วันที่สาม ตื่นเช้าสัมผัสอากาศหนาวในเวนิส หลังอาหารเช้าในโรงแรมที่มีแต่ไส้กรอก และขนมปังฝรั่งเศสแข็งๆ เราก็พร้อมที่จะไปเยือนเกาะเวนิสกันแล้ว เกาะที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่โรแมนติคและ สวยที่สุดในอิตาลี ที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวให้ใฝ่ฝันจะได้มีโอกาสมาเยือน รถพาเรามาส่งที่ท่าเรือเล็ก ๆ มีเรือขนาดกระทัดรัดจอดอยู่มากมาย พื้นไม้กระดานบางแห่งถูกเกาะด้วยน้ำแข็งทำ ให้ต้องเพิ่มความระมัดระวังในการเดิน เรือที่พาเราไปเป็นเรือลำเล็ก จุคนได้ราว 8-10 คน ใช้เวลาวิ่งประมาณ 15-20 นาที ฉันนั่งเวียนหัวไป ตลอดทางเพราะต้องนั่งอยู่ในเรือที่ปิดกระจกรอบด้าน เวนิสเป็นเกาะเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยซอยเล็กซอยน้อย ต้องใช้เรือเป็นพาหนะเสียส่วนใหญ่ พวกเราถูกห้ามให้เดินไปตามซอยเล็ก ๆ เหล่านั้นซึ่งคดเคี้ยวและมีทางแยกมากมาย เพราะเกรงว่าจะหลงทางและหาทางออกไม่เจอ ควรเดินตามถนนสายหลัก ๆ และจำทางที่เดินเข้าให้ดีเท่านั้น จุดแรกที่เข้าชมคือพระราชวังดอร์ด ซึ่งสมัยก่อนใช้เป็นที่อาศัยของเจ้าผู้ครองนครเวนิส แต่ปัจจุบันเปิดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แห่งหนึ่งของที่นี่ พระราชวังนี้สร้างอยู่ติดกับคุกโดยมีคลองสายเล็ก ๆ คั่นกลาง แต่สามารถเดินผ่านถึงกันได้ด้วยสะพานเล็กที่เชื่อมต่อระหว่างพระราชวังและคุก มีชื่อว่า สะพานถอนหายใจ หรือ " Bridge of Sign " ตามตำนานเล่าว่านักโทษคนใดได้มีโอกาสเดิมข้ามสะพานนี้จะมีโอกาส ได้กลับออกมาสู่อิสระภาพอีกครั้ง ซึ่งมีเพียงคนเดียวคือคาสโนวาผู้สร้างตำนานนักรักจนเป็นที่เลื่องลือ เราเดินชมภายในพระราชวังและคุกแล้วจึงออกมาถ่ายรูปหน้าวิหารเซ็นมาร์ค ภายในวิหารถูกตกแต่งด้วยแผ่นโมเสคที่ทำด้วยทองคำดูสวยงาม ต้องใช้คำว่าดูวิจิตรตาเห็นจะเหมาะกว่า ซึ่งจะต่างกับวิหารเซ็นปีเตอร์ที่ดูขลัง หน้าวิหารเซ็นมาร์คเป็นลานกว้างใหญ่เรียกว่าจัตุรัส เซ็นมาร์ค