Bookmark and Share
 
จองโรงแรมออนไลน์
  
 
จองผ่าน Octopus
 
จองผ่าน GTA-Travel
 
จองผ่าน Agoda.Co.th
 
จองโรงแรมในประเทศไทย
จองโฮสเทล Hostel
ขั้นตอนการโพสต์รูป
จองตั๋วเครื่องบิน
 
จองตั๋วเครื่องบินด้วยตัวเอง
ตรวจสอบการจองตั๋ว
ประกันการเดินทาง
IAG ออนไลน์ (NZI)
กรุงเทพประกันภัย
ทิพยประกันภัย
Chartis
Mondial Assistance
ACE Insurance
บูพา ประกันสุขภาพ
เมนูโซน
 
รับทำผ้าบาติก
วีซ่าแคนาดา
ตั๋วรถไฟในยุโรป
ข้อมูลยอดเขา จุงฟราว
เรือสำราญ รอยัล แคริบเบียน
ขั้นตอนการส่งภาพเข้าประกวด
ประเภทของ ตั๋วรถไฟในยุโรป
การขอวีซ่าประเทศต่างๆ
7 สิ่งมหัศจรรย์
วันสงกรานต์
วีซ่า อังกฤษ
วีซ่า อเมริกา
วันวาเลนไทน์
วันพ่อแห่งชาติ
พรบ คอมพิวเตอร์
การบินไทย
อัตราแลกเปลี่ยน
บัตรโทรศัพท์ iSIM
บัตรโทรศัพท์ iTalk
ออกแบบเวบท่องเที่ยว
สถานทูตไทยในต่างประเทศ
VZ Agencies Pluz
Wall Paper
ททท
องค์การส่งเสริมท่องเที่ยว

 ทวีปเอเซีย
 ทวีปออสเตรเลีย
 ทวีปยุโรป
 ทวีปแอฟริกา
 การขอวีซ่า ประเทศแถบแอฟริกา
 ทวีปอเมริกาใต้
 ข้อมูลท่องเที่ยว
 สถานที่ท่องเที่ยว
 บริษัทท่องเที่ยว
 ภาพถ่ายในต่างแดน
 ประกันการเดินทาง
 โหวตสายการบิน
 โหวตบริษัทท่องเที่ยว
อ่านบทสัมภาษณ์คุณ ริน
อ่านบทสัมภาษณ์ของคุณ จิ๋น
อ่านบทสัมภาษณ์ คุณ Ham&Cheese
อ่านบทสัมภาษณ์ คุณ ติ๊ก
 My Vienna
(คุณ ริน)
 ออสเตรีย เยอรมัน
(คุณแนท)
 สวิตเซอร์แลนด์
(คุณ Sak)
 ย่ำเกาหลี 7 วัน
(คุณสิงหา)
 Europe Romance
(คุณ จิ-นดา)
ผ้าบาติกสินค้าฝีมือคนไทย
รับซ่อมเครื่องหนัง
ความคิดเห็นของผู้ชมเวบ
ภาพสถานที่ท่องเที่ยว




ร้านอาหารไทยในบอสตัน

 







บทความท่องเที่ยว จากสมาชิกส่งมาครับ (คุณ จิ-นดา)
Europe Romance
"คลิ๊กที่เดียว เที่ยวทั่วโลก"


วันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม 2542

วันนี้ฉันตื่นแต่เช้า และเป็นวันที่ฉันรู้สึกตื่นเต้นที่สุดวันหนึ่ง ฉันรีบไปเคลียร์งานที่บริษัทฯ จนถึงเที่ยงและรีบขับรถกลับบ้านทันที ก็วันนี้ฉันกับวุฒิจะไปทัวร์ยุโรปกัน และเป็นเพราะเรายังไม่ได้จัดกระเป๋าเดินทางเลย ฉันจึงง่วนอยู่กับการจัดเสื้อผ้าจนถึงบ่าย 3 โมง เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยตั้งแต่เช้า แต่ไม่มีเวลาแล้วล่ะ รีบอาบน้ำแต่งตัวออกมาก่อนจะดีกว่า จริง ๆ แล้วไกด์นัดไว้ว่าให้มาพบกันเวลา 4 ทุ่มครึ่งที่ Airport แต่เพราะเรากลัวจะตกเครื่องมากกว่า ก็ช่วงวันหยุดยาว ๆ แบบนี้ใคร ๆ ก็ออกไปเที่ยวกันทั้งนั้น เราไปถึงดอนเมืองประมาณ 1 ทุ่มครึ่ง หลังจากหาอะไรรองท้องกันแล้วก็ไปที่จุดนัดหมาย ปรากฏว่าเรามาเป็นคู่แรกเลย เมื่อผ่านขั้นตอนเอกสารต่างๆ เข้ามาแล้วเราไปเดินหาซื้อแว่นกันแดดกันต่อ ก็เพราะความอยากเท่ห์แท้ ๆ ทำให้แว่นตาที่เหน็บเสื้อไว้ตกในรถแท็กซี่ กว่าจะรู้ตัวก็ตามรถไม่ทันเสียแล้ว หมดสนุกไปเยอะเลย ซ้ำยังโดนกระแนะกระแหนซ้ำเติมจากคนข้าง ๆ ตัวอีก
เครื่องออกตอนตีหนึ่งสิบห้านาที (เวลาเมืองไทย) โดยสายการบินแควนตัส ฉันตื่นเต้นที่จะได้ไปพบเห็นบ้านเมืองที่ไม่เคยได้เห็นและไม่คิดว่าจะได้ไป ตอนนี้ฉันนั่งอยู่เหนือประเทศใดบ้างก็ไม่รู้ มองผ่านหน้าต่างลงไปบางทีก็เห็นแสงไฟเล็ก ๆ ข้างล่าง บางทีก็มืดมิดเหมือนอยู่เหนือท้องทะเล ฉันหลับไปเมื่อไรไม่รู้มาถูกปลุกอีกที เพราะแอร์โฮสเตสนำอาหารมาเสิร์ฟดูนาฬิกาเพิ่งจะตีสามบ้านเราทำให้ทานไม่ลง หันไปเห็นซึกิโกะสาวน้อย 8 ขวบที่มาในกลุ่มทัวร์เดียวกันนั่งเขี่ยอาหารในถาดอยู่เหมือนกัน หลังอาหารฉันนั่งหลับ ๆ ตื่น ๆ ไปตลอดทางกว่า 11 ชั่วโมง แต่น่าแปลกฉันตื่นเต้นเสียจนไม่ได้คิดถึงเตียงนอนนุ่ม ๆ ที่บ้านเลย
สวัสดีอิตาลี……….
เครื่องบินลดระดับเมื่อใกล้ถึงสนามบินในกรุงโรม ฉันตื่นเต้นกับภาพหลังคาสีสวยแปลกตา หลังแล้วหลังเล่าที่เรียงกัน ขณะก้าวออกจากตัวเครื่อง ฉันก็สัมผัสได้ถึงลมหนาวและสายฝนพรำ ๆ หนาวที่ไม่เหมือนบ้านเรา ก่อนจะผ่านด่านศุลกากรไกด์บอกให้ทุกคน เทียบเวลาเป็นปัจจุบัน 7 โมงเช้า (เวลายุโรป) ระหว่างรอตรวจเอกสาร ฉันเห็นทหารอิตาเลี่ยนหลายคนยืนตรวจ ความเรียบร้อยรอบ ๆ ทุกคนมีปืนยาวพร้อมกระสุนเป็นพวงเหมือนจะออกรบ แม้แต่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองก็เป็นเสือยิ้มยาก เหมือนหลาย ๆ ประเทศ หลังจากผ่านด่านเข้ามาแล้วก็มีไกด์สาว ชาวอิตาเลี่ยนท่าทาง กระฉับกระเฉง มายืนรอรับอยู่ ดูเธอเป็นคนที่ยิ้มแย้มและช่างมีอัธยาศัยดีจริง ๆ เธอส่งพวกเราขึ้นรถทัวร์ที่เตรียมไว้และกล่าวคำอำลา ทันทีที่พวกเราขึ้นรถกันครบ ไกด์บอกว่าเป็นธรรมเนียมที่จะต้อง มีคนพื้นที่เข้ามารับเราก่อน จากนั้นพวกเราก็เริ่มออกเดินทางกันโดยนั่งรถชมความงาม ของกรุงโรม เมืองหลวงของอิตาลีที่มีประวัติเก่าแก่ยาวนานกว่า 2,000 ปี จุดแรกที่ไกด์พาพวกเราไปถึงคือโคลอสเซี่ยม เราใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงก็ถึง ที่นี่ต้องเสียค่าบัตรผ่านประตูคิดเป็นเงินไทยเกือบสองร้อยบาท ในอดีตโคลอสเซี่ยมเคยเป็นสนามประลองยุทธขนาดใหญ่ระหว่าง คนกับสัตว์ในสมัยนั้นถือเป็นกีฬาชนิดหนึ่ง นักสู้จะถูกเรียกว่ากลาดิเอเตอร์ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นนักโทษ ชาวโรมันถูกนำมาต่อสู้กับสิงโตที่ดุร้ายด้วยมือเปล่า จะมีใครบ้างที่โชคดีรอดชีวิตมาได้ ตอนลงจากรถฉันเห็นคู่แต่งงานใส่ชุดสีขาวสวยพร้อมช่อดอกไม้ยืนถ่ายรูปกันอยู่ เหมือนในหนังที่เราเคยดูฉันเป็นคนอ่อนไหวก็เลยประทับใจกับภาพที่เห็น จากที่นี่เราเดินทางต่อไปที่มหาวิหารเซ็นปีเตอร์ ซึ่งตั้งอยู่ในนครรัฐวาติกัน และเป็นมหาวิหารที่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของโลก สร้างในสมัยจักรพรรดิทราจันซีซาร์ งดงามและยิ่งใหญ่สมคำร่ำลือ จุดเด่นภายในวิหารเริ่มตั้งแต่รูปสลักปิเอต้า ซึ่งแกะสลักโดยศิลปินเอกของโลก " ไมเคิล แองเจโล " เป็นรูปพระแม่มารีกำลังรองรับพระเยซูลงจากไม้กางเขน เรียกกันว่าเป็นประติมากรรมหินอ่อนที่ยับที่สุดในโลก สังเกตุได้จากการแกะสลักเสื้อผ้าที่สวมใส่มองดูเหมือนเสื้อผ้าที่ยับจริง ๆ และสาเหตุที่ใบหน้าของพระแม่มารีดูอ่อนเยาว์กว่าที่น่าจะเป็น นั้นว่ากันว่าผู้ปั้นเองไม่เคยพบ พระแม่มารี จึงได้แต่จินตนาการโดยใช้ใบหน้าของมารดาตนเองเป็นแบบ ถัดจากรูปสลักปิเอต้าเป็นประตูที่ถูกปิดตายด้วยปูน ประตูนี้ถูกเรียกว่าประตูชำระบาป และจะถูกทำลายลงทุก ๆ 100 ปี โดยโป๊บในยุคนั้น แต่ปัจจุบันได้ถูกลดเวลาลงมาเหลือเพียง 25 ปีเท่านั้น เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสเดินผ่านประตูเข้าไปเพื่อชำระบาปได้เร็วขึ้น และในวันที่ประตูนี้จะถูกทำลายลงกำลังจะมาถึงในเร็ววันนี้ซึ่งตรงกับต้นปี ค.ศ.2000 พอดี
เดินเข้ามาอีกนิดหนึ่งเราจะพบรูปปั้นสีดำ ชื่อว่ารูปปั้นขอพร ถ้าใครได้ลูบเท้าขวาของ รูปปั้นแล้วขอพรก็จะสมหวังเลยขอเข้าไปลูบเท้า ท่านบ้างแต่ขออะไรไม่บอกหรอก ทุกคนที่ไปคงทำเหมือนเราเพราะดูจากผิวของนิ้วเท้า ที่เรียบจนไม่เห็นร่องรอยเดิม เราเดินดูจนรอบจึงออกมาถ่ายรูปข้างนอก ด้านภายนอกวิหารรายล้อมไปด้วยเสาทรงกลม ต้นโตเรียงต่อกันเป็นแถว ๆ ละ 4 ต้น ถ้าเรายืนอยู่กลางลานตรงจุด ที่ถูกกำหนดไว้จะมองเห็นเสาทั้ง 4 ต้นในแต่ละแถวเรียงอยู่ในแนวเดียวกัน เหมือนเป็นต้นเดียวโดยไม่สามารถ มองเห็นต้นถัดไปทางด้านหลัง ถ่ายรูปจนพอใจแล้วจึงแวะซื้อไอศครีมโคนข้างทาง ทั้งที่อากาศก็หนาวมาก แต่เพราะความอยากลองดูว่ารสชาด ไอศครีมอิตาลีจะอร่อยกว่าของไทยหรือเปล่า คนขายบอกราคา 6,000 ลีร์ ปรากฏว่าพอจ่ายเงินกลับคิดเรา10,000 ลีร์ เถียงภาษาอิตาลีไม่เป็นเลยต้องจ่ายไป มาถูกหลอกง่ายๆ ที่อิตาลีซะแล้ว แต่ไอศครีมก็อร่อยดี มาคิดดูอีกที 6,000 ลีร์คงแค่ลูกเดียว ก็สั่งไป 2 ลูก 2 รสถึงได้แพงขึ้น
ช่วงบ่ายเราไปโยนเหรียญอธิษฐานที่น้ำพุเทรวี่ ผนังด้านหลังของน้ำพุเป็นรูปเทพเจ้าเนปจูนนั่งอยู่บนรถศึกไม่พลาดตามเคยต้องลองดู แต่รู้มาว่าต้องมีเคล็ดนิดหน่อยคือยืนหันหลังให้กับน้ำพุ กำเหรียญด้วยมือขวาและโยนเหรียญข้ามผ่านไหล่ซ้าย ตามตำนานโรมันกล่าวไว้ว่าถ้าใครได้โยนเหรียญลงในน้ำพุ 1 ครั้งจะมีโอกาสได้กลับมาเยือนกรุงโรมอีก แต่ถ้าใครโยนเหรียญ 2 ครั้งนอกจากจะได้กลับมาแล้วยัง จะได้คู่ชีวิตเป็นชาวอิตาเลี่ยนอีกด้วย ฉันโยนครั้งเดียวเพราะฉันเป็นคนรักเดียวใจเดียว หวังเพียงจะได้กลับมาที่นี่อีกครั้งกับคนข้าง ๆ ตัวคนนี้ หลังโยนเหรียญเราเดินออกจากบริเวณน้ำพุนิดเดียวก็ถึงบริเวณ ที่เรียกว่าบันไดสเปน ที่นี่ถือเป็นแหล่งช้อปปิ้ง มีตั้งแต่เครื่องหนังชั้นดี เสื้อผ้าราคาแพง หรือแม้กระทั่ง ของเลียนแบบแบกะดิน คนขายส่วนใหญ่จะเป็นคนดำที่ไปใช้ชีวิตที่นี่ พอตำรวจมาทีก็หิ้วของวิ่งหนีกันที คนอิตาเลี่ยนส่วนใหญ่จะออกมาเดินเล่นและซื้อของกันที่นี่ บันไดทุกขั้นจะมีคนนั่งเต็มไปหมด ยิ่งดึก คนยิ่งมากเหมือนสยามสแควร์บ้านเรา คืนนี้หลังอิ่มจากอาหารเย็นพวกเรากลับเข้าที่พักเพื่อเอาแรงไว้ลุยต่อในวันรุ่งขึ้น
วันที่สอง
เช้าวันนี้หลังอาหารเช้า เราออกเดินทางสู่เมืองฟลอเรนซ์ เมืองแห่งต้นตำรับศิลปะเรอเนซองส์ ที่โด่งดัง ศิลปะการแกะสลักหินอ่อนและแม่น้ำอาร์โนที่มีเสน่ห์ ทิวทัศน์ระหว่างทางสวยงามและรู้สึกสดชื่น เป็นวันแรกที่เราเริ่มเห็นเกร็ดน้ำแข็งเกาะตาม ใบไม้ขณะที่รถจอดให้พักผ่อนซื้อขนมระหว่างทาง ดูเหมือนแม่คะนิ้งที่บ้านเรา เมื่อถึงฟลอเรนซ์เรามีเวลาเดินช้อปปิ้งพักใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องหนังอิตาลีที่มีชื่อด้านคุณภาพ อยากจะได้กระเป๋าสักใบสองใบ แต่พอเห็นราคาแล้วเสียดายเงิน นี่ถ้าเป็นสมัยค่าเงินบาทยัง ไม่เป็นแบบนี้คงได้ติดมือกลับมาแน่ ๆ เดินกันจนเมื่อยขาก็ได้เวลา อาหารกลางวันเป็นร้านอาหารจีน อิ่มแล้วพวกเราออกมาถ่ายรูปกันที่ลานไมเคิลแองเจโร ซึ่งก็คือบริเวณกว้าง ๆ มีรูปปั้นเด่นอยู่ 2 รูปปั้นคือ รูปปั้นของเทพเจ้าแห่งท้องทะเล และรูปปั้นเดวิด เล่ากันว่าเดวิดคือชายหนุ่มที่ช่วยโลกให้พ้นจากอันตราย เป็นรูปปั้นเปลือยทั้งตัวที่แสดงให้เห็นถึงการ ปั้นลายกล้ามเนื้อได้สวยงาม พวกเรามัวแต่ถ่ายรูปกันอยู่ด้านหน้ารูปปั้นจนน้องคนหนึ่งเข้ามา ถามว่าพี่ไม่ไปถ่ายด้านหลังรูปปั้นด้วยเหรอ หลังจากคิดตามแล้วก็ได้หัวเราะกันครื้นเครง จากนั้นเราเดินผ่านแม่น้ำไทเบอร์เพื่อจะไปขึ้นรถที่จอดอยู่อีกด้านหนึ่ง แม่น้ำไทเบอร์เป็นแม่น้ำสายหลักสายหนึ่งที่สวยและงดงามมากของอิตาลี เลยได้โอ้เอ้ถ่ายรูปกันอีก หลังจากขึ้นรถกันแล้วบังเอิญเหลือเกินที่ฉันเห็น เกร็ดน้ำแข็ง ตกลงบนกระจกข้างรถจึงหันไปพูดกับสุดที่รักข้าง ๆ ว่า "หิมะ" คำเดียวเท่านั้น ทุกคนก็เฮลงจากรถตาม ๆ กัน ปรากฏว่ามันเป็นเพียงแค่เกร็ดน้ำแข็งเท่านั้น พอตกถึงพื้นก็จะละลายเป็นน้ำทันที เห็นฝรั่งเค้าเรียกว่า Flurries แหม! ก็ไม่เคยเห็นนี่นา จนรถออกแล้วพวกเราก็ยังตื่นเต้นกับเรื่องนี้ ไกด์บอกว่าตกแบบนี้เป็นเพียงแค่อนุบาลเท่านั้น แบบมัธยมกำลังรอเราอยู่ข้างหน้า ฟังแล้วฉันอดตื่นเต้นไม่ได้ เพราะการได้เห็นได้สัมผัสหิมะเป็นหนึ่ง ในความฝันวัยเยาว์ของฉันเลยทีเดียว
ตลอดบ่ายเราเดินทางสู่กรุงเวนิสไปพร้อม ๆ กับการพูดถึงเจ้า Flurries ที่เห็น กรุงเวนิสได้ถูกขนานนามว่าราชินีแห่งท้องทะเลอาเดรียตริค ตามเส้นทางผ่านไร่องุ่นกว้างใหญ่ น่าเสียดายช่วงที่ไปเป็นฤดูหนาวทำให้องุ่นผลัดใบเหลือแต่กิ่งก้าน แต่ก็สวยและได้บรรยากาศไปอีกแบบ

วันที่สาม
ตื่นเช้าสัมผัสอากาศหนาวในเวนิส หลังอาหารเช้าในโรงแรมที่มีแต่ไส้กรอก และขนมปังฝรั่งเศสแข็งๆ เราก็พร้อมที่จะไปเยือนเกาะเวนิสกันแล้ว เกาะที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่โรแมนติคและ สวยที่สุดในอิตาลี ที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวให้ใฝ่ฝันจะได้มีโอกาสมาเยือน รถพาเรามาส่งที่ท่าเรือเล็ก ๆ มีเรือขนาดกระทัดรัดจอดอยู่มากมาย พื้นไม้กระดานบางแห่งถูกเกาะด้วยน้ำแข็งทำ ให้ต้องเพิ่มความระมัดระวังในการเดิน เรือที่พาเราไปเป็นเรือลำเล็ก จุคนได้ราว 8-10 คน ใช้เวลาวิ่งประมาณ 15-20 นาที ฉันนั่งเวียนหัวไป ตลอดทางเพราะต้องนั่งอยู่ในเรือที่ปิดกระจกรอบด้าน เวนิสเป็นเกาะเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยซอยเล็กซอยน้อย
ต้องใช้เรือเป็นพาหนะเสียส่วนใหญ่ พวกเราถูกห้ามให้เดินไปตามซอยเล็ก ๆ เหล่านั้นซึ่งคดเคี้ยวและมีทางแยกมากมาย เพราะเกรงว่าจะหลงทางและหาทางออกไม่เจอ ควรเดินตามถนนสายหลัก ๆ และจำทางที่เดินเข้าให้ดีเท่านั้น จุดแรกที่เข้าชมคือพระราชวังดอร์ด ซึ่งสมัยก่อนใช้เป็นที่อาศัยของเจ้าผู้ครองนครเวนิส แต่ปัจจุบันเปิดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แห่งหนึ่งของที่นี่ พระราชวังนี้สร้างอยู่ติดกับคุกโดยมีคลองสายเล็ก ๆ คั่นกลาง แต่สามารถเดินผ่านถึงกันได้ด้วยสะพานเล็กที่เชื่อมต่อระหว่างพระราชวังและคุก มีชื่อว่า สะพานถอนหายใจ หรือ " Bridge of Sign " ตามตำนานเล่าว่านักโทษคนใดได้มีโอกาสเดิมข้ามสะพานนี้จะมีโอกาส ได้กลับออกมาสู่อิสระภาพอีกครั้ง ซึ่งมีเพียงคนเดียวคือคาสโนวาผู้สร้างตำนานนักรักจนเป็นที่เลื่องลือ เราเดินชมภายในพระราชวังและคุกแล้วจึงออกมาถ่ายรูปหน้าวิหารเซ็นมาร์ค ภายในวิหารถูกตกแต่งด้วยแผ่นโมเสคที่ทำด้วยทองคำดูสวยงาม ต้องใช้คำว่าดูวิจิตรตาเห็นจะเหมาะกว่า ซึ่งจะต่างกับวิหารเซ็นปีเตอร์ที่ดูขลัง หน้าวิหารเซ็นมาร์คเป็นลานกว้างใหญ่เรียกว่าจัตุรัส เซ็นมาร์ค


มีฝูงนกพิราบนับหมื่นตัวบินมารอรับอาหาร ที่นักท่องเที่ยวโปรยให้ ด้านข้างจัตุรัสจะมีร้านเล็ก ๆ จัดโต๊ะนั่งเรียงรายให้นักท่องเที่ยวนั่งดื่มกาแฟร้อน ๆ ไปพร้อม ๆ กับการชมบรรยากาศ บริกรใส่สูทโก้ เดาได้ว่ากาแฟแต่ละแก้วราคาคงใกล้เคียงกับแก้วชิ้นเล็ก ๆ ในมูราโนเป็นแน่ พวกเราเข้าชมการเป่าแก้วในรูปแบบต่าง ๆ ที่มูราโนไม่ว่าจะเป็นโคมไฟ แจกันหรือชุดกาแฟราคาแต่ละชิ้นสูงจนไม่กล้าจับ และเดินดูอย่างระมัดระวัง ด้วยกลัวว่าจะเผลอทำของเขาแตกไปเสียก่อน
เราอำลาเกาะเวนิสด้วยเรือลำเดิมที่กลับเข้ามารับพวกเราตามเวลานัด เพื่อไปรับประทานอาหารกลางวันในกรุงเวนิส เมื่ออิ่มท้องก็เริ่มมีแรง พวกเราใช้เวลาตลอดบ่ายเดินทางหลับๆ ตื่น ๆ ข้ามพรมแดนเพื่อเข้าสู่เมืองอินส์บรูค ประเทศออสเตรีย เมืองอินส์บรูคเป็นเมืองหลวงของแคว้นไทรอล เป็นเมืองใน หุบเขาซึ่งล้อมรอบด้วยเทือกเขาแอลป์ ที่ยังรักษาเอกลักษณ์ด้านสถาปัตยกรรมไว้อย่างดี ไม่ว่าจะเป็นพันธุ์ไม้เลื้อยตามประตูหน้าต่างหรือซุ้มดอกไม้ ช่วงใกล้ถึงพรมแดนฟ้าเริ่มมืด แสงไฟหน้ารถส่องให้เห็นอะไรบางอย่างที่กำลังโปรยปราย ใช่แล้ว ! หิมะ ในที่สุดเราก็ได้เห็น มันโปรยปรายลงมามากมายและดูเหมือนจะเริ่มมากขึ้น คนขับรถบอกว่าภาวนาอย่าให้มันตกหนักกว่านี้ เพราะจะทำให้รถต้องวิ่งช้าลงและบางทีอาจต้องหยุดเพื่อใส่โซ่กันลื่นที่ล้อ และนั่นจะทำให้พวกเราถึงที่พักช้าลง ที่สำคัญพวกเราคิดถึงอาหารเย็นที่สุด และตั้งใจในตอนนั้นว่าหลังอาหาร คืนนี้เราจะออกไปเดินเล่นใต้หิมะดูวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของชาวเมืองออสเตรีย แต่ถูกไกด์ของเราขู่ไว้ว่าอันตราย เลยต้องเปลี่ยนใจด้วยความเสียดาย
คืนนี้กว่าจะได้นอน ฉันก็เอาแต่ยืนอยู่ที่หน้าต่างที่เปิดกว้างแล้วนั่งมองหิมะที่ตกลงบนพื้นถนน บนหลังคารถ บนหลังคาบ้าน บนโคมไฟทาง บนต้นไม้ มันสวยเหมือนภาพวาดบน ส.ค.ส. ที่ฉันเลือกส่งให้เพื่อนเมื่อสมัยเป็นเด็ก และฝันอยากจะได้เห็นหิมะ ได้จับหิมะจริง ๆ ฉันแอบขอบคุณเขาอยู่ในใจที่ทำให้ความฝันของฉันเป็นจริง และรู้สึกดีมากที่สุดที่มีเขามาอยู่ร่วมในความสุขของฉัน เขาจะรู้หรือเปล่านะ
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>อ่านต่อ

Bookmark and Share
SPONSOR
เรือสำราญ
 
  • ยุโรป
  • อเมริกา
  • เอเชีย
  • แอฟริกา
  • อเมริกาใต้
  • ออสเตรเลีย
  • ตะวันออกกลาง
  •  
    สาระน่ารู้ก่อนเดินทาง
    e-passport
    การขอหนังสือเดินทาง
    อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา
    คำนวณอัตราแลกเปลียน
    ข้อฎิบัติ กรมศุลกากร
    เชงเก้น วีซ่า
    สายการบินโอเรียนต์ไทย
    สายการบิน นกแอร์
    ต่างประเทศ ขาเข้า
    ต่างประเทศ ขาออก
    ตารางบินขาเข้า
    ตารางบิน ขาออก
    เชคเที่ยวบินทั่วโลก
    Check Your Trip
    บ้านพักเยาวชน
    YHA อังกฤษ
    YHA อเมริกา
    YHA ออสเตรเลีย
    YHA สวิส
    YHA ญี่ปุ่น
    YHA ฝรั่งเศส
    โฮสเทล ทั่วโลก
    โฮสเทล ยุโรป
    ติดต่อทำบัตรเยาวชน
    โทร 026287413-5
    เว็บไซต์สายการบิน
    เว็บไซต์สถานทูตในไทย
    เว็บไซต์รถเช่า
    ทีวีช่อง 3
    ทีวีช่อง 5
    ทีวีช่อง 7
    ทีวีช่อง 9
    Thai PBS
    ฟังวิทยุ FM88
    ฟังวิทยุ FM89
    ฟังวิทยุ Sweet FM
    ฟังวิทยุ HotWave
    ฟังวิทยุ Cool 93
    ฟังวิทยุ FM95
    ฟังวิทยุ 95.5
    ฟังวิทยุ จส100
    Major Cineplex
    SF Cinema
    Esplanade Cineplex
    Livescore
    Siam Sport


    ร้านอาหารไทยในบอสตัน

    VZ English version


    บริษัท วาเคชั่นโซน จำกัด ทะเบียนการค้าเลขที่ (3)362/2544 ทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เลขที่ 71004030001090
    ติดต่อทีมงานโทร.0897990051 Copyright 2001 Vacation Zone Co., Ltd. All Rights Reserved
    เพื่อนบ้านวันหยุด ชมเว็บไซต์เพื่อนบ้าน ติดต่อแลกลิงค์ คลิกที่นี่ครับ