Bookmark and Share
 
จองโรงแรมออนไลน์
  
 
จองผ่าน Octopus
 
จองผ่าน GTA-Travel
 
จองผ่าน Agoda.Co.th
 
จองโรงแรมในประเทศไทย
จองโฮสเทล Hostel
ขั้นตอนการโพสต์รูป
จองตั๋วเครื่องบิน
 
จองตั๋วเครื่องบินด้วยตัวเอง
ตรวจสอบการจองตั๋ว
ประกันการเดินทาง
IAG ออนไลน์ (NZI)
กรุงเทพประกันภัย
ทิพยประกันภัย
Chartis
Mondial Assistance
ACE Insurance
บูพา ประกันสุขภาพ
เมนูโซน
 
รับทำผ้าบาติก
วีซ่าแคนาดา
ตั๋วรถไฟในยุโรป
ข้อมูลยอดเขา จุงฟราว
เรือสำราญ รอยัล แคริบเบียน
ขั้นตอนการส่งภาพเข้าประกวด
ประเภทของ ตั๋วรถไฟในยุโรป
การขอวีซ่าประเทศต่างๆ
7 สิ่งมหัศจรรย์
วันสงกรานต์
วีซ่า อังกฤษ
วีซ่า อเมริกา
วันวาเลนไทน์
วันพ่อแห่งชาติ
พรบ คอมพิวเตอร์
การบินไทย
อัตราแลกเปลี่ยน
บัตรโทรศัพท์ iSIM
บัตรโทรศัพท์ iTalk
ออกแบบเวบท่องเที่ยว
สถานทูตไทยในต่างประเทศ
VZ Agencies Pluz
Wall Paper
ททท
องค์การส่งเสริมท่องเที่ยว

 ทวีปเอเซีย
 ทวีปออสเตรเลีย
 ทวีปยุโรป
 ทวีปแอฟริกา
 การขอวีซ่า ประเทศแถบแอฟริกา
 ทวีปอเมริกาใต้
 ข้อมูลท่องเที่ยว
 สถานที่ท่องเที่ยว
 บริษัทท่องเที่ยว
 ภาพถ่ายในต่างแดน
 ประกันการเดินทาง
 โหวตสายการบิน
 โหวตบริษัทท่องเที่ยว
อ่านบทสัมภาษณ์คุณ ริน
อ่านบทสัมภาษณ์ของคุณ จิ๋น
อ่านบทสัมภาษณ์ คุณ Ham&Cheese
อ่านบทสัมภาษณ์ คุณ ติ๊ก
 My Vienna
(คุณ ริน)
 ออสเตรีย เยอรมัน
(คุณแนท)
 สวิตเซอร์แลนด์
(คุณ Sak)
 ย่ำเกาหลี 7 วัน
(คุณสิงหา)
 Europe Romance
(คุณ จิ-นดา)
ผ้าบาติกสินค้าฝีมือคนไทย
รับซ่อมเครื่องหนัง
ความคิดเห็นของผู้ชมเวบ
ภาพสถานที่ท่องเที่ยว




ร้านอาหารไทยในบอสตัน

 






ญี่ปุ่น
ญี่ปุ่น
"คลิ๊กที่เดียว เที่ยวทั่วโลก"

ในหน้านี้จะรวมทุกอย่าง เกี่ยวกับประเทศ ญี่ปุ่น เชิญชมครับ

ภาษาไทย
คำอ่านภาษาอังกฤษ
คำอ่านภาษาไทย
สวัสดีตอนเช้า
Ohayou gosaimasu
โอะไฮโย โกไซมัส
สวัสดีตอนกลางวัน
Konnichiwa
คอนนิจิวะ
สวัสดีตอนเย็น
Konbanwa
คอมบังวะ
ขอบคุณ
Arigatou gozaimashita
อาริงาโตะ โกไซมัส
ขอโทษ
Gomen nasai
โกะเมน นะไซ
กรุณา
Douzo
โด โชะ
สบายดีไหม
O genki desuka?
โอเกงกิ เดสก๊ะ
กี่โมงแล้ว
Nan ji desu ka?
นันจิเดสก๊ะ
...อยู่ที่ไหน
…wa, doko desuka?
...ว่ะโดโคะ เดสสุเก๊ะ
ลาก่อน
Sayonara
ซาโยนาระ
คุณพูดภาษาอังกฤษได้ไหม?
Eigo ga dekimasu ka?
เอโกะ งะ เดคิมัสก๊ะ
ระเบียบ การขอวีซ่าเข้าปรเทศ ญี่ปุ่น
สถานทูต ญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย
เกร็ดความรู้เกี่ยวกับ ญี่ปุ่น (นำมาจาก http://www.student.chula.ac.th/)
ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติในประเทศญี่ปุ่นนั้น นับว่าเป็นการอำนวยความสะดวกเป็นอย่างยิ่งในการดำเนินชีวิตประจำวัน มีบริการจำหน่ายสินค้ามากมาย อาทิ เครื่องดื่มร้อนเย็นนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็น น้ำอัดลม ชา กาแฟ ฯลฯ ซึ่งคุณยังสามารถเลือกรสชาติได้ตามชอบใจ มีปุ่มให้เลือกความหวานและความเข้มของกาแฟ จำนวนครีมที่ต้องการ นอกจากนั้นยังมีจำหน่ายหนังสือพิมพ์ นิตยสาร ไอศครีม ขนมต่างๆ ฯลฯ โดยจัดวางขายอยู่ทั่วทุกบริเวณตลอด 24 ชั่วโมง
อาหารญี่ปุ่นเป็นที่นิยมไปทั่วโลก เพราะสะท้อนความเป็นญี่ปุ่นออกมาอย่างชัดเจนคือ ต้องพิถีพิถัน ประณีตแต่ดูเรียบง่าย และสวยงาม เชื่อกันว่าอาหารญี่ปุ่นดีต่อสุขภาพ เป็นปัจจัย 1 ใน 3 ที่ทำให้คนญี่ปุ่นอายุยืน (3 อย่างประกอบด้วย อาหาร, อากาศ และออนเซน) เพราะชาวญี่ปุ่นนิยมรับประทานปลา, สาหร่าย, เต้าหู้ อาหารญี่ปุ่นจะไม่ผ่านกระบวนการปรุงแต่งมากมาย จะนิยมรสชาติแท้ๆของวัตถุดิบ ทำให้คงประโยชน์ของอาหารได้ดี อาหารญี่ปุ่นที่เป็นที่นิยม เช่น ซูชิ, ซาซิมิ, สุกี้ยากี้, ปลาไหลย่าง, ราเม็ง, ฯลฯ
ส่วนขนมญี่ปุ่นนั้น หากใครที่มาเยี่ยมเยียนประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกนั้น ต่างต้องตื่นตาตื่นใจกับขนมหวานนานาชนิดที่มีวางจำหน่ายในร้านเค็กต่างๆ หรือในห้างสรรพสินค้าทั่วไปที่มีให้เลือกสรรมากมาย ชาวญี่ปุ่นให้ความสำคัญต่อการนำเสนอเพราะถือว่าเป็นศิลปะอย่างนหนึ่ง ไม่ว่าคุณจะท่องเที่ยวไปในเมืองใด จะต้องเห็นสินค้าเลื่องชื่อของท้องถิ่นนั้นวางขายอยู่มากมาย และมักจะนำของที่ออกตามฤดูกาลมาเป็นส่วนผสมและจำหน่ายในแต่ละเทศกาล อาทิ เกาลัด (maron) สตรอเบอรี่ หรือในเทศกาลดอกซากุระบานจะมีการนำใบซากุระมาห่อโมจิ (sakura mochu) มาจำหน่ายอีกด้วย
การ์ตูน และ anime ญี่ปุ่นนั้นเป็นที่นิยมของวัยรุ่นทั่วเอเชีย และมีการนำการ์ตูนคาแรคเตอร์ต่างๆ มาเป็นสินค้า และของที่ระลึกมากมาย นับว่ามีอิทธิพลและสร้างแรงบันดาลใจให้วัยรุ่นไทย สนใจในการการวาดการ์ตูนและสนใจศึกษา animation และ computer graphic กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน
ที่อาบน้ำสาธารณะแต่ละแห่งในญี่ปุ่นมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละเมือง เมื่อมีโอกาสได้ไปญี่ปุ่นควรลองเพื่อเป็นประสบการณ์ดูสักครั้ง ถึงแม้คนไทยส่วนมากจะไม่เคยชินกับการอาบน้ำรวม แต่ชาวญี่ปุ่นแล้วถือเป็นเรื่องปกติ และเป็นโอกาสได้ทำความรู้จักคนใหม่ๆ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน การแช่น้ำพุร้อน (onsen) ยังช่วยในเรื่องของสุขภาพและผิวพรรณที่ดีอีกด้วย เนื่องจากแต่ละที่มีแร่ธาตุที่มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป
สำหรับใครที่เป็นแฟนรายการทีวีแชมป์เปี้ยนคงทราบดี ว่าชาวญี่ปุ่นนิยมประดิษฐ์ข้าวของเครื่องใช้เอง และนับว่าเป็นการสร้างสรรค์งานศิลปะอย่างนึง ดังนั้น จึงมีร้านค้าที่รวบรวมอุปกรณ์เพื่อนำไปประดิษฐ์เอง ที่รู้จักกันดีได้แก่ร้าน Tokyo Hands ซึ่งเป็นศูนย์รวมสิ่งประดิษฐ์อย่างครบครันมีสาขาอยู่ที่ Shinjuku, Shibuya ใครอยากทำของอะไรก็สามารถเลือกวัสดุได้ตามความชอบใจที่ร้านนี้
เมื่อพูดถึงประเทศญี่ปุ่น หลายๆคนนึกถึงภูเขาไฟ"ฟูจิ" ภูเขาไฟที่ดับแล้วเป็นรูปโคนคว่ำ บนยอดมีหิมะปกคลุมขาวโพลนอยู่เสมอ ชาวญี่ปุ่นเปรียบภูเขาไฟฟูจิเหมือนหญิงงาม จึงมีผู้คนมากมายหลั่งไหลมาชม "ฟูจิซัง" กันปีละมากๆ ภูเขาไฟฟูจิให้อารมณ์และความรู้สึกแตกต่างกันไปในแต่ฤดู แต่ละช่วงของวัน บางคนชอบฟูจิซังในฤดูใบไม้ผลิที่มีซากุระบานสะพรั่ง ให้ความรู้สึกเบิกบาน บ้างก็ชอบตอนหน้าฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ดูอบอุ่น ร่าเริง หรือแม้แต่ยามค่ำคืน ฟูจิซังก็ยังดูงดงามลึกลับน่าค้นหา เมืองฮาโกเน่เป็นเมืองตากอากาศที่มีมุมมองของภูเขาไฟฟูจิที่งดงาม ที่โตเกียวสามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้ในตอนท้องฟ้าโปร่ง ทัศนวิสัยดี
รู้จักกันดีในชื่อ "รถไฟหัวจรวด (bullet train)" ซึ่งเป็นรถไฟความเร็วสูง เปิดใช้ครั้งแรกเมื่อญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิคเมื่อปี ค.ศ.1964 มีการพัฒนามาเรื่อยๆ ปัจจุบันรถไฟชินคันเซนแบบที่เร็วที่สุดคือ "โนโซมิ (Nosomi)" รถไฟชินคันเซนมีบทบาทในการเชื่อมโครงข่ายเมืองสำคัญๆของญี่ปุ่นเข้าด้วยกัน เป็นที่นิยมอย่างยิ่งทั้งสำหรับนักธุรกิจและนักท่องเที่ยว ภายในรถไฟสะอาด และสะดวกสบายมาก เส้นทางที่เป็นที่นิยมสูงสุดคือ เส้นทางโตเกียว - โยโกฮาม่า - นาโงย่า - เกียวโต - โอซาก้า ซึ่งทำให้เดินทางจากโตเกียว - โอซาก้าได้ในเวลาไม่ถึงอีก 3 ชั่วโมง สถานที่จอดรถไฟชินคันเซนมันมีคำว่า "ชิน" ขึ้นต้น เช่น สถานี ชิน - โอซาก้า, ชิน - โยโกฮาม่า
เครื่องแต่งกายประจำชาติที่แสดงเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของญี่ปุ่น ชุดกิโมโนซึ่งเป็นชุดทางการ ใช้ในงานและพิธีสำคัญๆ มีขั้นตอนมากในการสวมใส่ โดยมากมักตัดเย็บโดยผ้าทอลวดลายหรือพิมพ์อย่างสวยงามประณีต โดยเฉพาะอย่างยิ่งชุดเจ้าสาว ซึ่งบางชุดหนักถึง 20 กิโลกรัม ชุดผู้ชายจะเรียกว่า ชุดฮากามะ (Hakama) ส่วนชุดยูกาตะเป็นชุดแบบลำลอง สวมใส่ได้ทั้งชายและหญิง ซึ่งจะแตกต่างกันที่ลวดลาย สีสัน ผ้าและรายละเอียด นิยมใช้เป็นชุดฤดูร้อน ปัจจุบันชาวญี่ปุ่นยังคงสวมใส่กิโมโนหรือยูกาตะในโอกาสต่างๆ เช่น ในงานเทศกาลต่างๆ
ศิลปะการใช้บรรจุภัณฑ์ และการดีไซน์หีบห่อต่างๆของญี่ปุ่น เป็นที่ชื่นชอบอย่างมากของผู้พบเห็น ชาวญี่ปุ่นให้ความสำคัญอย่างมากในเรื่องความประณีตและความพิถีพิถันของหีบห่อ สำหรับผู้ที่ไปญี่ปุ่นมักจะซื้อติดไม้ติดมือกลับมาเป็นที่ระลึก ชาวญี่ปุ่นเองก็มีประเพณีการซื้อของฝากเวลาเยี่ยมเยียนตามบ้านคนรู้จัก หรือจัดส่งขนมให้คนสนิทในเทศกาลต่างๆ ซึ่งถือว่าเป็นมารยาทและขนบธรรมเนียมอย่างหนึ่ง การดีไซน์หีบห่อที่สวยงามทำให้ยอดขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ดังนั้นแต่ละบริษัทต่างแข่งขันกันออกแบบใหม่ๆ เพื่อดึงดูดใจลูกค้า
ประเทศญี่ปุ่นจัดเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีนักออกแบบชื่อดังเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เช่น Kenzo, Hanae Mori, Junko Shimada, Yoji Yamamoto เป็นต้น เมื่อเดินตามไปตามท้องถนนจะเห้นว่าชาวญี่ปุ่นมีการแต่งตัวมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง แฟชั่นมีการแตกต่างไปตามฤดูกาล ตั้งแต่ทรงผม การแต่งหน้าแต่งเล็บ เครื่องประดับต่างๆ ย่านแฟชั่นญี่ปุ่นที่เป็นที่รู้จักกันดีได้แก่ ย่านชินจูกุ ชิบุย่า ฮาราจูกุ อาโอยาม่า กินซ่า ไดกังยามะ เป็นต้น
ขึ้นชื่อเรื่องเครื่องไฟฟ้าอิเลคทรอนิคส์ ไม่ว่าจะเป็นกล้องถ่ายวีดีโอ คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค กล้องดิจิตอล เครื่องเล่นmp3 มือถือต่างๆ ประเทศญี่ปุ่นนับว่าเป็นผู้นำด้านคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ และการออกแบบที่ได้รับความนิยมทั่วโลก ปัจจุบันเครื่องใช้ต่างๆของญี่ปุ่น ได้เข้าไปมีบทบาทต่อการใช้ชีวิตประจำวันของคนทั่วโลก ในวันที่ 25 มีนาคม 2548 ญี่ปุ่นได้รับเป็นเจ้าภาพจัดงาน World Exposition (EXPO) ที่เมืองไอชิ (Aichi) จังหวัดนาโกย่า โดยมี 122 ประเทศทั่วโลกมาร่วมในงานนี้
ผลิตภัณฑ์ต่างๆที่มีส่วนผสมของชาเขียว กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศไทย เนื่องจากคุณประโยชน์ทางด้านสุภาพและความงาม เป็นที่รู้กันว่าชาเขียวของประเทศญี่ปุ่นนั้นเป็นที่เลื่องลือในเรื่องของคุณภาพใบชา และความหลากหลายของสินค้าที่มีจำหน่าย ชาที่ได้รับความนิยม อาทิ Sencha, Genmai ที่มีความหอมของข้าวพองหรือข้าวคั่ว เป็นต้น ประเพณีชงชาของญี่ปุ่นยังเป็นที่รู้จักกันดีอีกด้วย
เมื่อนึกถึงเครื่องสำอางค์ที่เป็นที่ชื่นชอบของคนไทยแล้ว จำนวนกว่าครึ่งที่นิยมใช้เครื่องสำอางค์ของประเทศญี่ปุ่น ด้วยความมีพื้นฐานผิวพรรณเอเชียเหมือนกัน และมีสินค้าใหม่ๆดึงดูดใจของบรรดาผู้รักความสวยงามตลอดเวลา แบรนด์ที่เป็นที่นิยมได้แก่ Shiseido, Kose, Shu Uemura
สวนญี่ปุ่นเป็นการจำลองย่อส่วนธรรมชาติลงมา จัดโดยใช้ความรู้สึกเคารพในความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ ขณะเดียวกันก็แฝงไปด้วยปรัชญาความคิดแบบตะวันตก ลัทธิเซนก็มีอิทธิพลต่อสวนญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน หากต้องการชมสวนญี่ปุ่นที่สวยงาม สามารถชมได้ตามวัด ศาลเจ้า วัง หรือปราสาทต่างๆ สวนญี่ปุ่นมีทั้งสวนน้ำและสวนหิน สถานที่ๆมีชื่อเสียงเป็นสวนตะวันออกของพระราชวังอิมพีเรียล สวนหินเรียวโนจิ เป็นต้น ต่อมาเมื่อมีการนำต้นบอนไซมาจากประเทศจีน ชาวญี่ปุ่นก็ได้ให้ความนิยมจนแพร่หลายเป็นงานอดิเรกยามว่าง และเป็นการแสดงออกถึงความใจเย็น และเต็มไปด้วยศิลปะ
ข้อมูลทั่วไป

ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ตั้งอยู่ด้านฝั่งตะวันออกของทวีปเอเชีย หรือทางตอนเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิก หมู่เกาะญี่ปุ่นทอดตัวเป็นรูปโค้งเหมือนพระจันทร์เสี้ยว จากทางตอนเหนือที่ละติจูด 45 องศา 33 ลิปดาเหนือ มาทางใต้ ที่ละติจูด 20 องศา 25 ลิปดาเหนือ โดยมีความยาวทั้งสิ้น 3,800 กม.

ลักษณะภูมิประเทศ เป็นประเทศหมู่เกาะ ประกอบด้วยเกาะใหญ่น้อยประมาณ 3,900 เกาะ โดยมีเกาะใหญ่ที่สำคัญ 4 เกาะ คือ

1) ฮอกไกโด (83,517 ตารางกม.)
2) ฮอนชู (231,012 ตารางกม.)
3) ชิโกกุ (18,800 ตารางกม.)
4) กิวชู (44,379 ตารางกม.)

ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นภูเขา โดยร้อยละ 71 ของพื้นที่ทั้งหมดของญี่ปุ่นเป็นภูเขา ในขณะที่มีพื้นที่ราบเพียงร้อยละ 25 ซึ่งใช้เป็นพื้นที่ทางการเกษตรได้เพียงร้อยละ11 เท่านั้น ญี่ปุ่นมีภูเขาไฟมากประมาณ 1 ใน 10 ของทั้งโลก โดยมีภูเขาฟูจิเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศ (3,776 เมตร) และเป็นภูเขาไฟที่สงบอยู่แต่ยังไม่ดับ และจากการที่ญี่ปุ่นอยู่ในเขตที่มีภูเขาไฟมาก ทำให้มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นเสมอ

พื้นที่ ประมาณ 377,835 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยผืนดิน 374,744 ตารางกิโลเมตร และผืนน้ำ 3,091 ตารางกิโลเมตร

พื้นที่ชายฝั่งทะเล 29,751 กิโลเมตร

ประชากร ประมาณ 126.97 ล้านคน (พฤษภาคม 2545) อัตราการเติบโตของประชากร คือ ร้อยละ 0.15 (2545) ซึ่งนับเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับที่ 8 ของโลก ความหนาแน่นของประชากรประมาณ 336 คน/ตร.กม.

เชื้อชาติ เชื้อชาติญี่ปุ่น ในทางประวัติศาสตร์เชื่อกันโดยทั่วไปว่าบรรพบุรุษของ ชาวญี่ปุ่นได้แก่กลุ่มเผ่าพันธุ์หนึ่งที่เรียกในปัจจุบันว่า เผ่าพันธุ์ยามาโตะ ผสมกับคนที่อพยพมาจากแผ่นดินใหญ่ ได้แก่ จีนและเกาหลี ปัจจุบันคนต่างชาติกลุ่มใหญ่ที่อยู่ในญี่ปุ่น ได้แก่ ชาวเกาหลีและชาวจีน รวมทั้งเผ่าไอนุ ทั้งนี้ ญี่ปุ่นไม่ถือว่าประเทศของตนมีชนกลุ่มน้อย

ศาสนา ศาสนาใหญ่ ๆ มี 2 ศาสนา คือ ศาสนาพุทธ และศาสนาชินโต นอกจากนั้นได้แก่ ศาสนาคริสต์และลัทธิขงจื้อ

ภาษา ภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาราชการ

การศึกษา ภาคบังคับ 9 ปี

อัตราการรู้หนังสือ ร้อยละ 99.9

วันชาติ วันที่ 23 ธันวาคม: วันพระราชสมภพของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ (พ.ศ. 2476 หรือ ค.ศ. 1933)

เมืองหลวง กรุงโตเกียว (Tokyo)

ภูมิอากาศ มี 4 ฤดูหลัก ที่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน คือ
ฤดูใบไม้ผลิ : (มีนาคม-พฤษภาคม) อากาศอบอุ่น
ฤดูร้อน : (มิถุนายน-สิงหาคม) อากาศร้อนชื้นโดยมีช่วงฤดูฝนสั้น ๆ ประมาณ 1 เดือน ในช่วงต้นฤดู
ฤดูใบไม้ร่วง : (กันยายน-พฤศจิกายน) อากาศอบอุ่น โดยมีพายุไต้ฝุ่นมากในช่วงเดือนกันยายน
ฤดูหนาว : (ธันวาคม-กุมภาพันธ์) อากาศหนาว มีหิมะตกมากทางภาคเหนือของประเทศและฝั่งทะเลญี่ปุ่น ส่วนทางใต้และฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก อากาศจะอบอุ่นกว่า
คลิกที่นี่เพื่อดูพยากรณ์อากาศวันนี้และอีก 10 วัน ที่กรุงโตเกียว
การเมืองการปกครอง
รูปแบบการปกครอง ระบอบเสรีประชาธิปไตย โดยมีรัฐสภาเป็นสถาบันสูงสุดของรัฐ และมีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาล นอกจากนี้ตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้มีการบัญญัติไว้ว่า สมเด็จพระจักรพรรดิทรงเป็นสัญลักษณ์ของประเทศ

รัฐธรรมนูญ 3 พฤษภาคม 2490 (ค.ศ. 1947)

ประมุข สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ (His Majesty Emperor Akihito) คลิกที่นี่เพื่อดูรูป

นายกรัฐมนตรี นายจุนอิจิโร โคอิซึมิ (Junichiro Koizumi) (หัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย – LDP) เข้ารับตำแหน่งเมื่อ 26 เมษายน 2544 และเข้ารับตำแหน่งครั้งที่ 2 เมื่อ 19 พฤศจิกายน 2546คลิกที่นี่เพื่อดูรูป

รมต. ต่างประเทศ นางโยริโกะ คาวากุจิ (Yoriko Kawaguchi) คลิกที่นี่เพื่อดูรูป

รัฐสภา เรียกชื่อว่า “สภาไดเอท” ประกอบด้วย สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีสมาชิก 480 คน มาจากการเลือกตั้งทั่วประเทศมีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี และวุฒิสภา ซึ่งมีสมาชิก 252 คน มีวาระในการดำรงตำแหน่ง 6 ปี โดยเลือกตั้งจำนวนครึ่งหนึ่งสลับกันไปทุก 3 ปี คลิกที่นี่เพื่อดูรูป
- ประธานสภาผู้แทนราษฎร นายโยเฮ โคโนะ (Yohei Kono)
- ประธานวุฒิสภา นายฮิโรยุกิ คุราตะ (Hiroyuki Kurata)

การปกครองท้องถิ่น ญี่ปุ่นแบ่งเขตการปกครองท้องถิ่นออกเป็น 47 จังหวัด (Prefecture) ซึ่งรวมกรุงโตเกียว (Tokyo Metropolis) ด้วย การปกครองส่วนท้องถิ่นภายในจังหวัดแยกออกเป็น นคร เมือง และหมู่บ้าน ยกเว้นกรุงโตเกียวที่มีเขตการปกครอง เฉพาะในส่วนใจกลาง 23 เขต นอกเหนือไปจากเขตชานกรุง ซึ่งประกอบด้วย 27 นคร 5 เมือง และ 8 หมู่บ้าน ผู้ว่าราชการจังหวัด นายกเทศมนตรีของนครขนาดใหญ่ ของเมืองและของหมู่บ้านตลอดจนสมาชิกสภาส่วนท้องถิ่นทุกระดับมาจากการเลือกตั้ง

การเลือกตั้ง สภาผู้แทนราษฎรมีการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อ 9 พฤศจิกายน 2546 วุฒิสภามีการเลือกตั้งครั้งล่าสุด เมื่อ 29 กรกฎาคม 2544 โดยจะมีการเลือกตั้งสมาชิกครึ่งหนึ่ง ในทุก 3 ปี

พรรคการเมือง พรรคการเมืองที่สำคัญ ได้แก่

- พรรคเสรีประชาธิปไตย ( Liberal Democratic Party : LDP) เป็นพรรคแกนนำรัฐบาล
- พรรคนิว โคเมโต (New Komeito) เป็นพรรคร่วมรัฐบาล
- พรรคอนุรักษ์นิยมใหม่ (New Conservative Party หรือ Hoshushinto) เป็นพรรคร่วมรัฐบาล
- พรรคประชาธิปไตยแห่งญี่ปุ่น (Democratic Party of Japan : DPJ : Minshuto) แกนนำฝ่ายค้าน
- พรรคสังคมประชาธิปไตยแห่งญี่ปุ่น (Social Democratic Party of Japan : SDP) เป็นพรรคฝ่ายค้าน
- พรรคคอมมิวนิสต์ (Japan Communist Party - JCP) เป็นพรรคฝ่ายค้าน


เศรษฐกิจการค้า

ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP) 4,505 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2545) หรือ 540,607.9 พันล้านเยน และ 2,452 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 267,554 พันล้านเยนสำหรับสองไตรมาสแรกของปี 2546

เงินตรา สกุลเงินเยน (YEN: Y)

รายได้ประชาชาติ 28,000 ดอลลาร์สหรัฐ /คน/ ปี (ปี 2545)

อัตราการเติบโตของ GDP ร้อยละ 1.6 (ปี 2545) และร้อยละ 2.9 ในไตรมาสที่ 1 และร้อยละ 2.1 ในไตรมาสที่ 2 (ปี 2546)

อัตราการว่างงาน ร้อยละ 5.1 (ประมาณ 3.40 ล้านคน) (กันยายน 2546)

อัตราแลกเปลี่ยน ประมาณ 106 เยน ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ (มกราคม 2546) หรือ 3 เยน ต่อ 1 บาท
อัตราเงินเฟ้อ ร้อยละ –0.9 (ปี 2545)

สินค้าออก เครื่องจักรกลและอุปกรณ์ต่าง ๆ รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์จากโลหะเหล็กและเหล็กกล้า สิ่งทอ และเครื่องบริโภค

สินค้าเข้า ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ผลิตภัณฑ์อาหาร วัตถุดิบต่าง ๆ สิ่งทอ

ประเทศคู่ค้าที่สำคัญ สหรัฐฯ จีน สาธารณรัฐเกาหลี ไต้หวัน ฮ่องกง เยอรมนี และไทย


ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับญี่ปุ่น
ความสัมพันธ์กับไทย

ความสัมพันธ์ ไทยสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2430 (ค.ศ. 1887)

กลไกความสัมพันธ์

1) การประชุมประจำปีทวิภาคีด้านการเมืองและการทหารทวิภาคีระ หว่างกระทรวงกลาโหมและกระทรวงการต่างประเทศของไทยกับญี่ปุ่น (Bilateral Political and Military Meeting)

2) การประชุมความร่วมมือทางวิชาการประจำปีไทย-ญี่ปุ่น

3) การประชุมหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (ชื่อเดิม คือ การประชุมปรับโครงสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น)

4) การประชุมคณะกรรมการความร่วมมือทางการค้าและเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (ภาคเอกชน)

การค้าไทยกับญี่ปุ่น
ญี่ปุ่นเป็นประเทศคู่ค้าลำดับที่ 1 ของไทยในปี 2545 และ มีมูลค่าการค้าสองฝ่ายรวม 1,068,881 ล้านบาท (ประมาณ 24,857 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) การส่งออกของไทยไปญี่ปุ่นในปี 2545 มูลค่า 429,425 ล้านบาท (ประมาณ 10,006 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ลดลงร้อยละ 3.01 เมื่อเทียบกับปี 2544 (442,492 ล้านบาท/9,945 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) คิดเป็นร้อยละ 14.5 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของไทย การนำเข้าจากญี่ปุ่น ในปี 2545 มูลค่า 639,456 ล้านบาท (ประมาณ 14,811 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.58 เมื่อเทียบกับปี 2544 (616,512 ล้านบาท/13,830 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) คิดเป็นร้อยละ 3 ของมูลค่าการนำเข้าของญี่ปุ่นทั้งหมด ในปี 2545 ไทยขาดดุลการค้าเป็นมูลค่า 210,031 ล้านบาท (ประมาณ 4,805 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้นร้อยละ 17.14 เมื่อเทียบกับปี 2544 (174,020 ล้านบาท/3,885 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

สินค้านำเข้าจากญี่ปุ่น แผงวงจรไฟฟ้า ส่วนประกอบรถยนต์ เหล็กแผ่นรีดร้อน ไดโอด ทรานซิสเตอร์ ส่วนประกอบเครื่องยนต์ เครื่องจักรที่ทำงานเป็นเอกเทศ ส่วนประกอบคอมพิวเตอร์ เหล็กแผ่นชุบ รถบรรทุก แบบหล่อสำหรับโลหะและวัสดุ และอื่น ๆ


สินค้าส่งออกจากไทย เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ยางธรรมชาติ แผงวงจรไฟฟ้า ส่วนประกอบเครื่องมือสื่อสารโทรคมนาคม ไก่สดแช่เย็น เนื้อสัตว์ปรุงแต่ง อาหารทะเลแปรรูป ไดโอด ทรานซิสเตอร์ เครื่องรับโทรศัพท์และส่วนประกอบ เนื้อปลาสดแช่เย็น แช่แข็ง และอื่น ๆ


เอกอัครราชทูตไทยประจำญี่ปุ่น นายกษิต ภิรมย์ (พฤศจิกายน 2544 – ปัจจุบัน)

เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำไทย นายอัทสึชิ โทกิโนยะ (H.E. Mr. Atsushi Tokinoya) ธันวาคม 2544 - ปัจจุบัน)

ความสัมพันธ์ทวิภาคีไทย-ญี่ปุ่น

1. ในภาพรวม
ไทยและญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและราบรื่นตลอดมา ความร่วมมือระหว่างกันครอบคลุมทั้งในด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และวัฒนธรรม เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของประเทศ ไทยได้มุ่งกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือกับญี่ปุ่นให้พัฒนา ไปสู่ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์และเศรษกิจ (strategic and economic partnership) ทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนการเยือนในทุกระดับอย่างสม่ำเสมอ ล่าสุดคือ นายกรัฐมนตรีโคอิซึมิ ของญี่ปุ่นได้มาเข้าร่วมการประชุมผู้นำเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 11 ที่กรุงเทพฯ เมื่อ 20-21 ต.ค. 2546 และ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีเยือนญี่ปุ่น เมื่อ 11-12 ธ.ค. 2546 เพื่อเข้าร่วมการประชุม ASEAN-Japan Commemorative Summit ที่กรุงโตเกียว และได้หารือข้อราชการทวิภาคีกับนายกรัฐมนตรีโคอิซึมิ เมื่อ 11 ธ.ค. 2546

การเยือนสำคัญในระดับราชวงศ์ คือ การเสด็จฯ เยือนไทยของเจ้าชายอากิชิโน และพระชายา (3-5 ส.ค. 2544) เพื่อรับการทูลเกล้าถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย การเสด็จฯ เยือนญี่ปุ่นของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ (17-19 ก.ย. 2544) เพื่อทรงรับการทูลเกล้าถวายปริญญาดุษฎีบันฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยกักกุชูอิน การเสด็จฯ เยือนญี่ปุ่นของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ฯ (10-19 ต.ค. 2544) ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ เสด็จฯ เยือนญี่ปุ่น (8-12 เม.ย. 2545) สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ได้เสด็จฯ ร่วมงานเทศกาลดนตรีที่ จ.โออิตะ (26-30 เม.ย. 2545) และเสด็จฯ ทอดพระเนตรการแสดงคอนเสิร์ตของวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพฯ ในงาน Asia Orchestra Week 2002 ที่กรุงโตเกียว (23-28 ก.ย. 2545) และการเสด็จฯ เยือนไทยของเจ้าชายอากิชิโน พระชายา และพระธิดา 2 พระองค์ (7-21 ส.ค. 2546) เพื่อทรงนำพระธิดาเสด็จเยือนต่างประเทศเป็นครั้งแรก และทรงรับการทูลเกล้าถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์สาขา เกษตรศาสตร์จากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

2. ด้านนโยบายต่างประเทศ
ญี่ปุ่นต้องการมีบทบาทและส่วนร่วมในประชาคมระหว่างประเทศอย่างสร้างสรรค์ อาทิ ความประสงค์ที่จะเป็นสมาชิกถาวรคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ การผลักดันให้มีการเจรจาการค้ารอบใหม่ของ WTO เป็นต้น โดยยังคงให้ความสำคัญกับการเป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ และส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะ จีน รัสเซีย เกาหลีใต้ และอาเซียน ไทยสนับสนุนบทบาทดังกล่าวโดยเห็นว่าจะช่วยส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพและความมั่นคงในภูมิภาค และโลก

ภายหลังเหตุการณ์ก่อวินาศกรรมในสหรัฐฯ เมื่อกันยายน 2544 ญี่ปุ่นได้มีบทบาทที่ชัดเจนและสร้างสรรค์ในการสนับสนุนการ ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายของสหรัฐฯ ทั้งในการปรับขยายบทบาททางทหารของกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่นให้สามารถ ให้การสนับสนุนแนวหลังแก่กองกำลังสหรัฐฯ ในการโจมตีอัฟกานิสถาน การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษธรรมแก่ผู้หนีภัยการสู้รบและประเทศที่อาจได้รับผลกระทบ การให้ความร่วมมือกับสหรัฐฯ ในการสกัดกั้นการหมุนเวียนทางการเงินของขบวนการก่อการร้าย และเป็นตัวกลางรณรงค์ให้ประเทศต่าง ๆ ในตะวันออกกลางร่วมมือในการต่อต้านการก่อการร้ายระหว่างประเทศ นอกจากนั้น ยังเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับรัฐมนตรีเกี่ยวกับการ ให้ความช่วยเหลือในการฟื้นฟูบูรณะอัฟกานิสถาน ที่กรุงโตเกียว เมื่อ 21-22 ม.ค. 2545 ด้วย

เมื่อ 26 ก.ค. 2546 ญี่ปุ่นได้ผ่านร่างกฎหมายเพื่อต่ออายุกฎหมายที่ให้การสนับสนุนการต่อต้านการก่อการร้าย เพื่อให้ญี่ปุ่นสามารถจัดส่งทหารไปปฏิบัติการในอิรัก ญี่ปุ่นประกาศสนับสนุนการปฏิบัติการดังกล่าวโดยจะบริจาคเงินช่วยเหลือจำนวน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และได้ส่งทหารไปอิรักในปลายปี 2546 เพื่อเตรียมเข้าร่วมการปฏิบัติการขนส่งยุทโธปกรณ์และเสบียงและการซ่อมบำรุงสาธารณูปโภคพื้นฐาน

ในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน-ญี่ปุ่น สมัยพิเศษ ที่จัดขึ้นที่กรุงโตเกียว ระหว่าง 11-12 ธ.ค. 2546 ญี่ปุ่นได้ประกาศจะให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นมูลค่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยแบ่งครึ่งกันระหว่างอาเซียนกับการพัฒนาลุ่มแม่น้ำโขง ผู้นำอาเซียนและญี่ปุ่นได้ลงนามปฏิญญาโตเกียวว่าด้วยการเป็นหุ้นส่วน ที่มีพลวัตและยั่งยืนระหว่างอาเซียนและญี่ปุ่นในสหัสวรรษใหม่

3. ความสัมพันธ์ด้านการค้า การลงทุนไทย-ญี่ปุ่น
ด้านการค้า สำหรับในช่วงเดือน ม.ค. – ก.ย. 2546 มูลค่าการค้าสองฝ่ายรวม 918,045 ล้านบาท (ประมาณ 21,349.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) การส่งออกของไทยไปญี่ปุ่นเป็นมูลค่า 358,074 ล้านบาท (ประมาณ 8,327.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และการนำเข้าจากญี่ปุ่นเป็นมูลค่า 559,984 ล้านบาท (ประมาณ 13,022.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ไทยขาดดุลเป็นมูลค่า 201,910 ล้านบาท (ประมาณ 4,695.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ทั้งนี้ ไทยเป็นคู่ค้าลำดับที่ 11 ของญี่ปุ่นในปี 2546

ด้านการลงทุน จากสถิติของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ในปี 2545 ญี่ปุ่นมีมูลค่าการลงทุนโดยตรงในไทย 38,398 ล้านบาท (ประมาณ 893 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งลดลงมากถึงร้อยละ 53.9 จาก 83,368 ล้านบาท ในปี 2544 รองลงมาได้แก่สิงคโปร์และสหราชอาณาจักร ตามลำดับ โดยญี่ปุ่นลงทุนในสาขาอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นมูลค่าสูงสุดถึง 15,287 ล้านบาท (ประมาณ 355 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) คิดเป็นร้อยละ 38.6

จากสถิติในปี 2545 ญี่ปุ่นยังคงลงทุนในไทยเป็นอันดับหนึ่ง โดยมีโครงการของญี่ปุ่นที่ได้รับอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนทั้งสิ้น 215 โครงการลดลงจากปี 2544 จำนวน 42 โครงการ (ลดลงร้อยละ 16.3) รองลงมา ได้แก่ ไต้หวันและสิงคโปร์ตามลำดับ ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในในสาขาผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักรและอุปกรณ์ขนส่ง ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 46 ของโครงการทั้งหมด รองลงมาได้แก่สาขาอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า คิดเป็นร้อยละ 28.4

อนึ่ง ในไตรมาสที่หนึ่งและสอง (ม.ค. – มิ.ย.) ของปี 2546 ญี่ปุ่นลงทุนมากเป็นอันดับหนึ่ง โดยมีโครงการของญี่ปุ่นที่ได้รับอนุมัติ 95 โครงการ ที่มีมูลค่า 38,669 ล้านบาท (ประมาณ 899 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มจากช่วงเดียวกันของปี 2545 เป็นมูลค่า 21,765 ล้านบาท (ประมาณ 506 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)


4. ความช่วยเหลือด้านเงินกู้และวิชาการ
นับตั้งแต่ปี 2539 ถึงปัจจุบัน การดำเนินงานความร่วมมือทางวิชาการไทย-ญี่ปุ่นได้ให้ความสำคัญกับผลสำเร็จเชิงคุณภาพและประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเปลี่ยนจากการดำเนินงานในลักษณะเอกเทศเป็นรายโครงการมา ใช้กลยุทธ์ที่เน้นเอกภาพในการดำเนินงานความร่วมมือร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาในภาพรวม โดยคำนึงถึงความชัดเจนของวัตถุประสงค์ แผนงาน และการติดตามและประเมินผลในลักษณะ Program Approach ภายใต้ 5 สาขาความร่วมมือที่มีลำดับสำคัญ ได้แก่ (1) การพัฒนาชนบท (2) การพัฒนาสังคม (3) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ (4) การพิทักษ์สิ่งแวดล้อม (5) ความร่วมมือในระดับภูมิภาค

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ให้ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาภาคทางการ (Official Development Assistance –ODA) สูงสุด โดยปีงบประมาณ 2545 ไทยได้รับ ODA จากญี่ปุ่นเป็นมูลค่า 1,078.769 บาท (23.451 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) หรือร้อยละ 32.6 ของมูลค่าความช่วยเหลือด้านเงินกู้และวิชาการจากต่างประเทศทั้งหมด (เยอรมนีเป็นอันดับ 2 มูลค่า 8.730 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือร้อยละ 12.1) หน่วยงานไทยที่ได้รับ ODA จากญี่ปุ่นสูงสุดในปีงบประมาณ 2545 คือ กระทรวงสาธารณสุข เป็นมูลค่า 6.322 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือร้อยละ 26.9 ของมูลค่า ODA ที่ญี่ปุ่นให้กับไทยทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ญี่ปุ่นต้องประสบกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้เริ่มมีแรงกดดันจาก ภายในประเทศที่ต้องการให้รัฐบาลญี่ปุ่นปรับลดงบประมาณ ODA ลง โดยอ้างปัญหาความไม่โปร่งใสของการใช้ ODA ในประเทศผู้รับ และผลประโยชน์ตอบแทนที่ญี่ปุ่นจะได้รับจาก ODA ที่ให้กับประเทศต่าง ๆ โดยในปีงบประมาณญี่ปุ่น 2545 รัฐบาลญี่ปุ่นได้ประกาศลดงบประมาณ ODA ลงร้อยละ 10 โดยในส่วนของประเทศไทยลดลงร้อยละ 8.9

5. ความสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยว
ปี 2545 ไทยรับนักท่องเที่ยวจากญี่ปุ่นจำนวนทั้งสิ้น 1,222,270 คน ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2544 ร้อยละ 4.6 นักท่องเที่ยวจากญี่ปุ่นมีส่วนแบ่งการตลาดในไทยใหญ่เป็นอันดับ 2 จากจำนวนนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศทั้งหมด (รองจากมาเลเซีย) คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 11.32 ซึ่งส่วนมากเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางซ้ำร้อยละ 51.8 นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่เดินทางมาไทยเป็นผู้อยู่ในช่วงอายุ 25-34 ปี และ 45-54 ปี โดยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มผู้ประกอบอาชีพแรงงานและกลุ่มนักธุรกิจ ส่วนกลุ่มผู้มีอายุสูงกว่า 55 ปี มีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่กลุ่มเยาวชนลดน้อยลง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยตั้งเป้าหมายและประมาณการณ์สำหรับปี 2547 ว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยทั้งสิ้น 1,300,000 คน ส่วนสถานการณ์นักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปญี่ปุ่นในปี 2545 มีจำนวนทั้งสิ้น 99,395 คน มีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2544 ร้อยละ 12.87 คนไทยนิยมเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นเป็นอันดับที่ 6 รองจากมาเลเซีย สิงคโปร์ จีน ฮ่องกง และไต้หวัน ตามลำดับ หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 4.42 ของนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปต่างประเทศในปี 2545

6. กรอบความร่วมมือทวิภาคีสำคัญ
6.1 การประชุมประจำปีทวิภาคีด้านการเมืองและความมั่นคง ครั้งที่ 4 ที่ กรุงโตเกียว
เมื่อ 25 มี.ค. 2545 โดยมีนายนรชิต สิงหเสนี อธิบดีกรมเอเชียตะวันออก กต. และพล.ท. วิทวัส รชตะนันท์ รองผู้อำนวยการ สำนักนโยบายและแผนกลาโหม กห. เข้าร่วมประชุมกับผู้แทนระดับสูงจากกระทรวงการต่างประเทศและทบวงป้องกันตนเองของญี่ปุ่น และได้หารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ความมั่นคง ในภูมิภาคและการต่อต้านการก่อการร้ายระหว่างประเทศ

6.2 การประชุมหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น ครั้งที่ 9 ที่กรุงโตเกียว เมื่อ 12 ก.ค. 2545
โดยมีนายโชทาโร โอชิมา รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น หัวหน้าคณะผู้แทนญี่ปุ่นเป็นประธานร่วมกับ นายเตช บุนนาค ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ หัวหน้าคณะผู้แทนไทย ทั้งนี้ การประชุมในปีนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากนายกรัฐมนตรีของทั้งสองฝ่ายได้เห็นชอบในการส่งเสริมหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ใกล้ชิด (Closer/Comprehensive Economic Partnership : CEP) ระหว่างไทย-ญี่ปุ่น โดยให้ทั้งสองฝ่ายจัดตั้งคณะทำงานขึ้นหารือเพื่อจัดทำความตกลง CEP โดยเร็ว ที่ประชุมจึงได้จัดตั้งคณะทำงานเพื่อจัดทำความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (Japan-Thailand Economic Partnership : JTEP) ซึ่งรวมถึงการจัดทำเขตการค้าเสรี (Free Trade Area: FTA) ระหว่างทั้งสองประเทศด้วย

7. การจัดทำความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (Japan-Thailand Economic Partnership Agreement - JTEPA)
ที่ผ่านมา มีการประชุมคณะทำงาน Japan-Thailand Economic Partnership (JTEP) ไทย-ญี่ปุ่น 5 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 ที่กรุงเทพฯ เมื่อ 19-20 ก.ย. 2545 ครั้งที่ 2 ที่กรุงโตเกียว เมื่อ 21-22 พ.ย. 2545 ครั้งที่ 3 ที่กรุงเทพฯ เมื่อ 27-29 ม.ค. 2546 ครั้งที่ 4 ที่กรุงโตเกียว เมื่อ 17-19 มี.ค. 2546 และครั้งที่ 5 ที่กรุงเทพฯ เมื่อ 19-21 พ.ค. 2546 โดยมีนายพิศาล มาณวพัฒน์ อธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยและเป็นประธานร่วมกับนายมะคิโอะ มิยากาวา ผอ. กองนโยบายภูมิภาค กต. ญี่ปุ่น หัวหน้าคณะผู้แทนญี่ปุ่น โดยการประชุมครั้งที่ 3 มีผู้แทนจากภาคเอกชนและภาควิชาการเข้าร่วมเป็นครั้งแรกด้วย ทั้งสองฝ่ายได้มีการหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในสาขาความร่วมมือหุ้นส่วนเศรษฐกิจ รวม 21 สาขา และได้หารือกันอย่างลึกซึ้งในสาขาการค้าสินค้า การค้าบริการ การลงทุน และการเคลื่อนย้ายไป-มาของแรงงานสาขาอาชีพต่าง ๆ โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนรายการสาขาที่ทั้งสองฝ่ายสนใจในสาขาต่าง ๆ อาทิ ด้านบริการ การลงทุน และการเคลื่อนย้ายไป-มาของแรงงานฯ

คณะทำงานฯ ตระหนักดีว่า JTEP จะเสนอโอกาสที่พิเศษให้ไทยและญี่ปุ่นในการเพิ่มขยายความร่วมมือระหว่างกันให้มากขึ้น โดยการลดกฎระเบียบในสาขาที่ทั้งสองฝ่ายมีความสนใจร่วมกัน และจะเอื้อให้ญี่ปุ่นมีบทบาทเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ร่วมกับไทยมาก ยิ่งขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในทศวรรษข้างหน้า ท่ามกลางบรรยากาศของสถานการณ์โลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และการมีบทบาทเพิ่มขึ้นของประเทศที่มีศักยภาพทางอำนาจสำคัญ ๆ ในภูมิภาค

ในการประชุมครั้งที่ 5 นี้ คณะทำงานฯ เสร็จสิ้นการทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย และเห็นพ้องกับสรุปผลการประชุมคณะทำงานฯ และได้จัดทำเนื้อหาส่วนใหญ่ของร่างข้อบทอย่างไม่เป็นทางการต่าง ๆ ของ JTEP รวมทั้ง รายการสาขาความสนใจของทั้งสองฝ่ายในด้านการค้าบริการ การเคลื่อนย้ายไป-มาของบุคคลทั่วไป และการลงทุน คณะทำงานฯ หวังว่า สรุปผลการหารือและเอกสารต่าง ๆ ดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ในการเจรจาขั้นต่อไป

8. คณะเฉพาะกิจเพื่อจัดทำความตกลง JTEPA (JTEPA Task Force)
เมื่อ 6 มิ.ย. 2546 นายกรัฐมนตรีไทยและญี่ปุ่นได้เห็นพ้องกันให้จัดตั้งคณะเฉพาะกิจเพื่อเร่งรัดการจัดทำความตกลง JTEPA หรือ JTEPA Task Force โดยระหว่าง ก.ค.-พ.ย. 2546 ไทยและญี่ปุ่นได้ผลัดกันเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม JTEPA Task Force 3 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 ที่กรุงโตเกียว เมื่อ 22-24 ก.ค. 2546 ครั้งที่ 2 ที่กรุงเทพฯ เมื่อ 24-27 ส.ค. 2546 และครั้งที่ 3 ที่จังหวัดฟุกุโอกะ เมื่อ 4-6 พ.ย. 2546 ซึ่งมีความคืบหน้าได้ข้อสรุปแนวทางความร่วมมือในสาขาต่าง ๆ ทั้ง 21 สาขา

เมื่อ 11 ธ.ค. 2546 ฯพณฯ นรม. และ นรม. ญี่ปุ่นได้พบหารือและเห็นชอบให้เริ่มการเจรจาอย่างเป็นทางการเพื่อจัดทำความตกลง JTEPA ให้มีเขตการค้าเสรีระหว่างไทยกับญี่ปุ่น และเริ่มการประชุมเจรจาครั้งแรกที่ประเทศไทยใน
ต้นปี 2547

1 มกราคม 2547


Bookmark and Share
SPONSOR
เรือสำราญ
 
  • ยุโรป
  • อเมริกา
  • เอเชีย
  • แอฟริกา
  • อเมริกาใต้
  • ออสเตรเลีย
  • ตะวันออกกลาง
  •  
    สาระน่ารู้ก่อนเดินทาง
    e-passport
    การขอหนังสือเดินทาง
    อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา
    คำนวณอัตราแลกเปลียน
    ข้อฎิบัติ กรมศุลกากร
    เชงเก้น วีซ่า
    สายการบินโอเรียนต์ไทย
    สายการบิน นกแอร์
    ต่างประเทศ ขาเข้า
    ต่างประเทศ ขาออก
    ตารางบินขาเข้า
    ตารางบิน ขาออก
    เชคเที่ยวบินทั่วโลก
    Check Your Trip
    บ้านพักเยาวชน
    YHA อังกฤษ
    YHA อเมริกา
    YHA ออสเตรเลีย
    YHA สวิส
    YHA ญี่ปุ่น
    YHA ฝรั่งเศส
    โฮสเทล ทั่วโลก
    โฮสเทล ยุโรป
    ติดต่อทำบัตรเยาวชน
    โทร 026287413-5
    เว็บไซต์สายการบิน
    เว็บไซต์สถานทูตในไทย
    เว็บไซต์รถเช่า
    ทีวีช่อง 3
    ทีวีช่อง 5
    ทีวีช่อง 7
    ทีวีช่อง 9
    Thai PBS
    ฟังวิทยุ FM88
    ฟังวิทยุ FM89
    ฟังวิทยุ Sweet FM
    ฟังวิทยุ HotWave
    ฟังวิทยุ Cool 93
    ฟังวิทยุ FM95
    ฟังวิทยุ 95.5
    ฟังวิทยุ จส100
    Major Cineplex
    SF Cinema
    Esplanade Cineplex
    Livescore
    Siam Sport


    ร้านอาหารไทยในบอสตัน

    VZ English version


    บริษัท วาเคชั่นโซน จำกัด ทะเบียนการค้าเลขที่ (3)362/2544 ทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เลขที่ 71004030001090
    ติดต่อทีมงานโทร.0897990051 Copyright 2001 Vacation Zone Co., Ltd. All Rights Reserved
    เพื่อนบ้านวันหยุด ชมเว็บไซต์เพื่อนบ้าน ติดต่อแลกลิงค์ คลิกที่นี่ครับ