปลว่า ไซดักปลา เพราะในอดีต เมื่อ 5,000 ปีก่อน ที่แถบนี้เคยเป็นทะเลมาก่อน และเต็มไปด้วย หมู่บ้านชาวประมง ต่อมาเมืองเซี่ยงไฮ้ ได้เจริญอย่างขีดสุด หลังสงครามฝิ่นในปี ค.ศ 1848 สมัยราชวงศ์ชิง ชาวต่างชาติ ได้เข้ามาทำการค้าโดยเสรี โดยมีเขตแบ่งเช่าพื้นที่หลายแห่ง สำหรับชาวต่างชาติ ทำให้เกิดสถาปัตยกรรมแบบยุโรป สมัยใหม่จึงทำให้เซี่ยงไฮ้ได้รับการขนานนามว่า "นครปารีสแห่งตะวันออก"


ปัจจุบัน เซี่ยงไฮ้ กลายเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดของจีน เนื่องจากรัฐบาลจีนเน้นให้ชาวต่างชาติเข้ามาลงทุน ทำธุรกิจมากมาย เซี่ยงไฮ้ แบ่งออกเป็น 2 เขตคือ เขตผู่ต้งใหม่และผู่ต้งเก่า โดยมีแม่น้ำหวงผู่กั้นซึ่งหากเรา มาจากสนามบินแห่งใหม่ ก็จะเข้าสู่เขตผู่ต้งใหม่ ก่อน โดยจะมีสัญลักษณ์เป็นตึกรามบ้านช่องที่ทันสมัยสูงเสียดฟ้า

แหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจ
หอไข่มุก (The Oriental Pearl TV Tower)


ฟังดูนึกว่าเป็นหอที่ขายไข่มุก แต่กลับกลายว่าเป็นหอส่งสัญญาณวิทยุโทรทัศน์ สูง 468 เมตร ที่สวยที่สุด หอไข่มุกตั้งอยู่หน้าอ่าวผู่ต้งใหม่ในตอนกลางคืนมีการเปิดไฟสวยงามตระการตา และในบริเวณใกล้เคียงก็มีตึกสูงๆ ที่ต่างก็ประโคมเปิดไฟเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเช่นเดียวกัน


ไว่ทาน (Waitan)
หรือที่ชาวต่างชาติจะเรียกว่า เดอะบันด์ (The Bund) เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงที่สุดของ เซี่ยงไฮ้นับตั้งแต่อดีตกาล จนถึงปัจจุบัน ตั้งอยู่บนถนนจงซาน ถนนที่มีทิวทัศน์งดงาม เนื่องจากเป็นถนนกว้างที่โค้งไปตามริมแม่น้ำหวงผู่ โดยด้านหนึ่งเป็นตึกเก่าแก่ที่มีรูปทรง สถาปัตยกรรม เป็นแบบตะวันตก ทั้งนี้ก็เพราะครั้งหนึ่งแถบนี้เคยเป็น เขตเช่าของชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นบริษัทข้ามชาติชุดแรกของเอเชีย ในยามกลางวัน บริเวณเดอะบันด์ก็เป็น ที่ที่ผู้คนนิยมเดินเล่นทอดน่อง ในขณะที่ในยามราตรี บริเวณดังกล่าวนี้ก็คลาคล่ำไปด้วย หนุ่มสาวชาวเซี่ยงไฮ้ ที่บ้างก็จูงมือกันเดินชมวิวทิวทัศน์ หรือนักท่องเที่ยวที่พากันเดินชม เมืองเซี่ยงไฮ้กันเป็นกลุ่มๆ


สวนสาธารณะหวงผู่
เป็นสวนสาธารณะที่มีการจัดแต่งสวนแบบอังกฤษโดยแท้ ซึ่งมีชื่อเสียงมากในอดีต เนื่องจากสมัยที่อังกฤษเข้ามามีอิทธิพล ในจีนได้ติดป้ายเขียนไว้ชัดเจนว่า "ห้ามสุนัขและชาวจีนเข้า"


ถนนนานจิง (Nanjing)
หรือถนนคนเดิน ถือได้ว่าเป็นถนนอเนกประสงค์ของชาวจีนเนื่องจากในยามเช้า จะเป็นบริเวณที่ผู้คน โดยเฉพาะ ผู้สูงอายุออกกำลังกายทั้ง รำไทเก๊ก รำกระบี่ รำพัด พอตกสายหน่อยก็จะกลายเป็นแหล่งช้อบปิ้ง เพราะเป็นที่ตั้งของ บรรดาห้างสรรพสินค้ามากมาย และต้องถือว่าเป็นย่านสวรรค์ของบรรดาสาวกแบรนด์เนมทั้งหลาย แต่สำหรับ ผู้ที่ต้องการซื้อของที่ระลึกแนะนำให้ไปย่านเหรินเหมิน (Renmin) และถนนจงหัว (Zhonghua) ซึ่งเป็นเขต ที่เข้าสู่ย่าน เมืองเก่า ถนนนานจิงนี้เปิดให้รถประจำทางวิ่งตอน 9 โมงเช้า - 6 โมงเย็น หลังจากนั้นจะปิดถนนให้คนเดินเท่านั้น ละแวกนี้นอกจากจะเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า ยังมีงานศิลปะชั้นดีให้คุณได้เลือกเสพอีกด้วย โดยทางตอนใต้ของถนนนานจิงเป็นที่ตั้งของหอศิลปะช่างไห่เหม่ยซู่ก่วน และจัตุรัสเหรินเหมินกว๋างฉ่าง ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางสังคมและสถานที่พักผ่อนนอกบ้านของชาวเซี่ยงไฮ้

พิพิธภัณฑ์ช่างไห่ป๋ออู้ก่วน
เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ทันสมัยและกว้างขวาง โดยมีอาคารหอศิลป์ 11 หลัง ซึ่งจะจัดแสดงงานศิลปะนานาชนิด เป็นต้นว่า ภาพเขียน เครื่องหยก งานประติมากรรม เซรามิก ตราประทับงานเขียนอักษร และงานหล่อสำริดที่ได้ชื่อว่ายอดเยี่ยม ที่สุดในโลก

เขตสัมปทานเก่าของฝรั่งเศส
ยังคงเป็นบริเวณที่คงสภาพแบบเดิมอยู่ไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก โดยคุณจะได้เห็นคฤหาสน์สวยแบบฝรั่งเศสในยุคสมัยก่อน บริเวณดังกล่าวยังเป็นที่ตั้งของบ้านก่าซุนยัดเซน ผู้นำทางการเมืองคนสำคัญของจีน ซึ่งภายในบ้านได้จัดเป็นพิพิธภัณฑ์ อีกด้วย ละแวกนี้ยังเป็นบ้านพักและที่ทำงานของเหมาเจ๋อตุง และโจวเอินไหล รวมทั้งที่ตั้งของรัฐสภาแห่งแรกของ พรรคคอมมิวนิสต์จีนที่ยังคงสภาพไม่ต่างจากในอดีต

ถนนหวยไห่ลู่
เป็นอีกถนนหนึ่งที่นักช้อปทั้งหลาย จะต้องพึงใจเป็นอย่างมาก เพราะเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านขายของเก่าและตลาดนัด ภัตตาคาร ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ร้านเสื้อผ้าแบรนด์เนมชื่อดัง ถนนสายนี้เป็นย่านช้อปปิ้งที่ทันสมัยและ ไม่พลุกพล่านท่าถนนนานจิง

วัดเทพเจ้าประจำเมือง (Temple of the God)
มีอีกชื่อว่า เฉินหวงเมี่ยว (Chenghuang Miao) เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่จะพาคุณย้อนกลับไปคืนวันเก่าๆ ของเซี่ยงไฮ้ ด้วยบรรยากาศแบบจีนโบราณ ที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่แห่งในเขตตัวเมือง ท่านที่แวะเมืองเซี่ยงไฮ้ ต้องไม่พลาดที่จะสักการะ สิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งตามความเชื่อของชาวจีนว่ากันว่าทุกเมืองจะต้องมีวัดประจำเพื่อปกป้องเมือง ให้ปลอดภัย โดยรอบวัดยังเป็นพื้นที่ตลาดนัดขนาดใหญ่ ที่เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร และร้านขายของที่ระลึก

อุทยานอวี้หยวน (Garden of Joy)
ตั้งอยู่ด้านข้างเป็นที่ตั้งของอุทยานอวี้หยวนซึ่งมีชื่อภาษาอังกฤษที่เพราะพริ้งว่า
Garden of Joy โดยบรรยากาศภายใน อุทยานร่มรื่นไปด้วยสวนไม้กลางภูเขาจำลอง สระปลา กำแพงสลักเป็นรูปมังกรและศาลาโถงหลายหลังที่เชื่อมถึงกันด้วย สะพาน หลายแห่ง และพิเศษสำหรับผู้ที่หลงไหลการดื่มชา ต้องไม่พลาดที่จะแวะ ไปที่ร้านน้ำชา หูซิงถิง ด้วยความที่เป็นร้านชา ที่เก่าแก่ที่สุดและดีที่สุดในเซี่ยงไฮ้ โดยชั้นสอง ของร้านมีชารสดี และอาหารว่างแบบจีนไว้บริการ โดยร้านน้ำชานี้จะตั้ง อยู่กลาง บึงน้ำเล็กๆ รับรองได้ว่าคุณต้องเคลิบเคลิ้มจนไม่อยากกลับเชียวแหละ


ตลาดเซี่ยงหยาง
คล้ายๆ ตลาดนัดจตุจักร เป็นตลาดกลางแจ้งขนาดใหญ่ ขายสินค้าแบรนด์เนมดังๆ ตั้งแต่เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ กระซิบบอกนิดนึงว่าราคาเขาบอกผ่านเยอะ เพราะฉะนั้นต้องต่อราคาให้ดีเมื่อจะซื้อ


ซินเทียนตี่
หรือที่แปลว่า โลกใบใหม่ ฉะนั้นก็ต้องแตกต่างจากโลกใบเก่าในอดีตของเซี่ยงไฮ้อย่างสิ้นเชิง เพราะที่นี่คือ แหล่งท่องเที่ยว ยามราตรีของเซี่ยงไฮ้ อาคารเก่าแก่มากมายถูกตกแต่งให้เป็นร้านอาหาร นอกจากนี้ยังมีอาคารแสดงศิลปะ มีโรงหนัง โรงละคร และทีวีจอยักษ์ที่ผนังตึกด้านนอกอีกด้วย

เมืองหนานฉิน (Nanxun)
ตั้งอยู่ในมณฑลเจ้อเจียง (Zhejiang) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม. 30 นาที จากเมืองเซี่ยงไฮ้ โดยระหว่างทาง จะเห็นเรือกสวนไร่นา แปลงปลูกผักมากมาย ขณะที่บ้านเรือนของผู้คน ในแถบนี้นิยมมุงหลังคาด้วยกระเบื้องสีเทาดำ และจะทำให้มีรูปทรงคล้ายหมวกจีนโบราณ หรือไม่ก็มงกุฎ ซึ่งถือว่าเป็นวัฒนธรรมแบบเจ้านายในยุคเก่า หลังคาที่เป็น รูปทรงหมวก หมายถึงการมีอำนาจ เสาภายในบ้าน ก็ต้องเป็นสีแดง ซึ่งแสดงถึงความมีฐานะผ่านเมืองหนานฉิน ต้องไม่พลาดเที่ยวชม หมู่บ้านตลาดน้ำ เป็นบริเวณที่มีลำคลองขนาดใหญ่ ไหลผ่านหมู่บ้าน โดยหมู่บ้านดังกล่าวเริ่มสร้างขึ้น ในสมัยราชวงศ์ซ่ง นับตั้งแต่ในสมัยราชวงศ์ชิง เมื่อ 700 ปี ก่อน โดยผู้คนในบริเวณ ดังกล่าวนิยมปลูกหม่อนเลี้ยงไหม เพื่อนำมาทอผ้าไหม และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ผ้าไหมจีนคุณภาพเยี่ยมก็โด่งดังไปทั่วโลก


เมืองหังโจว
เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อว่ามีธรรมชาติงดงามราวกับจิตรกรฝีมือดีบรรจงวิจิตรขึ้น ตัวอาคารบ้านเรือน ไม่สูงมากนัก ตึกใหญ่จะสูงแค่ 7-8 ชั้น เนื่องจากเกรงว่าจะไปบดบังทิวทัศน์ที่สวยงามโดยรอบ หังโจวเป็นเมืองเก่าแก่โบราณติด 1 ใน 7 ของจีน ที่ประกอบไปด้วย ซีอาน โล่วหยาง เจ้อโจว ปักกิ่ง นานกิง หังโจว เสฉวน ในเมืองหังโจวมีทะเลซีหู (Xihu) เป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่นักท่องเที่ยว ให้ความสนใจมากที่สุด โดยทะเลสาบซีหู เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ของชาวเมืองทั่วไปรวมไปถึง นักท่องเที่ยวที่มักจะไม่พลาดโปรกแกรมล่องเรือชมทะเลสาบ โดยเรือที่พานักท่องเที่ยว ล่องทะเลสาบนั้นถูกตกแต่งอย่างสวยงาม ราวกับย้อนอดีตไปสมัยที่ยังใช้กำลังภายในกันอยู่ เข้ากับบรรยากาศโดยรอบ แตกต่างกับภายในตัวเมืองหังโจว ซึ่งมีความทันสมัยไม่น้อย เพราะมีทั้งสนามบินนานาชาติ ทางด่วน ห้างสรรพสินค้า แหล่งช้อปปิ้ง อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยเจ้อเจียงที่โด่งดังของประเทศจีน อีกด้วย

เฉิงตู

ข้อมูลพื้นฐาน

ประชากร : 9,807,400 คน
สถานที่ตั้ง : บริเวณตะวันตกตอนเหนือของลุ่มน้ำเสฉวน
สภาพอากาศ : มีเมฆมาก และ มีความชื้นสูง เป็นลักษณะอากาศของภูมิประเทศแบบหุบเขา
ภาษา : ภาษาจีนแมนดารินแบบทางตอนใต้
อาหาร : อาหารท้องถิ่นของเมืองเฉิงตู เป็นหนึ่งในอาหารจีนที่ขึ้นชื่อ โดยเฉพาะอาหารที่มีชื่อว่า
Grandma Chen's Bean Curd หรือ มีชื่อท้องถิ่นว่า Chen Mapo Dofu เป็นอาหารที่ประกอบด้วยเนื้อบดละเอียด ผสมด้วยน้ำพริกเผาและซอสพริกไทยป่า อาหารขึ้นชื่ออีกประเภทคือ Husband and Wife Beef Slices
เวลาท้องถิ่น : GMT +08:00
สนามบิน : สนามบินระหว่างประเทศชื่อว่า Shung Liu โดยสนามบินดังกล่าวเป็นที่ตั้งของหลายสายการบิน และมีเที่ยวบินตรงสู่กรุงปักกิ่ง ฮ่องกง และอีกหลายเมืองหลักในประเทศจีน

แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

แหล่งทิวทัศน์ Jiu Zha Gou เป็นแหล่งทัศนียภาพที่งดงาม ตั้งอยู่บนพื้นที่ 720 ตารางกิโลเมตร ในเขต A BA ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือ ของมณฑลเสฉวน บริเวณดังกล่าวล้อมรอบด้วยทะเลสาบ น้ำตก ลำธาร ภูเขาหิมะ ป่าไม้และหมู่บ้านชาวธิเบต ซึ่งตั้งอยู่รายรอบเป็นระยะทางกว่า 60 กิโลเมตร และภายในหุบเขามีทะเลสาบหล่อเลี้ยงอยู่ถึง 108 แห่ง โดยทะเลสาบที่ยาวที่สุด มีความยาวถึง 7,000 เมตร และกว้างนับพันเมตร ขณะที่ยอดเขา ที่สูงที่สุดในบริเวณนี้ มีชื่อว่า Sword Rock ตามลักษณะของยอดเขา

แหล่งทิวทัศน์ Jiu Zha Gou นี้ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในมรดกโลก ของยูเนสโกด้วย เนื่องจากความงดงามของธรรมชาติ ที่ยังคงอุดมสมบูรณ์ ประกอบกับลักษณะภูมิประเทศ ที่น่าอัศจรรย์ บริเวณที่มีการกล่าวขวัญกันมากที่สุด คือ บริเวณทะเลหลากสี (Colorful Lake) เนื่องจากความน่าอัศจรรย์ของพื้นผิวน้ำ ที่ถูกประดับประดา ด้วยต้นไม้โบราณ ที่วางทอดยาวดุจปูพรมให้กับพื้นน้ำ ที่กำลังส่องแสงระยิบระยับ ล้อเลียนแสงอาทิตย์ บริเวณทิวทัศน์ Jiu Zha Gou เป็นแหล่งที่อุดมสมบูรณ์ ด้วยพืชพรรณธรรมชาติ และสัตว์ท้องถิ่น เป็นบริเวณที่มีบรรยากาศแบบสบายๆ และมีลักษณะภูมิอากาศที่เหมาะสม ทำให้เป็นแหล่งของต้นสน และต้นไม้ที่มีน้ำมันชนิดหนึ่งของจีน และยังเป็นที่อยู่อาศัย ของสัตว์จำพวกมีกระดูกสันหลัง 170 ชนิด และนกนานาชนิดอีก 141 ประเภท รวมถึงแพนด้ายักษ์ ตัวนู และลิงขนทอง


แหล่งทิวทัศน์ Huang Long หรือ Yellow Dragon
นั่งรถจากแหล่งทิวทัศน์ Jiu Zha Gou มา 3 ชั่วโมง คุณจะได้เห็นแหล่งทิวทัศน์ที่สวยงามอีกที่หนึ่ง ซึ่งรู้จักกันดีในนาม "The World Marvelous Scenery" ตั้งอยู่เขต Songpan ใกล้กับธิเบต มีชื่อเรียกว่า Yellow Dragon

บริเวณ Yellow Dragon นี้เป็นลุ่มน้ำลึกยาว 3.6 กิโลเมตร เป็นแม่น้ำที่เกิดจากการสะสม ของชั้นตะกอนและหินปูนแบบหนึ่งที่อยู่ในน้ำพุ มีลักษณะคล้ายคลึงกับมังกรสีเหลืองขนาดใหญ่ ทำให้ถูกเรียกขานว่า Yellow Dragon บนพื้นที่ 700 ตารางกิโลเมตร ช่วยสร้างสรรค์ให้เกิดลักษณะภูมิประเทศที่น่ามหัศจรรย์ กล่าวคือ พื้นที่ดังกล่าว ถูกล้อมรอบด้วยทิวทัศน์ ภูเขาหิมะ น้ำตก และป่าที่ยังคงอุดมสมบูรณ์อยู่ ขณะที่น้ำตกหลายสาย ต่างไหลพรั่งพรู ระหว่างทะเลสาบหลายแห่ง น้ำตกที่สวยงามที่สุดอยู่บริเวณใจกลาง Yellow Dragon มีชื่อว่า น้ำตกนูโอริน่า (Nuorina) นอกจากนี้ บริเวณที่ราบหินปูนที่เป็นเอกลักษณ์ ยังเป็นแหล่งรวมของพืชพรรณธรรมชาตินานาพรรณ รวมทั้งสัตว์ท้องถิ่น
ลักษณะภูมิประเทศ จากก้นห้วยแม่น้ำ Yellow Dragon (เหนือระดับน้ำทะเล 2,000 เมตร) ถึงจุดสูงสุดของยอดภูเขา (เหนือระดับน้ำทะเล 3,800 เมตร) มีลักษณะแบบใกล้เขตร้อนของโลก ลดหลั่นกันไป ผสมกับป่าสนผลัดใบ และหากคุณเดินชมทิวทัศน์ไปเรื่อยๆ ไม่รีบร้อน คุณจะได้เห็นสัตว์หายากนานาชนิด รวมถึง แพนด้ายักษ์ และลิงขนทอง ทำให้ที่นี่กลายเป็นอีกหนึ่งมรดกโลกของยูเนสโก

เทือกเขา Emei และรูปปั้นสลักพระพุทธเจ้า

ตั้งอยู่ที่เมือง Emeishan มณฑลเสฉวน เป็นบริเวณเทือกเขา ที่คงความงดงามของธรรมชาติ ไว้อย่างน่าทึ่ง มีลักษณะภูมิประเทศ สิ่งแวดล้อมที่ได้รับการสงวนรักษาไว้เป็นเขตนิเวศวิทยา และยังเป็นเขตโบราณสถาน ที่มีรูปปั้นของพระพุทธเจ้าขนาดใหญ่ (Giant Buddha) รวมถึงยังเป็นบริเวณที่อยู่อาศัย ของพืชพรรณนานาชนิด 3,200 ประเภท และสัตว์ท้องถิ่นหายากกว่า 2,300 ชนิด สภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน ช่วยให้บริเวณดังกล่าวมีลักษณะเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร จุดที่สูงที่สุด ของบริเวณนี้อยู่ที่เหนือระดับน้ำทะเล 3,077 เมตร ที่ที่คุณจะได้สัมผัส กับทิวทัศน์ที่ไม่มีที่ใดเหมือน ในตอนเช้าคุณจะได้ยิ้มรับกับลำแสงรุ่งอรุณ ที่สาดส่องลงมา ท่ามกลางกลุ่มเมฆใหญ่ ขณะที่แสงสะท้อน จากรูปปั้นของพระพุทธเจ้า จะช่วยให้คุณเกิดความรู้สึกเบิกบานใจ และในตอนเย็น คุณจะได้สัมผัสกับ แสงอาทิตย์ในยามอัสดง ที่กึ่งกลางของเทือกเขา Emei ท่ามกลางป่าทึบ และดอกไม้นานาพรรณ เป็นบริเวณที่อาบน้ำของช้าง และบริเวณถา Nine Old Men รวมถึงภูเขา Hongchunping ภายในบริเวณนั้น มีวัดหลายแห่ง ที่มีชื่อเสียงคือ วัดหมื่นปี (Ten-Thousand-Year Temple) บริเวณโถงใหญ่ คุณจะได้เคารพสักการะ รูปปั้นทองสัมฤทธิ์พระพุทธเจ้าขนาดใหญ่ ที่มีชื่อว่า Samantabhadra พระพุทธรูปองค์นี้หล่อขึ้นในราชวงศ์ซ่ง มีความสูงถึง 7.55 เมตร หนัก 62 ตัน และเป็นโบราณวัตถุที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของจีน นอกจากนี้ ภายในเทือกเขา Emei ยังมีวัด Tiger Taming ซึ่งเป็นวัดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบริเวณนี้ ล้อมรอบด้วยแหล่งวัตถุโบราณที่น่าสนใจ ทำให้เทือกเขา Emei แห่งนี้ เป็นที่ที่ควรค่าแก่การศึกษาทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมต่างๆ ของจีน นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งที่พักของนักท่องเที่ยวด้วย

ถัดไปเป็นบริเวณที่เรียกว่า Giant Buddha of Leshan หรือบริเวณที่ตั้งของพระพุทธเจ้าขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่มีชื่อเสียงของโลก มีลักษณะเป็นรูปสลักหินในท่านั่ง ของพระพุทธเจ้าที่สูงถึง 71 เมตร ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางภูเขาสู งและแม่น้ำ 3 สาย รูปสลักพระพุทธเจ้านี้ ได้รับการยกย่องให้เป็นเลิศ ในการสร้างสรรค์ศิลปะการแกะสลักหิน อีกทั้งเชื่อว่าเป็นรูปสลักที่มีความสูงที่สุดในโลก บริเวณแห่งนี้ คุณจะได้สัมผัสกับมรดกโลก ที่ผสมผสานระหว่างธรรมชาติ และวัฒนธรรมเข้ากันอย่างลงตัว และบนพื้นที่ 2.5 ตารางกิโลเมตร คุณจะได้พบกับรูปปั้นยักษ์ สมัยราชวงศ์ถังตั้งอยู่ศูนย์กลาง ล้อมรอบด้วยสภาพทิวทัศน์ธรรมชาติ นอกจากนี้ ยังมีรูปปั้นพระพุทธเจ้า สมัยราชวงศ์ถังและซ่ง เจดีย์ วัด และสถาปัตยกรรมชั้นเลิศในสมัยราชวงศ์หมิง และ ราชวงศ์ Qing บริเวณดังกล่าวเหมาะแก่นักท่องเที่ยว ที่ชื่นชอบศิลปะและสถาปัตยกรรมแบบจีน

พระราชวังโพธาลา ในกรุงลาซา (Lhasa)
พระราชวังโพธาลานี้ ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงในเมืองลาซา ซึ่งเป็นเมืองหลวงของธิเบต พระราชวังแห่งนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 7 โดยกษัตริย์ Songtsan Gambo ที่สร้างพระราชวังแห่งนี้เพื่อเป็นสินสอดแก่เจ้าหญิงชาวฮั่นซึ่งมีพระนามว่า Wen Cheng ต่อมาในปี 1645 สมัยองค์ดาไลลามะที่ 5 ได้ทำการบูรณะซ่อมแซม และขยับขยายพระราชวังจนมีขนาดเท่าในปัจจุบัน และหลังจากนั้น เป็นต้นมา องค์ดาไลลามะก็ได้พำนักอยู่ที่นี่เรื่อยมา จนชาวบ้านเรียกพระราชวัง Potala ว่า ภูเขของพระพุทธเจ้า (Budha's Mountain) ความมหัศจรรย์ของพระราชวังแห่งนี้ อยู่ที่การสร้างสถานบูชา และห้องโถงสำหรับการเคารพสักการะพระพุทธเจ้า ให้ลดหลั่นตามเนินเขา พระราชวังแห่งนี้สูงถึง 110 เมตร และมีความกว้าง 360 เมตร มีห้องโถงสำหรับการบวงสรวง 8 แห่ง พร้อมด้วยรูปปั้นพระพุทธเจ้าอีก 10,000 องค์ ภายในถ้ำคุณจะได้เห็นรูปปั้นของกษัตริย์ Songtsan Gambo และเจ้าหญิง Wen Cheng รวมถึงสถูป ขององค์ดาไลลามะทั้งหมด ที่ถูกสร้างขึ้นอย่างประณีต และงดงามอย่างหาค่ามิได้ โดยเฉพาะสถูปขององค์ดาไลลามะที่ 5 ที่คลุมด้วยแผ่นทองซึ่งประดับตกแต่งด้วยหยกและหินสวยงาม พระราชวังโพธาลานี้ถือได้ว่า เป็นสถาปัตยกรรมแบบธิเบตชั้นยอด ที่ผสมผสานด้วยศิลปะแบบฮั่น มองโกเลีย และแมนจู

ออฟฟิศการบินไทยที่เมืองเฉิงตู
สำนักงานการบินไทยที่เมืองเฉิงตูตั้งอยู่ที่ล็อบบี้ของโรงแรมเสฉวน ซึ่งอยู่ใจกลางเมือง ระหว่างถนน Zong Fu ซึ่งเป็นแหล่งช้อปปิ้งกับแหล่งธุรกิจของเมือง รวมถึงตลาดไนท์บาร์ซ่า นอกจากนี้ สำนักงานการบินไทย ยังอยู่ใกล้กับแหล่งโบราณสถาน ที่น่าสนใจของเมือง คือ กระท่อมของ Dufu นักกวีชื่อดังของเฉิงตู และวัด Marquis Wu ถัดไปเพียง 18 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของสนามบินระหว่างประเทศ Shung Liu และจากสำนักงานการบินไทยไป 15 กิโลเมตร จะเป็นศูนย์วิจัยแพนด้า ซึ่งเป็นที่ที่นักวิทยาศาตร์พยายามหาวิธีเพาะพันธ์สายพันธ์แพนด้ายักษ์ให้อยู่รอดต่อไป

เซี๊ยะเหมิน

ข้อมูลพื้นฐาน

ภูมิประเทศ เมืองเซี๊ยะเหมิน ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของมณฑลฟูเจี้ยน มีเมืองฝูโจว (Fuzhou) เป็นเมืองหลวง โดยภูมิประเทศส่วนใหญ่ เป็นพื้นที่ต่ำและมีพื้นที่ราบบางส่วนใกล้ทะเล มีแม่น้ำ Yongding ไหลผ่าน
พื้นที่ 1,565 ตารางกิโลเมตร
ประชากร 1,240,000 คน
ภูมิอากาศ อากาศแบบกึ่งเขตร้อน และมรสุม มีผนตกชุกในช่วงเดือ พ.ค. - ก.ค. โดยอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 20.8 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 38.4 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ประมาณ 2 องศาเซลเซียส
อาหาร อาหารที่ขึ้นชื่อได้แก่ Spice Grapes ชา และอาหารทะเล
สนามบินระหว่างประเทศ Xiamen Gaoji International Airport

เซี๊ยะเหมิน หรือชื่อในสำเนียงฟูเจี้ยน (Fujian) ว่า "อามอย" (Amoy) มีความหมายในภาษาจีนว่า ประตูคฤหาสน์ เป็นเมืองที่มีชื่อเสียง ที่สุดของมณฑลฟูเจี้ยน และเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความสวยงามและสะอาดที่สุดของประเทศจีน ทั้งนี้ เกาะเซียะเหมิน ยังได้รับสมญานามว่า"สวนดอกไม้บนทะเล" และ "เกาะแห่งดนตรี"

เมืองเซี๊ยะเหมินได้ยกระดับขึ้นมาเป็นเมืองใหญ่ใน ค.ศ. 1387 โดยมีสถานะเป็นเมืองท่าที่มีความสำคัญ และเป็นพื้นที่ที่เป็น สนามแห่งการสู้รบ หลายต่อหลายครั้งในอดีต ในปี 1981 เมืองเซี๊ยะเหมินได้กลายเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ หรือที่เรียกว่า Special Economic Zone ทำให้เซี๊ยะเหมินกลายเป็นหน้าต่างของประเทศจีน ที่เปิดสู่โลกภายนอกมากขึ้น สาเหตุที่ทำให้เซี๊ยะเหมิน เป็นเมืองที่มีความสำคัญในทางเศรษฐกิจ เนื่องจากได้รับนโยบายสนุบสนุนจากการลงทุนจากรัฐบาล ซึ่งมีนักลงทุนจากไต้หวัน และชาวต่างชาติเข้ามาลงทุนจำนวนมากกว่า 140 ประเทศ โดยเข้ามาลงทุนในด้านอุตสาหกรรม เกษตรกรรม ที่ดินและก่อสร้าง บริการแหล่งเงินทุน การท่องเที่ยว การส่งออก โดยมีอุตสาหกรรมหลัก ประกอบด้วย เครื่องจักร สิ่งทอ อาหาร เคมีภัณฑ์ เวชภัณฑ์ และวัสดุก่อสร้าง ทั้งนี้ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เซี๊ยะเหมินได้ให้ความสำคัญด้านการค้า การศึกษา และการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

เมืองฝูโจว
ฝูโจว (Fuzhou) เป็นเมืองหลวงของมณฑลฟูเจี้ยน ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำหมินเจียง (Minjiang) เป็นศูนย์กลาง ทางการเมืองของมณฑลฟูเจี้ยนมาตั้งแต่ราชวงศ์ Qin และกลายเป็นเมืงท่าที่สำคัญตั้งแต่ศตวรรษที่ 10 ใน ค.ศ. 1842 เมืองท่าแห่งนี้เปิด ให้เรือต่างชาติเข้าเทียบ และเป็นศูนย์กลาง การต่อเรือในช่วงราชวงศ์ซ่ง ปัจจุบัน มีประชากรกว่า 1 ล้านคน เมืองฝูโจว มีน้ำพุร้อนหลายแห่ง และมีสถานที่ ที่น่าเยี่ยมชมคือ วัดป่าหัวหลินซื่อ (Hualinsi หรือ Spledid Forest Temple) ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของเมือง ตัวอาคารทั้งหมดของวัดนี้ เป็นผลงานที่ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงจากสมัยราชวงศ์ชิง เว้นแต่หอกลางซึ่งคงรูปเดิม ผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก ได้แก่ ชา อ้อย ฝ้าย ป่าน และยาสูบ และมีสินค้าขึ้นชื่อ คือ ชามะลิ ส้มฝูงดจว และอาหารทะเล

วัดน่ำโผ่วท้อ
วัดน่ำโผ่วท้อ ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศใต้ ของเขาโผ่วท้อ ซึ่งเป็น 1 ใน 4 แห่งวัดพระพุทธศาสนา ที่ลือชื่อของประเทศจีน ท่านจะได้นมัสการพระพุทธรูปหยก ขาว ที่อัญเชิญมาจากประเทศพม่า สมัยราชวงศ์ถัง ซึ่งนับว่ามีประวัติยาวนานถึง 1,000 กว่าปี จนมาถึงสมัยราชวงศ์เช็ง จึงได้มีการซ่อมแซมและบูรณะอารามแห่งนี้ จนเป็นที่สมบูรณ์

เกาะกูลั่งอวี่ (Gulangyu Island)
ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามของเมืองเซี๊ยะเหมิน เป็นเกาะที่ได้รับการสมญานามว่าเป็นเกาะแห่งดนตรี เนื่องจากผู้คนที่อาศัยอยู่บนเกาะนั้น นิยมชมชอบดนตรีเป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะเปียโน จะเป็นเครื่องเล่นดนตรีที่คนบนเกาะนี้โปรดปานเป็นที่สุด ซึ่งจะเห็นได้จาก 3 ใน 4 ของบ้านบนเกาะนี้ จะมีเปียโนไว้เล่น นอกจากนี้ บนเกาะยังมีพิพธภัณฑ์เปียโน จัดแสดงเครื่องเปียโนจากอดีตจนถึงปัจจุบัน
เกาะกูลั่งอวี่นนี้มีพื้นที่เพียง 1.78 ตารางกิโลเมตร ซึ่งสามารถเดินทางโดยทางเรือภายในเวลา 5 นาที บนเกาะจะไม่อนุญาตให้มียานพาหนะใดๆ ทั้งสิ้น ดังนั้น การเดินทางบนเกาะ จึงต้องใช้การเดินทางเท้าเท่านั้น ซึ่งก็นับว่าเป็นการดีสำหรับท่านๆ ที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย เพราะจะได้เดินเล่มชม วิวทิวทัศน์ที่ธรรมชาติได้สร้างสรรค์ขึ้นมาได้อย่างเต็มที่ เกาะดังกล่าวนี้ ถือได้ว่าเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจยอดนิยมของแถบนี้

สำหรับจุดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงบนเกาะก็ได้แก่ Sunlight Rock ซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดของเกาะ ตั้งอยู่บนเขาหัวมังกร (Tiger Head Hill) ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกของหาด เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก แสงอาทิตย์จะตกกระทบที่ก้อนหินดังกล่าว จึงเป็นที่มาของชื่อ Sunlight Rock และเมื่อยืนอยู่ ณ จุดนี้ จะมองเห็นทัศนียภาพที่สวยที่สุดของเกาะกูลั่งอวี่

วัดหนานผูเต่า (Nanputuo)
ตั้งอยู่ทางชานเมืองทิศใต้ของเซี๊ยะเหมิน เป็นวัดพุทธที่สร้างขึ้นในช่วงราชวงศ์ถัง ตั้งอยู่บนพื้นที่ 30,000 ตารางเมตร เป็นวัดที่อุทิศให้กวนหยิ เทพเจ้าแห่งความเมตตา ซึ่งภายในโถงพระเมตตาอันยิ่งใหญ่ มีรูปเจ้าแม่กวนอิมถึง 3 องค์ ประดิษฐานอยู่ และเป็นที่เก็บเอกสารเกี่ยวกับพุทธศาสนา และพระพุทธรูปที่ได้มาจากประเทศพม่า

Shantou
Shantou เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อของแหล่งสวนสาธารณะ ที่น่าท่องเที่ยวมากที่สุด ในแถบจีนตอนใต้ โดยมีสวน Queshe เป็นที่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากที่สุด นอกจากนี้ บริเวณดังกล่าวยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ประกอบด้วย เกาะ Mayu เกาะ Laiwu รวมไปถึง วัด Lingshan และ ภูเขาเจดีย์ศาสนาพุทธที่อยูในเขต Chenhai ซึ่งมีชื่อเสียงในหมู่นักท่องเที่ยวชาวจีนและชาวต่างประเทศ

Jimei
เป็นเมืองเล็กๆ ตั้งอยู่ตรงข้ามกับด้านเหนือของเกาะเซี๊ยะเหมิน เป็นแหล่งบรรจบของถนน Gaoji และ Xiangji ที่ขึ้นในที่ลุ่ม หรือทะเล เมือง Jimei นี้เป็นทางเข้าออกทางเดียวของเมืองเซี๊ยะเหมิน โดย Jimei เป็นหนึ่งในสี่เมืองหลักของเซี๊ยะเหมิน แหล่งท่องเที่ยวในเขต Jimei ที่มีชื่อเสียงอาทิ Turtle Garden Returness Garden
Jimei ยังเป็นถิ่นอาศัยของ Mr. Tan Hkah-Kee ผู้นำชาวจีนที่อุทิศตนให้กับวงการศึกษา โดย Mr.Tan ได้สร้างโรงเรียนแบบต่างๆ ถึง 12 แห่ง ในบริเวณที่พักของเขา รวมถึงมหาวิทยาลัย Xiamen ซึ่งทำให้เขตดังกล่าวกลายเป็นศูนยกลางแห่งวงการวิทยาศาสตร์ สถานที่ออกกำลังกาย ห้องสมุดและโรงพยาบาล ซึ่งเปลี่ยนจากเขตชนบทในอดีตกลายเป็นเขตเมืองในปัจจุบัน


สำนักงานการบินไทยประจำเมืองเซี๊ยะเหมิน ตั้งอยู่ในบริเวณล็อบบี้ของ International Plaza ซึ่งตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเล เป็นย่านการค้าและใกล้แหล่งช็อปปิ้งบนถนน Zhong Shan และอยู่ห่างจากท่าอากศยานนานาชาติเซี๊ยะเหมินเพียง 20 ก.ม. และยังตั้ง อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟหลักอีกด้วย


ที่ตั้งสำนักงาน

Unit B,1st Floor, International Plaza
No.8 Lu Jiang Road
Xiamen 361001
โทร : +86 592 2261 688
แฟกซ์ : +86 592 2261 678

ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวโดย
 
 

Bookmark and Share
SPONSOR
เรือสำราญ
 
  • ยุโรป
  • อเมริกา
  • เอเชีย
  • แอฟริกา
  • อเมริกาใต้
  • ออสเตรเลีย
  • ตะวันออกกลาง
  •  
    สาระน่ารู้ก่อนเดินทาง
    e-passport
    การขอหนังสือเดินทาง
    อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา
    คำนวณอัตราแลกเปลียน
    ข้อฎิบัติ กรมศุลกากร
    เชงเก้น วีซ่า
    สายการบินโอเรียนต์ไทย
    สายการบิน นกแอร์
    ต่างประเทศ ขาเข้า
    ต่างประเทศ ขาออก
    ตารางบินขาเข้า
    ตารางบิน ขาออก
    เชคเที่ยวบินทั่วโลก
    Check Your Trip
    บ้านพักเยาวชน
    YHA อังกฤษ
    YHA อเมริกา
    YHA ออสเตรเลีย
    YHA สวิส
    YHA ญี่ปุ่น
    YHA ฝรั่งเศส
    โฮสเทล ทั่วโลก
    โฮสเทล ยุโรป
    ติดต่อทำบัตรเยาวชน
    โทร 026287413-5
    เว็บไซต์สายการบิน
    เว็บไซต์สถานทูตในไทย
    เว็บไซต์รถเช่า
    ทีวีช่อง 3
    ทีวีช่อง 5
    ทีวีช่อง 7
    ทีวีช่อง 9
    Thai PBS
    ฟังวิทยุ FM88
    ฟังวิทยุ FM89
    ฟังวิทยุ Sweet FM
    ฟังวิทยุ HotWave
    ฟังวิทยุ Cool 93
    ฟังวิทยุ FM95
    ฟังวิทยุ 95.5
    ฟังวิทยุ จส100
    Major Cineplex
    SF Cinema
    Esplanade Cineplex
    Livescore
    Siam Sport


    ร้านอาหารไทยในบอสตัน

    VZ English version


    บริษัท วาเคชั่นโซน จำกัด ทะเบียนการค้าเลขที่ (3)362/2544 ทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เลขที่ 71004030001090
    ติดต่อทีมงานโทร.0897990051 Copyright 2001 Vacation Zone Co., Ltd. All Rights Reserved
    เพื่อนบ้านวันหยุด ชมเว็บไซต์เพื่อนบ้าน ติดต่อแลกลิงค์ คลิกที่นี่ครับ