Bookmark and Share
 
จองโรงแรมออนไลน์
  
 
จองผ่าน Octopus
 
จองผ่าน GTA-Travel
 
จองผ่าน Agoda.Co.th
 
จองโรงแรมในประเทศไทย
จองโฮสเทล Hostel
ขั้นตอนการโพสต์รูป
จองตั๋วเครื่องบิน
 
จองตั๋วเครื่องบินด้วยตัวเอง
ตรวจสอบการจองตั๋ว
ประกันการเดินทาง
IAG ออนไลน์ (NZI)
กรุงเทพประกันภัย
ทิพยประกันภัย
Chartis
Mondial Assistance
ACE Insurance
บูพา ประกันสุขภาพ
เมนูโซน
 
รับทำผ้าบาติก
วีซ่าแคนาดา
ตั๋วรถไฟในยุโรป
ข้อมูลยอดเขา จุงฟราว
เรือสำราญ รอยัล แคริบเบียน
ขั้นตอนการส่งภาพเข้าประกวด
ประเภทของ ตั๋วรถไฟในยุโรป
การขอวีซ่าประเทศต่างๆ
7 สิ่งมหัศจรรย์
วันสงกรานต์
วีซ่า อังกฤษ
วีซ่า อเมริกา
วันวาเลนไทน์
วันพ่อแห่งชาติ
พรบ คอมพิวเตอร์
การบินไทย
อัตราแลกเปลี่ยน
บัตรโทรศัพท์ iSIM
บัตรโทรศัพท์ iTalk
ออกแบบเวบท่องเที่ยว
สถานทูตไทยในต่างประเทศ
VZ Agencies Pluz
Wall Paper
ททท
องค์การส่งเสริมท่องเที่ยว

 ทวีปเอเซีย
 ทวีปออสเตรเลีย
 ทวีปยุโรป
 ทวีปแอฟริกา
 การขอวีซ่า ประเทศแถบแอฟริกา
 ทวีปอเมริกาใต้
 ข้อมูลท่องเที่ยว
 สถานที่ท่องเที่ยว
 บริษัทท่องเที่ยว
 ภาพถ่ายในต่างแดน
 ประกันการเดินทาง
 โหวตสายการบิน
 โหวตบริษัทท่องเที่ยว
อ่านบทสัมภาษณ์คุณ ริน
อ่านบทสัมภาษณ์ของคุณ จิ๋น
อ่านบทสัมภาษณ์ คุณ Ham&Cheese
อ่านบทสัมภาษณ์ คุณ ติ๊ก
 My Vienna
(คุณ ริน)
 ออสเตรีย เยอรมัน
(คุณแนท)
 สวิตเซอร์แลนด์
(คุณ Sak)
 ย่ำเกาหลี 7 วัน
(คุณสิงหา)
 Europe Romance
(คุณ จิ-นดา)
ผ้าบาติกสินค้าฝีมือคนไทย
รับซ่อมเครื่องหนัง
ความคิดเห็นของผู้ชมเวบ
ภาพสถานที่ท่องเที่ยว




ร้านอาหารไทยในบอสตัน

 






ประเทศ ลาว
ลาว
"คลิ๊กที่เดียว เที่ยวทั่วโลก"

ในหน้านี้จะรวมทุกอย่าง เกี่ยวกับประเทศ ลาว เชิญชมครับ

การขอวีซ่า ลาว
เวบสถานทูต ลาว
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
The Lao People's Democratic Republic

ข้อมูลทั่วไป

ที่ตั้ง

- อยู่ระหว่างละติจูดที่ 14-23 องศาเหนือ และลองติจูดที่ 100-108 องศาตะวันออก เป็นประเทศที่ไม่มีทางออกทะเล
- ทิศเหนือ ติดกับสาธารณรัฐประชาชนจีน แนวเขตแดนยาว 505 กิโลเมตร
- ทิศใต้ ติดกับราชอาณาจักรกัมพูชา แนวเขตแดนยาว 435 กิโลเมตร
- ทิศตะวันออก ติดกับสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม แนวเขตแดนยาว 2,069 กิโลเมตร
- ทิศตะวันตก ติดกับราชอาณาจักรไทย แนวเขตแดนยาว 1,810 กิโลเมตร และสหภาพพม่า แนวเขตแดนยาว 236 กิโลเมตร

พื้นที่ 91,429 ตารางไมล์ หรือ 236,800 ตารางกิโลเมตร

- พื้นที่ส่วนใหญ่ร้อยละ 90 เป็นเขาและที่ราบสูง ยอดเขาที่สูงที่สุดคือ ภูเบี้ย
อยู่ในแขวงเชียงขวาง สูง 2,820 เมตร ลาวมีพื้นที่เพาะปลูกเพียง 50,000 ตารางกิโลเมตร
หรือร้อยละ 21.11 ของพื้นที่ทั้งหมด

ภูมิอากาศ

- ลาวมีสภาพภูมิอากาศแบบเขตร้อน มีฝนตกชุกระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงเดือนกันยายน อุณหภูมิเฉลี่ยที่เวียงจันทน์ 25 องศาเซลเซียส (มกราคม) และ 36-37 องศาเซลเซียส (เมษายน) ปริมาณฝนเฉลี่ย 1,715 มิลลิเมตร ต่อปี

เมืองและแขวงสำคัญ

- เวียงจันทน์ เป็นเมืองหลวงของประเทศ และเป็นเขตการปกครองพิเศษ เรียกว่า
กำแพงนครเวียงจันทน์ อยู่ตรงข้ามจังหวัดหนองคาย มีประชากร 606,000
- แขวงสะหวันนะเขต มีประชากรมากที่สุดในประเทศ อยู่ตรงข้ามจังหวัดมุกดาหาร ประชากร 690,000 คน
- แขวงจำปาสัก มีประชากรมากเป็นอันดับสาม มีพื้นที่ติดต่อกับจังหวัดอุบลราชธานี ประชากร 500,000 คน
- แขวงคำม่วน มีประชากร 280,000 คน และมีป่าไม้และแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์

สังคม ประชากร 5,198,546 คน (ปี 2544) ประกอบด้วยลาวเทิง ลาวสูง และลาวลุ่ม แยกออกได้ประมาณ 68 ชนเผ่า

- ลาวเทิง คิดเป็นร้อยละ 34 ของประชากรทั้งหมด ได้แก่ ชนเผ่าข่า ภูไท และลาวพวน
- ลาวสูง คิดเป็นร้อยละ 9 ของประชากรทั้งหมด ได้แก่ ม้ง (หรือแม้ว) และชาวเขาเผ่าต่างๆ
- ลาวลุ่ม คิดเป็นร้อยละ 56 ของประชากรทั้งหมด ได้แก่ ชนเผ่าอ้ายลาว เช่น ชาวเวียงจันทน์ ชาวหลวงพระบาง
- ความหนาแน่นของประชากร 20 คนต่อตารางกิโลเมตร
- อัตราการเกิด ร้อยละ 3.82 ต่อปี (2543)
- จำนวนประชากรในเมือง ร้อยละ 19 ของประชากรทั้งประเทศ
- อัตราการเพิ่มประชากร ประมาณร้อยละ 2.5 ต่อปี (2543)
- จำนวนประชากรที่เป็นแรงงาน 2.16 ล้านคน
- อายุเฉลี่ย 52 ปี
- อัตราการว่างงาน ร้อยละ 5.7 (2543)
- อัตราประชากรที่รู้หนังสือ ร้อยละ 56 (ชาย ร้อยละ 67 และหญิง ร้อยละ 43)
- จำนวนประชากรต่อแพทย์ 1,510 : 1

ศาสนา

- ร้อยละ 75 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 16-17 นับถือผี ที่เหลือเป็นคริสต์
(ประมาณ 100,000 คน) และมุสลิม (ประมาณ 300 คน) ชาวมุสลิม
ในลาวมักเป็นคนอินเดีย ปากีสถาน บังกลาเทศ ที่เข้าไปค้าขาย หรืออาศัยในลาวชั่วคราว
- รัฐบาลลาวให้เสรีภาพในการนับถือศาสนา แต่ห้ามการรวมกลุ่มศาสนาเพื่อต่อต้านรัฐบาลหรือระบบการปกครองลาว

การเดินทางเข้าประเทศลาว

1. ใช้บัตรผ่านแดน - สำหรับการเดินทางเข้าประเทศลาวไม่เกิน 3 วัน 2 คืน
และไม่เดินทางไปแขวงอื่น การทำบัตรผ่านแดนทำที่ศาลากลางจังหวัดที่มีชายแดนติดกับลาวโดยใช้หลักฐาน ดังนี้
1. รูปถ่าย 1 นิ้ว 2 รูป
2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และบัตรจริง
3. สำเนาทะเบียนบ้าน
4. ค่าธรรมเนียม
5. หากยังไม่บรรลุนิติภาวะต้องใช้สำเนาสูติบัตรด้วย
2. การขอวีซา - ผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและราชการของไทยได้รับยกเว้นไม่ต้องขอวีซา สามารถอยู่ในประเทศลาวได้ 30 วัน สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาต้องขอวีซาจากสถานเอกอัครราชทูต สปป.ลาวประจำประเทศไทยที่กรุงเทพ หรือสถานกงสุลใหญ่ สปป.ลาวที่จังหวัดขอนแก่น ในกรณีที่ขอวีซาไม่ทัน สามารถไปขอได้ที่ด่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ด่านห้วยทราย (ตรงข้าม อ.เชียงของ จ.เชียงราย) ด่านท่าแขก (ตรงข้าม อ.เมือง จ.นครพนม) ด่านสะหวันนะเขต (ตรงข้าม อ.เมือง จ.มุกดาหาร) ด่านวังเต่า (ตรงข้าม อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี)
ท่าอากาศยานวัดไตที่เวียงจันทน์ และท่าอากาศยานหลวงพระบาง โดยต้องใช้รูปถ่าย 1 รูป และเสียค่าธรรมเนียม 30 ดอลลาร์สหรัฐ

การเมืองการปกครอง

ระบบการปกครอง สังคมนิยมคอมมิวนิสต์ โดยพรรคการเมืองเดียวคือ พรรคประชาชนปฏิวัติลาว มีอำนาจสูงสุดตั้งแต่ลาวเริ่มปกครองในระบอบสังคมนิยม เมื่อ 2 ธันวาคม 2518

สถาบันการเมืองที่สำคัญ

1. พรรคประชาชนปฏิวัติลาว
2. สภารัฐมนตรี (พรรคฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี)
3. สภาแห่งชาติ (ประชาชนเลือกสมาชิกสภาแห่งชาติจากผู้ที่พรรคฯ เสนอ)

วันชาติ 2 ธันวาคม

ภาษาทางการ ภาษาลาว

ภาษาท้องถิ่นอื่น ๆ ภาษาไท ภาษาม้ง

การแบ่งเขตปกครอง แบ่งเป็น 16 แขวง และ 2 เขตปกครองพิเศษ (กำแพงนครเวียงจันทน์และไซสมบูน) แขวงที่สำคัญได้แก่ สะหวันนะเขต หลวงพระบาง จำปาสัก คำม่วน

รัฐธรรมนูญและกฎหมาย ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับแรกเมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2534 (เดิมกฎหมายอยู่ในรูปของคำสั่งฝ่ายบริหาร คือ ระเบียบคำสั่งของพรรคและสภารัฐมนตรี)

บุคคลสำคัญ

ประธานประเทศ ฯพณฯ คำไต สีพันดอน (H.E. Mr. Khamtay Siphandone)

รองประธานประเทศ ฯพณฯ จูมมาลี ไชยะสอน (H.E. Mr. Choummaly Saygnasone)

นายกรัฐมนตรี ฯพณฯ บุนยัง วอละจิด (H.E. Mr. Bounnhang Vorachith)

ประธานสภาแห่งชาติ ฯพณฯ สะหมาน วิยะเกด (H.E. Mr. Samane Vignaket)

รองนายกรัฐมนตรี ฯพณฯ พล.ต.อาซาง ลาวลี (H.E.Maj.Gen.Asang Laoly)ฯพณฯ ทองลุน สีสุลิด (H.E. Mr.Thongloun Sisoulith)

รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ฯพณฯ สมสะหวาด เล่งสะหวัด ( H.E. Mr. Somsavat Lengsavad)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงป้องกันประเทศ ฯพณฯ พล.ต.ดวงใจ พิจิด
(H.E.Maj.Gen.Douangchai Phichit)

(โปรดดูรายชื่อคณะรัฐมนตรีลาวในเอกสารแนบ)

การเป็นสมาชิกองค์การระหว่างประเทศ

- สมาชิกองค์การสหประชาชาติ ปี 2495
- สมาชิก IMF ปี 2504
- สมาชิกธนาคารโลก
- สมาชิกธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB)
- สมาชิก Non-Aligned Movement
- สมาชิกอาเซียน (กรกฎาคม 2540)
- สมัครเข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก (WTO) เมื่อ กุมภาพันธ์ 2541 แต่ขณะนี้ (2545) ยังไม่ได้เป็นสมาชิก

เศรษฐกิจการค้า
เศรษฐกิจ ใช้ระบบสังคมนิยมตั้งแต่ปี 2518 และเริ่มปฏิรูประบบเศรษฐกิจในแนวทางระบบเศรษฐกิจเสรี เมื่อปี 2529

ตลาดส่งออกที่สำคัญ ไทย ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี

แหล่งนำเข้าที่สำคัญ ไทย ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เยอรมนี

สินค้าออกที่สำคัญ ไม้ซุง ไม้แปรรูป ผลิตภัณฑ์ไม้ สินแร่ เศษโลหะ ถ่านหิน หนังดิบและหนังฟอก ใบยาสูบ กาแฟ
- ในปี 2544 ลาวส่งออกสินค้าเป็นมูลค่าประมาณ 325 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สินค้าเข้าที่สำคัญ รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน อาหาร ผ้าผืน สารเคมี และเครื่องอุปโภคบริโภค
- ในปี 2544 ลาวนำเข้าสินค้าเป็นมูลค่า 528 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

แผนพัฒนา

- แผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปี ฉบับที่ 1 ปี 2524-2528
- แผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปี ฉบับที่ 2 ปี 2529-2533

"นโยบายจินตนาการใหม่" เน้นระบบการค้าเสรี
- แผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปี ฉบับที่ 3 ปี 2534-2538 เน้นการค้าเสรี
- แผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปี ฉบับที่ 4 ปี 2539-2543 เน้นการค้าเสรี

ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติต่อหัว (GDP per capita) 327 ดอลลาร์สหรัฐ (2544)

อัตราการเพิ่มของผลผลิตรวมของชาติ (GDP Growth) ร้อยละ 6.4 ในปี 2544
(เป้าหมายร้อยละ 7)

เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ 136 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เมษายน 2544)

สัดส่วนรายได้ประชาชาติ (ร้อยละ) ปี 2541 เกษตรกรรม 51.3 อุตสาหกรรม 21.1 บริการและท่องเที่ยว 27.6

เงินเฟ้อ ต่ำกว่าร้อยละ 10 (2544)

อัตราแลกเปลี่ยน 1 บาท : 250 กีบ (มีนาคม 2546)

ธนาคารต่างชาติ ดำเนินการได้

- ธนาคารไทยมี 5 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารทหารไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงไทย และธนาคารกรุงศรีอยุธยา (ธนาคารกสิกรไทยปิดสำนักงานเมื่อสิงหาคม 2545)

- ธนาคารต่างชาติอื่น ๆ มี 3 แห่ง คือ ธนาคาร Public Bank ของมาเลเซีย ธนาคารร่วมทุนลาว-เวียดนาม และธนาคารร่วมพัฒนา (ร่วมทุนไทย-ลาว-จีน)

ตลาดหุ้น ไม่มี

ทรัพยากรสำคัญ ไม้ ข้าว ข้าวโพด ยาสูบ ดีบุก ยิบซั่ม ตะกั่ว หินเกลือ เหล็ก ถ่านหิน ลิกไนต์ สังกะสี ทองคำ อัญมณี หินอ่อน น้ำมัน (ในภาคกลางและใต้) และแหล่งน้ำผลิตไฟฟ้า

แหล่งความช่วยเหลือ องค์การและสถาบันระหว่างประเทศ 20 แห่ง องค์การรัฐบาลและสถานเอกอัครราชทูตประเทศต่างๆ 43 แห่ง องค์การเอกชนระหว่างประเทศ 88 แห่ง โดยในปี 2544 ลาวได้รับความช่วยเหลือรวม 286 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และได้รับเงินกู้ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

การลงทุน การลงทุนในลาวมี 2 ประเภท คือ ต่างชาติถือหุ้นทั้งหมด และการร่วมทุนกับคนลาวโดยผู้ลงทุนต่างชาติจะต้องให้คนลาวถือหุ้น อย่างน้อยร้อยละ 30 ของการลงทุน ผู้ลงทุนจะต้องเสียภาษีอากร ในอัตราร้อยละ 20 ของกำไร

- ประเทศไทยเป็นผู้ลงทุนสูงสุด ตั้งแต่ 2531 - 2544 รวมมูลค่า 3.64 พันล้านดอลลาร์
สหรัฐ

การค้ากับไทย ในช่วงปี 2539-2544 การค้าไทย-ลาวมีมูลค่าเฉลี่ยปีละ 22,211.6 ล้านบาท ไทยได้เปรียบดุลการค้าลาวมาโดยตลอด เฉลี่ยปีละ 11,932.9 ล้านบาท
- ในปี 2545 ปริมาณการค้าไทย-ลาว เท่ากับ 21,368.3 ล้านบาท โดยไทยได้ดุลการค้า 13,345.5 ล้านบาท (สถิติของกรมการค้าต่างประเทศ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศและกรมศุลกากร)
- สินค้าออกสำคัญของไทยไปลาว ได้แก่ ยานพาหนะ อุปกรณ์และส่วนประกอบ
น้ำมันสำเร็จรูป เคมีภัณฑ์ เหล็ก ปูนซีเมนต์ เป็นต้น
- สินค้านำเข้าที่สำคัญจากลาว ได้แก่ ไม้ซุง ไม้แปรรูป สินแร่โลหะ ถ่านหิน
หนังดิบและหนังฟอก เป็นต้น


ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
วันสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทย 19 ธันวาคม 2493

เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ นายรัฐกิจ มานะทัต

กงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต นางสาวมาลินดา มนูญชัย

เอกอัครราชทูตลาวประจำประเทศไทย นายเหียม พมมะจัน (H.E. Mr.Hiem Phommachanh)

กงสุลใหญ่ลาวประจำจังหวัดขอนแก่น นายสุดทิเดด พมมะลาด

ความสัมพันธ์ทั่วไป

- ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับลาวพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นเป็นลำดับ นับตั้งแต่ทั้งสองฝ่าย ได้ยุติการเผชิญหน้าด้วยกำลังทหารในกรณีความขัดแย้งเกี่ยวกับเขตแดนกรณีบ้านร่มเกล้าในปลายปี 2530 ต่อต้นปี 2531 และได้มีการทำข้อตกลงหยุดยิงเมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2531
- ความสัมพันธ์ไทย-ลาว ได้รับการส่งเสริมเกื้อกูลจากปัจจัยหลายประการ ได้แก่ ความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์และวัฒนธรรม
สภาวะแวดล้อมทางการเมืองและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ นโยบายที่ต่อเนื่องของไทยที่เน้นเสริมสร้างความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน การแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงอย่างสม่ำเสมอ การที่ลาวเปิดประเทศมากขึ้น โดยได้เริ่มปฏิรูประบบเศรษฐกิจไปสู่ระบบเศรษฐกิจการตลาด ในปี 2529 ตลอดจนการที่ลาวเข้าเป็นสมาชิกอาเซียน เมื่อกรกฎาคม 2540 นอกจากนี้ ไทยและลาว ได้จัดทำ
สนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือระหว่างกัน (Treaty of Amity and Cooperation) เมื่อกุมภาพันธ์ 2535 เพื่อยืนยันว่าจะเคารพในเอกราชและไม่แทรกแซงกิจการภายในของกันและกัน รวมทั้งตกลงจะระงับข้อขัดแย้งโดยสันติวิธี
- อุปสรรคสำคัญในความสัมพันธ์ระหว่างไทย-ลาว ได้แก่ ทัศนคติทางลบและความหวาดระแวงที่ลาวมีต่อไทย ปัญหาขบวนการต่อต้านรัฐบาลลาว (ขตล.) ปัญหาการจัดทำหลักเขตแดนและปัญหาอาชญากรรมบริเวณชายแดน

การแลกเปลี่ยนการเยือนในระดับประมุขของประเทศและการเสด็จฯ เยือนลาวของพระราชวงศ์

2533

- สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เยือนลาวเป็นครั้งแรก เมื่อมีนาคม 2533 ตามคำทูลเชิญของรัฐบาลลาว
- นับจากปี 2533 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จฯ เยือนลาวเป็นประจำทุกปี (เว้นปี 2538 ซึ่งสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เสด็จฯ สวรรคต)

2535

- ฯพณฯ ไกสอน พมวิหาน ประธานประเทศลาว และภริยา ได้เดินทางมาเยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะราชอาคันตุกะในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อมกราคม 2535
- สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ เยือนลาวอย่างเป็นทางการ ตามคำทูลเชิญของ ฯพณฯ ไกสอนฯ ประธานประเทศลาว เมื่อมิถุนายน 2535
- สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เยือนลาว เพื่อพระราชทาน
ผ้าพระกฐินและติดตามผลการดำเนินโครงการส่งเสริมกิจกรรมโรงเรียนเลี้ยงเด็กกำพร้า หลัก 67 แขวงเวียงจันทน์ ตามพระราชดำริ เมื่อตุลาคม 2535
- สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปทรงร่วมพิธีศพ ฯพณฯ ไกสอนฯ เมื่อพฤศจิกายน 2535

2537

- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จฯ เยือนลาวระหว่างวันที่ 8-9 เมษายน 2537 (ภายหลังจากที่ทรงเป็นประธานร่วมกับ ฯพณฯ หนูฮัก พูมสะหวัน ประธานประเทศลาวในพิธีเปิดสะพานมิตรภาพไทย-ลาวที่จังหวัดหนองคาย) ซึ่งเป็นการเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศครั้งแรกในรอบ 27 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั้งนี้ ได้เสด็จฯ เปิดโครงการศูนย์พัฒนาและบริการด้านการเกษตรห้วยซอน-ห้วยซั้ว อันเป็นโครงการในพระราชดำริ ร่วมกับประธานประเทศลาวที่เมืองนาทรายทอง แขวงเวียงจันทน์ รวมทั้งเสด็จฯ เยี่ยมชมโครงการส่งเสริมกิจกรรม โรงเรียนวัฒนธรรมเด็กกำพร้าฯ ตามพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีด้วย
- สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เสด็จฯ เยือนลาว เมื่อพฤศจิกายน 2537

2538

- ฯพณฯ หนูฮัก พูมสะหวัน ประธานประเทศลาวและภริยาเยือนไทยในฐานะราชอาคันตุกะ
ระหว่างวันที่ 14-19 กุมภาพันธ์ 2538

2539

- เมื่อเดือนมีนาคม 2539 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ แขวงเซกอง และแขวงอัตตะปือทางใต้ของลาว โดยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ตามเสด็จฯ ด้วย และในการเสด็จฯ เยือนครั้งนั้น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทรงเป็นประธานในการวางศิลาฤกษ์โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยซอน-ห้วยซั้ว พร้อมด้วยระบบส่งน้ำของโครงการ
- สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เสด็จฯ
เยือนลาว เมื่อมกราคม 2539

2540

- เมื่อ 21-24 มกราคม 2540 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จฯ แขวงอุดมไซและหลวงน้ำทา

2541

-เมื่อ 19-20 มีนาคม 2541 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
เสด็จฯ เยือน สปป.ลาว เพื่อติดตามความคืบหน้าของโครงการตามพระราชดำริ
- ระหว่างวันที่ 28-29 ตุลาคม 2541 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐินที่วัดแสนสุขาราม เมืองหลวงพระบาง

2542

- ระหว่างวันที่ 23-25 กุมภาพันธ์ 2542 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เยือนลาว (แขวงพงสาลี)

2544

- ระหว่างวันที่ 23-25 พฤษภาคม 2544 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เยือนลาวเพื่อติดตามความก้าวหน้าของโครงการศูนย์พัฒนาและบริการด้านการเกษตร (หลัก 22) และโรงเรียนวัฒนธรรมแขวงเวียงจันทน์ (หลัก 67) และเสด็จฯ แขวงเชียงขวาง

2545

- สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เยือนแขวงหัวพัน ระหว่าง 25-27 พฤศจิกายน 2545 โดยได้เสด็จไปที่วัดโพไซซะนาราม โรงพยาบาลแขวงหัวพันและโรงเรียนมัธยมสมบูรณ์พันซำที่เมืองซำเหนือ และอนุสรณ์สถานถ้ำผู้นำที่เมืองเวียงไซ

การเยือนในระดับหัวหน้ารัฐบาล

- ฯพณฯ คำไต สีพันดอน นายกรัฐมนตรีลาว เยือนไทยอย่างเป็นทางการ (กุมภาพันธ์ 2535)
- นายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี เยือนลาวอย่างเป็นทางการ (มิถุนายน 2536)
- นายบรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรี เยือนลาวอย่างเป็นทางการ (มิถุนายน 2539)
- พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ นายกรัฐมนตรี เยือนลาวอย่างเป็นทางการ (มิถุนายน 2540)
- ฯพณฯ สีสะหวาด แก้วบุนพัน นายกรัฐมนตรีลาว เยือนไทยอย่างเป็นทางการ (มีนาคม 2542)
- นายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี เยือนลาวอย่างเป็นทางการ (พฤษภาคม 2543)
- พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เยือนลาวอย่างเป็นทางการ (มิถุนายน 2544)
- นายบุนยัง วอละจิด นายกรัฐมนตรีลาว เยือนไทยอย่างเป็นทางการ (สิงหาคม 2544) และเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนสมัยพิเศษว่าด้วย
โรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรงที่กรุงเทพฯ ระหว่าง 28-30 เมษายน 2546

กลไกการดำเนินความสัมพันธ์ไทย-ลาว

ในการดำเนินความสัมพันธ์ไทย-ลาว ได้มีการจัดตั้งกลไกต่าง ๆ ขึ้นเพื่อการปรึกษาหารือเกี่ยวกับแนวทางความร่วมมือ รวมทั้งเพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ดังนี้

1. คณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือไทย-ลาว ตั้งขึ้นเมื่อพฤษภาคม 2534 มี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองฝ่ายเป็นประธานร่วม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหารือแนวทางการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ รวมทั้งแก้ไขปัญหา อุปสรรคในความร่วมมือในทุกๆ ด้าน เช่น ด้านการเมือง เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน วิชาการ และวัฒนธรรม การประชุมครั้งล่าสุด (ครั้งที่ 11) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-28 กันยายน 2545 ที่เวียงจันทน์

2. คณะกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามชายแดนทั่วไปไทย-ลาว ตั้งขึ้นเมื่อสิงหาคม 2534 มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธานฝ่ายไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ป้องกันประเทศเป็นประธานฝ่ายลาว มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดแนวทางและมาตรการที่เหมาะสมเกี่ยวกับการ ส่งเสริมความร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยและเสถียรภาพตามชายแดน และร่วมมือแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นตามแนวชายแดน อาทิ ขบวนการต่อต้านรัฐบาลลาว (ขตล.) แรงงานและสินค้าผิดกฎหมาย ปัญหาขบวนการค้า ยาเสพติด และปัญหาอาชญากรรม เป็นต้น การประชุมครั้งล่าสุด (ครั้งที่ 12) จัดขึ้นเมื่อ 26-27 มิถุนายน 2546 ที่เวียงจันทน์

3. คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-ลาว ตั้งขึ้นเมื่อเดือนกันยายน 2539 มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสองประเทศเป็นประธาน มีวัตถุประสงค์เพื่อพิจารณาการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนตลอดแนวชายแดน คณะกรรมาธิการเขตแดนฯ ได้จัดการประชุมครั้งล่าสุด (ครั้งที่ 7) เมื่อ 9-11 ธันวาคม 2545 ณ กรุงเทพมหานคร จนถึงเดือนกรกฎาคม 2545 คณะสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนของทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันสำรวจ และจัดทำหลักเขตแดนทางบกระหว่างกันแล้ว 171 หลักเขต เป็นระยะเส้นเขตแดนประมาณ 667 กม. (จากทั้งหมด 702 กม.)

4. คณะกรรมการร่วมทางการค้าไทย-ลาว เป็นผลสืบเนื่องจากการเยือนลาวของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เมื่อมกราคม 2540 และการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือไทย-ลาว ครั้งที่ 7 เมื่อกันยายน 2540 ซึ่งเห็นชอบให้มีการประชุมระดับรัฐมนตรีด้านการค้าปีละ 1 ครั้ง
และมีการประชุมระดับเจ้าหน้าที่ทุก 6 เดือน การประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า ครั้งที่ 1 มีขึ้นระหว่างวันที่ 16-17 กรกฎาคม 2541 ที่กรุงเทพฯ โดยมีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธานฝ่ายไทย และมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าและการท่องเที่ยวเป็นประธานฝ่ายลาว ทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหาและอุปสรรคทางการค้าของทั้งสองประเทศ

5. กลไกไกล่เกลี่ยแก้ไขข้อพิพาทด้านธุรกิจและการลงทุน
จัดตั้งโดยมติที่ประชุมคณะกรรมาธิการร่วมฯ ครั้งที่ 7 เมื่อกันยายน 2540 โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศทั้งสองฝ่ายเป็นประธานร่วม เพื่อเป็นกลไกร่วมกันในการแก้ไขข้อพิพาททางธุรกิจของทั้งสองประเทศ และมีการประชุมครั้งล่าสุด (ครั้งที่ 2) เมื่อ 28 กันยายน 2545 ต่อจากการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมฯ ไทย-ลาว ครั้งที่ 11 ที่เวียงจันทน์ ส่วนคณะอนุกรรมการไกล่เกลี่ยแก้ไขข้อพิพาทด้านธุรกิจฯ เป็นกลไกกลั่นกรองกรณีข้อพิพาทต่าง ๆ ที่มีอยู่ให้คณะกรรมการไกล่เกลี่ยแก้ไขข้อพิพาทด้านธุรกิจฯ โดยมีนายประจวบ ไชยสาส์น ผู้แทนการค้าไทยเป็นประธาน ได้ประชุมครั้งที่ 1 เมื่อ 22 กรกฎาคม 2545 ที่เวียงจันทน์

6. การประชุมคณะผู้ว่าราชการจังหวัดและเจ้าแขวงชายแดนไทย-ลาว จัดตั้งโดยมติที่ประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือไทย-ลาว
ครั้งที่ 6 เมื่อกันยายน 2539 ณ จังหวัดสงขลาได้มีการประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดและเจ้าแขวงชายแดนไทย-ลาว
ครั้งที่ 2 เมื่อ 14-16 กุมภาพันธ์ 2542 ที่เวียงจันทน์ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยทั้งสองฝ่ายเป็นประธานร่วม ที่ประชุมได้หารือกันถึงความร่วมมือด้านการรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณชายแดน และความร่วมมือในการพัฒนาในระดับท้องถิ่น ทั้งนี้ ได้มีการประชุมคณะผู้ว่าราชการจังหวัดและเจ้าแขวงชายแดนไทย-ลาว ครั้งที่ 3 ที่กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 26-29 สิงหาคม 2544 นอกจากการประชุมระดับผู้ว่าราชการจังหวัด
และเจ้าแขวงแล้ว ยังมีการประชุมคณะกรรมการร่วมมือฯ ในระดับจังหวัดของไทยกับแขวงของลาวด้วยเพื่อเป็นกลไกสำคัญ ในการร่วมกันแก้ไขปัญหาตามบริเวณชายแดนในระดับท้องถิ่น
เพื่อมิให้ปัญหาลุกลามเป็นปัญหาระดับชาติได้

7. สมาคมไทย-ลาว จัดตั้งโดยกระทรวงการต่างประเทศเมื่อปี 2537 เพื่อเป็นกลไกเสริมในการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างไทย-ลาวในระดับประชาชนต่อประชาชนในด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม
ปัจจุบัน มีนายอาสา สารสิน เป็นนายกสมาคมฯ และฝ่ายลาวได้จัดตั้งสมาคมมิตรภาพลาว-ไทย ซึ่งมีนายพูมี ทิบพะวอน ผู้ว่าการธนาคารแห่ง สปป.ลาว เป็นประธานสมาคมฯ สมาคมทั้งสองได้ร่วมกันดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ อันเป็นประโยชน์ต่อการสร้างเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทย-ลาว อาทิ การจัดสัมมนาด้านธุรกิจและสื่อมวลชน การนำคณะสันถวไมตรีทางเศรษฐกิจไปเยือน การสนับสนุนให้มีการสอนภาษาลาวที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น การเข้าร่วมงานเฉลิมฉลองหรืองานบุญสำคัญ ๆ ของทั้งสองฝ่ายทั้งสองสมาคมมีการประชุมร่วมกันทุกปี

8. ความตกลงที่ไทยมีกับลาว ที่สำคัญและยังมีผลบังคับใช้อยู่ มีดังนี้

8.1 ความตกลงเพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน (22 สิงหาคม 2533)
8.2 ความตกลงว่าด้วยการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือไทย-ลาว (9 พฤษภาคม 2534)
8.3 ความตกลงว่าด้วยการค้า (ฉบับแก้ไขใหม่) (20 มิถุนายน 2534)
8.4 ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน ไทย-ลาว
(17 สิงหาคม 2534)
8.5 สนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือไทย-ลาว (กุมภาพันธ์ 2535)
8.6 ความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางทูต (8 ตุลาคม 2537)
8.7 ความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เกี่ยวกับการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนตลอดแนวร่วมกัน (8 กันยายน 2539)
8.8 ความตกลงเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการป้องกันการเลี่ยงรัษฎากร
ในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้ (20 มิถุนายน 2540)
8.9 ความตกลงว่าด้วยการเดินทางข้ามแดนไทย-ลาว ฉบับลงนาม 20 มิถุนายน 2540 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 19 กันยายน 2540 เป็นความตกลงฉบับใหม่ที่ใช้แทนความตกลงเรื่องข้อบังคับร่วมกัน ว่าด้วยการจราจรชายแดนระหว่างประเทศไทยกับอินโดจีนฝรั่งเศส (16 สิงหาคม 2486)
8.10 ความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางราชการ (5 มีนาคม 2542)
8.11 ความตกลงว่าด้วยการขนส่งทางถนน (5 มีนาคม 2542) ซึ่งใช้แทนความ
ตกลงว่าด้วยการขนส่งสินค้าผ่านแดนไทย-ลาว ลงวันที่ 1 มิถุนายน 2521 ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามความตกลงย่อยกำหนดรายละเอียดการขนส่งทางถนนเมื่อ 17 สิงหาคม 2544
8.12 สนธิสัญญาว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน (5 มีนาคม 2542) ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนสัตยาบันสารกันเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2544 และสนธิสัญญาฯ เริ่มมีผลบังคับใช้วันที่ 1 มีนาคม 2544
8.13 บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการควบคุมยาเสพติด
วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท และสารตั้งต้น (17 สิงหาคม 2544)
8.14 ความตกลงร่วมมือด้านการลงทุนระหว่างสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนแห่ง ราชอาณาจักรไทยกับคณะกรรมการคุ้มครองการลงทุนร่วมมือกับต่างประเทศและลงทุนภายในแห่ง สปป.ลาว (17 สิงหาคม 2544)
8.15 บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการจ้างแรงงาน (18 ตุลาคม 2545)

ความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจ

ปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญที่เอื้ออำนวยต่อการขยายการค้าและการลงทุนระหว่างไทย-ลาว ได้แก่ การที่ไทยและลาวมีพรมแดนติดต่อกันถึง 1,810 กิโลเมตร (ทางบก 702 กิโลเมตร ทางน้ำ 1,108 กิโลเมตร)ความคล้ายคลึงด้านภาษาและวัฒนธรรม การติดต่อไปมาหาสู่และค้าขายระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศตามบริเวณชายแดน และการที่ลาวจำเป็นต้องอาศัยไทยเป็นเส้นทางออกทะเลเพื่อค้าขายกับประเทศภายนอก เนื่องจากการคมนาคมผ่านเวียดนามยังไม่สะดวก

นับตั้งแต่ปี 2529 ลาวได้เปลี่ยนนโยบายจากการยึดถือแนวทางสังคมนิยมที่รัฐควบคุมกลไกการผลิตอย่างเข้มงวด มาเป็นการใช้แนวทาง “จินตนาการใหม่” เปิดการติดต่อกับประเทศในโลกเสรี โดยส่งเสริมการค้าและการลงทุนจากต่างประเทศมากขึ้น
และปรับระบบเศรษฐกิจเข้าสู่ระบบตลาดเสรี

ในขณะเดียวกัน รัฐบาลไทยมีนโยบายที่จะส่งเสริมความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านให้มากขึ้น และเศรษฐกิจของไทยมีศักยภาพในด้านการลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น ทำให้โอกาสที่ไทยจะทำการค้าและการลงทุนกับลาวเปิดกว้างขึ้นเป็นลำดับ

การค้า

ไทยเป็นประเทศที่ลาวนำเข้าสินค้ามากที่สุดติดต่อกันมาเป็นเวลาหลายปี คิดเป็นอัตราส่วนประมาณ ครึ่งหนึ่งของสินค้านำเข้าทั้งหมด ในปี 2545 การค้าไทย-ลาวมีมูลค่ารวม 21,368.3 ล้านบาท ลดลงจากปี 2544 ที่มีมูลค่าการค้า 22,205.6 ล้านบาท ร้อยละ -3.8 ไทยได้เปรียบดุลการค้า 13,345.5 ล้านบาท โดยไทยส่งออกสินค้าไปลาว 17,356.9 ล้านบาท และนำเข้า 4,011.4 ล้านบาท

(สถิติของกรมการค้าต่างประเทศ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศและกรมศุลกากร)
สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทยคือ น้ำมันสำเร็จรูป ยานพาหนะ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผ้าผืน เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ เครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์ และส่วนประกอบ

การลงทุน

ไทยเป็นประเทศที่ลงทุนในลาวมากที่สุด ตั้งแต่ปี 2531-2544
ไทยลงทุนในลาวจำนวน 261 โครงการ มีมูลค่าประมาณ 3.64 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สาขาที่มีการลงทุนมาก ได้แก่ พลังงานไฟฟ้า ขนส่งและโทรคมนาคม ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว อุตสาหกรรม และหัตถกรรม
ทางการไทยและลาวได้แสวงหากลไกที่จะช่วยสนับสนุนการค้าและการลงทุนไทย-ลาว เช่น การจัดตั้งกลไกไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในธุรกิจการค้าและการลงทุน นอกจากนั้น ในโอกาสที่นายกรัฐมนตรีลาวเยือนไทยเมื่อ 17 สิงหาคม 2544 ได้มีการลงนามความตกลงร่วมมือด้านการลงทุนระหว่างสำนักงานคณะกรรมการ ส่งเสริมการลงทุนกับคณะกรรมการคุ้มครองการลงทุนร่วมมือกับ
ต่างประเทศและลงทุนภายในแห่งสปป.ลาว เพื่อกระชับความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทั้งสอง

การท่องเที่ยว

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กับองค์การท่องเที่ยวแห่งชาติลาว ได้ทำความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวแห่งชาติลาว เมื่อ 19 กุมภาพันธ์ 2535 และได้จัดทำบันทึกการประชุมว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างกันเมื่อ
19 มกราคม 2539 และ 30 มกราคม 2540

ททท. กับองค์การท่องเที่ยวแห่งชาติลาวได้ลงนามในแผนงานความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว ประจำปี 2545-2546 เมื่อ 21 กันยายน 2544 แผนดังกล่าวกำหนดให้มีการแลกเปลี่ยนการเยือนของคณะผู้บริหารการท่องเที่ยวของทั้งสองฝ่าย การพัฒนาบุคลากรการท่องเที่ยว การวางแผนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว การส่งเสริมการลงทุน และการตลาดการท่องเที่ยวระหว่างกัน

แผนงานความร่วมมือฯ มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวของไทยและลาว และการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวไปสู่ประเทศที่สามในอนุภูมิภาคแม่น้ำโขง และดินแดนมหัศจรรย์สุวรรณ และสามเหลี่ยมมรกต นอกจากนี้ ททท. ได้จัดทำการศึกษาโอกาสการลงทุนด้านโรงแรมและการท่องเที่ยวของแขวง
หลวงพระบางและแขวงจำปาสัก และมอบให้ฝ่ายลาวใช้ประโยชน์ต่อไป นอกจากนี้ ยังได้จัดทำการศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการกำหนดสิ่งอำนวยความสะดวก ในบริเวณพื้นที่ป่าหินและพื้นที่ต่อเนื่องในแขวงคำม่วน สปป.ลาว

ความสัมพันธ์ทางด้านการเงินและการธนาคาร

ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ให้ความช่วยเหลือธนาคารชาติลาว ทั้งในรูปคำแนะนำเกี่ยวกับการวางแผนและบริหารนโยบายการเงินและการคลัง การฝึกอบรมพนักงาน การศึกษาภาวะการค้าชายแดนร่วมกัน และการจัดหลักสูตร MBA แก่พนักงานธนาคารชาติลาว (โดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์) ปัจจุบัน มีธนาคารไทยเปิดสาขาที่เวียงจันทน์ 5 แห่ง คือ ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารทหารไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย และธนาคารกรุงศรีอยุธยา แต่ธนาคารทั้ง 5 แห่ง กำลังประสบกับปัญหาจากการที่รัฐบาลลาวกำหนดให้เพิ่มเงินทุนสำรองจาก 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็น 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ความร่วมมือด้านวิชาการ

ความร่วมมือด้านวิชาการระหว่างไทย-ลาว ในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมาได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นครอบคลุมสาขาต่างๆ ได้แก่ การศึกษา เกษตร สาธารณสุข ยุติธรรม แรงงาน ตลอดจนด้านสังคม วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ตั้งแต่ปี 2534 ถึงปี 2544 ไทยได้ให้ความช่วยเหลือด้านวิชาการ แก่ลาวรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 884.35 ล้านบาท ทั้งนี้ ไม่รวมความช่วยเหลือที่ไทยให้แก่ลาวในการสร้างถนนในเวียงจันทน์ (57.6 ล้านบาท) การปรับปรุงสนามบินหลวงพระบาง (216,900,000 ล้านบาท) การศึกษาและออกแบบถนนสายห้วยโก๋น-ปากแบ่ง (16 ล้านบาท) และทางรถไฟสายหนองคาย-เวียงจันทน์ (3,677,412.50 ล้านบาท) ตลอดจนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
(2544-2545 : 8.45 ล้านบาท) และโครงการภายใต้งบสันถวไมตรี (2545 : 3.55 ล้านบาท
โดยไม่รวมงบประมาณ 1 ล้านบาทสำหรับสมาคมไทย-ลาว) ทั้งนี้ ในบรรดาประเทศที่ไทยให้ความช่วยเหลือทั้งหมด ลาวเป็นประเทศที่ไทย
ให้ความช่วยเหลือมากที่สุด

ความร่วมมือด้านสังคมและวัฒนธรรม

- ไทยได้มอบร่างความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านวัฒนธรรมให้ฝ่ายลาว
พิจารณาเมื่อกันยายน 2539 เพื่อใช้เป็นกรอบและแนวทางในการร่วมมือ
ทางวัฒนธรรมระหว่างกัน ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของฝ่ายลาว อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่มีความตกลงระหว่างกัน ไทย-ลาว ก็มีโครงการแลกเปลี่ยนทาง
วัฒนธรรมอยู่อย่างสม่ำเสมอ

- สมาคมไทย-ลาว ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงการต่างประเทศ ได้จัดกิจกรรมทางด้านวัฒนธรรมร่วมกันกับสมาคมมิตรภาพลาว-ไทย เป็นประจำทุกปี ซึ่งถือเป็นการดำเนินความสัมพันธ์ทางด้านวัฒนธรรมระหว่างไทย-ลาว อีกรูปแบบหนึ่ง

ความร่วมมือด้านสาธารณสุข

- ความร่วมมือด้านสาธารณสุขไทย-ลาว ได้มีขึ้นตั้งแต่ปี 2534 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับมาตรฐานด้านการสาธารณสุขของลาว และส่งเสริมความร่วมมือในการควบคุมและป้องกันโรคและ การระบาดของโรคตามบริเวณชายแดนไทย-ลาว กิจกรรมที่ดำเนินการ เช่น โครงการพัฒนาโรงพยาบาลเขตโพนโฮง ซึ่งไทยได้ส่งมอบอาคารที่ก่อสร้างขึ้นตามโครงการความช่วยเหลือ (ขนาด 10 เตียง) ให้แก่โรงพยาบาลดังกล่าว พร้อมครุภัณฑ์ และวัสดุการแพทย์ รวมทั้งได้ส่งผู้เชี่ยวชาญจากกระทรวงสาธารณสุขเพื่อปฏิบัติงานตาม โครงการความร่วมมือในการพัฒนาระบบสาธารณสุขของอำเภอโพนโฮงเมื่อกรกฎาคม 2542

-ในปี 2544 กระทรวงสาธารณสุขได้มอบเวชภัณฑ์การแพทย์ มูลค่า 2 ล้านบาท ให้แก่กระทรวงสาธารณสุขลาว และกรมวิเทศสหการได้อนุมัติโครงการ
ความช่วยเหลือด้านสาธารณสุข 3 โครงการ คือ
1. โครงการความร่วมมือเกี่ยวกับการป้องกันโรคติดต่อชายแดนไทย-ลาว
2. โครงการความร่วมมือด้านอาหารและยา
3. โครงการพัฒนาโรงพยาบาลบ่อแก้ว

ไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดประชุมความร่วมมือด้านสาธารณสุขไทย-ลาว
ระหว่าง 7-9 พฤศจิกายน 2544 ณ จังหวัดขอนแก่นและกระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี
ปัจจุบันมีคนลาวเข้ามาขอรับการรักษาตามโณงพยาบาลของไทยที่ตั้งอยู่ตามจังหวัดชายแดนไทย-ลาวอยู่สม่ำเสมอ

- เมื่อ 28 กันยายน 2545 กระทรวงสาธารณสุขได้มอบครุภัณฑ์การแพทย์ ได้แก่ เตียงนอนผู้ป่วย ไม้ช่วยเดิน และถังออกซิเจน ให้กระทรวงสาธารณสุขลาว ภายหลังการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือไทย-ลาว ครั้งที่ 11 ที่เวียงจันทน์

หากท่านสนใจสามารถดูข้อมูลเกี่ยวกับประเทศลาวเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ข้อมูลลาว

30 มิถุนายน 2546 เรียบเรียงโดย กองเอเชียตะวันออก4 กรมเอเชียตะวันออก
โทร.02-643-5000 ต่อ 4294

ข้อมูลนี้ คัดลอกมาจากเวบของกระทรวงการต่างประเทศ หากท่านต้องการข้อมูลที่อัพเดท สามารถเข้าชมได้ที่เวบไซต์ของ กระทรวงการต่างประเทศครับ
แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
เนื่องจากเมืองหลวงพระบางตั้งอยู่ในหุบเขาท่ามกลางธรรมชาติและมีแม่น้ำสองสาย มาบรรจบ รวมทั้งอดีต ยังเป็นราชธานี ที่รุ่งเรืองและ เฟื่องฟูที่สุดของอาณาจักรล้านช้าง จึงทำให้แหล่งท่องเที่ยว ที่สำคัญ ของเมืองนี้จะเป็น สถานที่ท่องเที่ยวทาง ธรรมชาติและศิลปะของ สถาปัตยกรรมในวัดและวังของเจ้ามหาชีวิต เป็นส่วนใหญ่ซึ่งสถาน ท่องเที่ยวที่สำคัญๆ ได้แก่

พิพิธภัณฑ์เมืองหลวงพระบาง
เป็นอาคารสีขาวที่เรียบง่าย ตั้งอยู่บนถนนที่เลียบขนานไปกับลำน้ำโขง เดิมเป็นพระราชวังของเจ้ามหาชีวิต
ลาวสร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 2447-2452 ในสมัยเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ ภายในมีตกแต่งด้วยศิลปะแบบล้านช้าง ผสมผสานกับศิลปะแบบตะวันตกอย่างกลมกลืน ตรงประตูทางเข้ามีหน้าบันยื่นออกมาเป็นรูปช้างสามเศียร อันเป็น สัญลักษณ์ของราชอาณาจักรลาวในระบอบเก่า ภายในพิพิธภัณฑ์ จะเป็นที่ประดิษฐานของพระบางซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมือง ตามประวัติพระเจ้าฟ้างุ้มซึ่งเป็นกษัตริย์พระองค์แรก ที่ได้รวบรวมบ้านเมืองชุมชน ริมฝั่งแม่น้ำโขงฝั่งตะวันออก ให้เป็น อาณาจักรเดียวกัน (อาณาจักรลานช้าง) ได้รับเอาพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์จากราชสำนักเขมรมาเผยแพร่ในหลวงพระบาง ทั้งนี้ เพราะท่านเป็นราชบุตรเขยของกษัตริย์กรุงอินทะปัด แคว้นกัมพูชา พระองค์ได้ทูลขอพระบางมาประดิษฐาน ยังกรุงลานช้าง เพื่อเป็นที่เคารพสักการะแก่คนทั่วไป ศาสนาพุทธจึงเจริญรุ่งเรืองในอาณาจักรล้านช้าง ตั้งแต่รัชสมัย ของพระองค์ พระบางเป็นพระพุทธรูปปางห้ามสมุทร ประทับยืน พระหัตถ์สองข้างยกขึ้น สำหรับห้องต่าง ๆ ในพิพิธภัณฑ์ จะประกอบด้วยอาทิ ห้องโถง ซึ่งตั้งอยู่เป็นห้องแรกทางด้านขวามือ เป็นห้องรับรองแขกบ้านแขกเมืองของพระเจ้าแผ่นดิน ซึ่งดูเรียบง่าย มีภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมือจิตรกรชาวฝรั่งเศส ซึ่งเป็นภาพแสดงสถานที่สำคัญ ๆ ของเมืองหลวงพระบาง ไม่ว่าจะเป็นภาพตลาด สะพานเก่า วัดใหม่ วัดเชียงทอง และภาพวิถีชีวิตของคนในเมือง

วัดเชียงทอง
เป็นวัดที่ขึ้นชื่อว่างดงามที่สุดในประเทศ ทั้งๆ ที่ ไม่ได้เป็นวัดที่หรูหรา โอ่อ่า วิจิตรตระการตา แต่ความเรียบง่ายของวัด และภาพลวดลาย บนผนังอุโบสถ ความสวยงามของหอพระและ โรงเก็บราชรถ ล้วนส่งให้วัดนี้เป็นวัด ที่ทุกคนต้องมาเยือน ตั้งอยู่บนถนนที่มุ่งตรงสู่วัด เชียงทอง ขนาบด้วย อาคารเก่าแบบตึกฝรั่งสองชั้น แม้ว่าตัวอาคารและถนนค่อนข้างเก่า และทรุดโทรม แต่ผู้คนที่เดินขวักไขว่ และร้านค้าสองข้างทางก็สร้างสีสัน ให้บรรยากาศบนถนนเส้นนี้คึกคัก

หมู่บ้านช่างไห (บ้านสร้างไห)
เป็นชุมชนริมโขงที่มีประวัติการขุดพบหม้อไหหมักเหล้าโบราณอายุกว่า 600 ปี ปัจจุบันชุมชนนี้มีชื่อเสียงในการผลิต เหล้าพื้นเมืองจำหน่าย

ถ้ำติ่ง
ถ้ำติ่งมาจากคำว่าหินติ่งที่แปลว่าหินงอกหินย้อยนั่นเอง ถ้ำติ่งนี้มีความผูกพันกับวิถีชีวิตของชาวบ้านที่นี่ โดยทุกปีใหม่ หรือวันสงกานต์ชาวบ้านจะล่องเรือมาทำบุญและนำพระมาวางถวาย ภายในถ้ำจึงเต็มไปด้วยพระพุทธรูปใหญ่น้อย ในรูปแบบศิลปกรรมแปลก ๆ จำนวนมากมาย โดยถูกสะสมมาเป็นเวลาร้อยๆ ปี ในอดีตเจ้ามหาชีวิตทุกพระองค์จะ ต้องเสด็จมาทำพิธีสรงน้ำและฟังธรรมในวันสงกรานต์


น้ำตกตาดกวางสี
ห่างจากหลวงพระบางไปทางใต้ 30 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่มีความงดงามมาก เปรียบเทียบได้กับทีลอซูของไทยเลยทีเดียว ระหว่างทางจะได้พบ หมู่บ้านลาวเทิง ที่ยังคงรักษาการดำรงชีวิต แบบดั้งเดิมไว้เกือบทั้งหมด

วัดวิชุน
มีอายุกว่า 500 ปี สร้างขึ้นตามพระดำรัสของ เจ้ามหาชีวิตชุนนะราช เคยเป็นที่ ประดิษฐานของพระบาง ซึ่ง
ถูกอัญเชิญไปไว้ในพระราชวัง หลังจากเมืองหลวงพระบางถูกพวกฮ่อเข้าทำลาย

วัดอาฮาม
อดีตเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราชลาวก่อนที่จะเปลี่ยนไปประทับอยู่ที่วัดใหม่

พระธาตุจอมพูสี
ตั้งอยู่บนยอดพูสี เปรียบเสมือนพระธาตุหลักเมืองและเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองหลวงพระบาง ตั้งอยู่บนพื้นที่ที่สูงที่สุดของเมือง มีคำกล่าวที่ว่า "ไปเยี่ยมนครหลวงพระบาง ถ้าไม่ได้ขึ้นเบิ่งพูสี หรือว่าขึ้นไปไหว้พระธาตุจอมสี เปรียบเสมือนกับว่า ไม่ได้ เห็นนครหลวงพระบางอย่างแท้จริง" ทางขึ้นพระธาตุจอมศรีเต็มไปด้วยต้นลั่นทม หรือที่ทางลาวเรียกกว่าต้นจำปา และดอกจำปานี่เองที่เป็นดอกไม้ประจำชาติของลาว

บ้านผานม
ชมการทอผ้าแบบชาวไตลื้อ ในบ้านผานมจะมีการจำหน่ายผ้าเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะมีทั้งผ้าที่ทอเองกับผ้าที่นำมาจากไทย ซึ่งหากจะซื้อติดไม้ติดมือก็ควรจะพิจารณาให้ดี มิฉะนั้น อาจจะได้ผ้าไทยกลับบ้านก็ได้ หลังจากชมบ้านผานม และหากมีเวลาน่าจะไปคารวะ สถานที่ฝังศพ อองรี มูโฮต์ นักสำรวจดินแดนอินโดจีน ผู้ยิ่งใหญ่ชาวฝรั่งเศส อยู่ห่างจากบ้านผานม ประมาณ 6 ก.ม.

วัดญวนหรือวัดพระบาทใต้
ตั้งอยู่ติดริมน้ำโขง โดยมีรอยพระพุทธบาทให้กราบสักการะ และเป็นวัดเดียวที่มีศิลปะการก่อสร้างแบบเวียดนาม
ในเมืองหลวงพระบาง ซึ่งเป็นศิลปะที่มีความงดงามมาก และยังมีจุดชมวิวให้ชื่นชมพระอาทิตย์ตกดินอีกด้วย

วังเจ้าเพชรราช
ซึ่งเป็นเจ้าอุปราชวังหน้า คนลาวนับถือมากเหมือนคนไทยนับถือ ร.5 ที่วังมีตำหนักเก่า ท้องพระโรง และที่วังนี้จะได้ชมเมืองหลวงพระบางจากจุดมุมมองที่เรียกว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์ เพราะเจ้าเพชรราชเป็นอุปราชวังหน้า
ซึ่งมีหน้าที่คอยดูแลรักษาเมือง

กิจกรรมแนะนำ
- ตักบาตรข้าวเหนียวพระสงฆ์จำนวน 200 รูป ที่หน้าปากซอยเรือน ที่พักซึ่ง อยู่หน้าวัดพระธาตุหลวงใจกลางเมืองเก่า ชาวหลวงพระบาง จะตักบาตร ด้วยข้าวเหนียว ซึ่งหาซื้อข้าวเหนียวได้จากตลาด แต่สั่งให้ที่พักจัด ให้จะ สะดวกกว่าราคา ไม่แพง ตักบาตรเสร็จก็เช่าจักรยาน (ประมาณ 50 บาทต่อวัน) ขี่เที่ยวชมเมืองยามเช้า

- เดินเที่ยวตลาดเช้าของหลวงพระบาง ซึ่งมี 3-4 แห่ง คือ ตลาดเช้าที่อยู่เลยคุก มีขนาดใหญ่ที่สุด) หรือ ตลาดเช้าที่ซอย ใกล้พระราชวังริมน้ำโขง และตลาด ดารา ซึ่งไม่ค่อยมีผักผลไม้แต่มีสินค้าหัตถกรรมเยอะ สำหรับราคาไม่ค่อยจะ ถูกเท่าใดนัก


เส้นทางการบิน
บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ทำการบินเส้นทาง ไป-กลับ เชียงใหม่-หลวงพระบาง ด้วยเครื่องบินแบบเอทีอาร์ 72 โดยทำการบิน ไป-กลับ สัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน ในทุกวันจันทร์ พฤหัสบดีและเสาร์ โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน 2546 เป็นต้นไป ด้วยเที่ยวไป เที่ยวบินที่ ทีจี 688 - ออกเดินทางจากเชียงใหม่ เวลา 10.40 น. ถึงหลวงพระบาง เวลา 11.00 น.
เที่ยวกลับ เที่ยวบินที่ ทีจี 689 - ออกเดินทางจากหลวงพระบางเวลา 12.20 น. ถึงเชียงใหม่ เวลา 13.35 น.

การทำวีซ่า
สามารถทำวีซ่าได้ที่สถานทูตลาวประจำประเทศไทย ตั้งอยู่ที่520/502/1-3 ซอย สหการประมูล ถนนประชาอุทิศ (สุดซอยราคำแหง 39) โทร.0-2539-6667-8 (เปิด-ปิด ตามเวลาราชการปรกติ) การทำวีซ่าจะสามารถพักอยู่ที่ลาวได้ 1 เดือน
ขั้นตอนการทำวีซ่า
1. การทำวีซ่าปรกติใช้เวลา 3 วัน เสียค่าธรรมเนียม 300 บาท แบบเร็วใช้เวลา 1 วัน ค่าธรรมเนียม 600 บาท
2. รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว 2 รูป
3. กรอกเอกสารแจ้งความจำนงเดินทางเข้าประเทศ

ข้อมูลท่องเที่ยวโดย

Bookmark and Share
SPONSOR
เรือสำราญ
 
  • ยุโรป
  • อเมริกา
  • เอเชีย
  • แอฟริกา
  • อเมริกาใต้
  • ออสเตรเลีย
  • ตะวันออกกลาง
  •  
    สาระน่ารู้ก่อนเดินทาง
    e-passport
    การขอหนังสือเดินทาง
    อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา
    คำนวณอัตราแลกเปลียน
    ข้อฎิบัติ กรมศุลกากร
    เชงเก้น วีซ่า
    สายการบินโอเรียนต์ไทย
    สายการบิน นกแอร์
    ต่างประเทศ ขาเข้า
    ต่างประเทศ ขาออก
    ตารางบินขาเข้า
    ตารางบิน ขาออก
    เชคเที่ยวบินทั่วโลก
    Check Your Trip
    บ้านพักเยาวชน
    YHA อังกฤษ
    YHA อเมริกา
    YHA ออสเตรเลีย
    YHA สวิส
    YHA ญี่ปุ่น
    YHA ฝรั่งเศส
    โฮสเทล ทั่วโลก
    โฮสเทล ยุโรป
    ติดต่อทำบัตรเยาวชน
    โทร 026287413-5
    เว็บไซต์สายการบิน
    เว็บไซต์สถานทูตในไทย
    เว็บไซต์รถเช่า
    ทีวีช่อง 3
    ทีวีช่อง 5
    ทีวีช่อง 7
    ทีวีช่อง 9
    Thai PBS
    ฟังวิทยุ FM88
    ฟังวิทยุ FM89
    ฟังวิทยุ Sweet FM
    ฟังวิทยุ HotWave
    ฟังวิทยุ Cool 93
    ฟังวิทยุ FM95
    ฟังวิทยุ 95.5
    ฟังวิทยุ จส100
    Major Cineplex
    SF Cinema
    Esplanade Cineplex
    Livescore
    Siam Sport


    ร้านอาหารไทยในบอสตัน

    VZ English version


    บริษัท วาเคชั่นโซน จำกัด ทะเบียนการค้าเลขที่ (3)362/2544 ทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เลขที่ 71004030001090
    ติดต่อทีมงานโทร.0897990051 Copyright 2001 Vacation Zone Co., Ltd. All Rights Reserved
    เพื่อนบ้านวันหยุด ชมเว็บไซต์เพื่อนบ้าน ติดต่อแลกลิงค์ คลิกที่นี่ครับ